สุรินทร์เป็นจังหวัดทางอีสานตอนล่างที่คนรู้จักจากช้าง ผ้าไหม และปราสาทขอมเก่า วิกิพีเดียระบุว่าจังหวัดอยู่ระหว่างแม่น้ำมูลทางเหนือกับเทือกเขาพนมดงรักทางใต้ ติดบุรีรัมย์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ ส่วนทางใต้ติดจังหวัดอุดรมีชัยของกัมพูชา พื้นที่ทั้งจังหวัด 8,854 ตารางกิโลเมตร ตัวเมืองเองเล็กและเงียบ วิกิท่องเที่ยวเรียกว่าเมืองเงียบ ๆ ไม่มีอะไรโดดเด่น ที่ทำให้ไปเยือนคือช้าง ปราสาท และผ้าไหมที่กระจายอยู่รอบเมือง
คู่มือนี้ใช้ข้อมูลที่เราตรวจกับแหล่งที่ระบุไว้ท้ายหน้าเมื่อ 16 ตุลาคม 2569 ถ้าแหล่งข้อมูลไม่ตรงกันเราจะบอก และไม่ใส่ค่าเข้าชม เวลาเปิด หรือราคาที่ไม่ได้อ่านจากหน้าทางการ ที่พักยังไม่มีคู่มือโรงแรมแยกสำหรับสุรินทร์ เหตุผลอยู่ในหัวข้อที่พักด้านล่าง

ถ้าเสิร์ชหา "Surin" แล้วเจอรีสอร์ตริมทะเล นั่นคือหาดสุรินทร์ในภูเก็ตหรือหมู่เกาะสุรินทร์ในพังงา ไม่ใช่จังหวัดนี้ ถ้าต้องการหมู่เกาะสุรินทร์ ดูคู่มือหมู่เกาะสุรินทร์
จองที่ไหนดี
เทียบรถทัวร์ รถไฟ เรือ และเครื่องบิน เส้นทางกรุงเทพฯ–สุรินทร์ ในการค้นหาเดียว เห็นชื่อบริษัท เวลา และที่นั่งว่าง ดูจุดขึ้นรถหรือท่าเรือและกติกาสัมภาระก่อนจ่าย
เปิดเผยข้อมูลพันธมิตร: ลิงก์เหล่านี้อาจทำให้เราได้ค่าคอมมิชชันเมื่อคุณจอง โดยคุณไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม และไม่เปลี่ยนสิ่งที่เราเขียน
สุรินทร์เป็นเมืองแบบไหน
วิกิท่องเที่ยวบอกว่าประชากรในตัวเมืองราว 40,000 คน และตัวเมืองอยู่ห่างกรุงเทพฯ ราว 450 กม. ห่างชายแดนกัมพูชาราว 50 กม. ขณะที่วิกิพีเดียระบุระยะจากกรุงเทพฯ ถึงตัวเมืองสุรินทร์ที่ 434 กม. สองแหล่งปัดตัวเลขต่างกัน ส่วนสนามบินสุรินทร์ภักดี วิกิพีเดียระบุว่าเป็นสนามบินแห่งเดียวของไทยที่เป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
วิกิท่องเที่ยวเล่าว่าชาวกูยหรือส่วย กลุ่มชนที่ย้ายมาตามแม่น้ำโขงมาตั้งถิ่นฐานแถวเทือกเขาพนมดงรัก มีความชำนาญในการจับและฝึกช้างมาเนิ่นนาน ช้างจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด เมืองก่อตั้งในยุคขอมเมื่อราว 2,000 ปีก่อนตามข้อความนั้น แล้วถูกทิ้งร้างจนถึงปี 2306 ก่อนที่หลวงสุรินทร์ภักดีจะพาผู้คนมาตั้งถิ่นฐานที่บ้านคูประคายซึ่งปัจจุบันคือตัวเมือง
ประวัติศาสตร์สุรินทร์โดยย่อ
วิกิพีเดียภาษาอังกฤษระบุว่าแหล่งโบราณคดีบนที่ราบสูงโคราชให้หลักฐานเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเรื่องเครื่องปั้นดินเผา โลหะวิทยา และการทำนาข้าวแบบพัฒนา และลุ่มแม่น้ำมูลเป็นถิ่นของวัฒนธรรมปลูกข้าวมาตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ หลักฐานการตั้งถิ่นฐานในสุรินทร์เองเริ่มจากยุคเหล็ก มีแหล่งที่รู้จักราว 60 แห่ง และวิกิพีเดียสันนิษฐานว่าผู้คนยุคนั้นเป็นบรรพบุรุษของกลุ่มชนมอญ-เขมรที่ยังอยู่ในจังหวัดนี้ ต่อมาเป็นยุคทวารวดี มีหลักฐานช่วงศตวรรษที่ 7 ถึง 11 และพุทธศาสนากลายเป็นศาสนาหลักของภูมิภาคในยุคนั้น
จากนั้นอาณาจักรเขมรขยายอิทธิพลเข้ามาในอีสานตอนล่างระหว่างศตวรรษที่ 7 ถึง 13 วิกิพีเดียระบุว่าสุรินทร์เป็นส่วนสำคัญของอาณาจักรนั้น มีจารึกหินภาษาเขมรตั้งแต่ราวปี ค.ศ. 600 และก่อนศตวรรษที่ 14 พื้นที่นี้อยู่ในแคว้นโกกขัณฑ์ของอาณาจักรเขมร ปราสาทอย่างศีขรภูมิเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานของขอมที่มีปราสาทพนมรุ้งเป็นศูนย์กลาง บทความเดียวกันอ้างจารึกสันสกฤตเจ็ดหลัก ปี ค.ศ. 1186 ที่บันทึกการสร้างโรงพยาบาลสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โดยหนึ่งในนั้นพบในจังหวัดนี้
หลังอาณาจักรเขมรล่มในศตวรรษที่ 15 วิกิพีเดียระบุว่าสุรินทร์เงียบหายไปจากประวัติศาสตร์จนถึงศตวรรษที่ 18 ตามตำนานหัวหน้าชาวกูยชื่อเชียงปุมนำช้างเผือกไปถวายเจ้าพระยาจักรี ซึ่งต่อมาเป็นรัชกาลที่ 1 และได้รับตำแหน่งหลวงสุรินทรภักดี ปี ค.ศ. 1763 หมู่บ้านของท่านย้ายไปราว 15 กิโลเมตรมาอยู่ที่ตั้งปัจจุบัน และปี ค.ศ. 1786 เปลี่ยนชื่อเป็นสุรินทร์ตามนามเจ้าเมือง วิกิพีเดียภาษาไทยเล่าตรงกันว่าท่านขอย้ายจากเมืองทีซึ่งคับแคบไปตั้งที่บ้านคูประทาย อันเป็นที่ตั้งตัวเมืองปัจจุบัน และชื่อสุรินทร์มาจากคำสันสกฤต สุระ แปลว่าเทพ กับ อินทร์
วิกิพีเดียภาษาไทยเสริมว่าเมืองเก่ามีคูเมือง 3 ชั้นพร้อมเนินดินเป็นกำแพง น่าจะเป็นเมืองหน้าด่านของขอม และอ้างถึงสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพที่ทรงเห็นว่าเป็นเมืองที่สร้างมั่นคงเพราะเฝ้าช่องเขาหลายช่องทางตะวันออกและใต้ ส่วนเรื่องรถไฟ วิกิพีเดียภาษาอังกฤษของจังหวัดบอกว่ารถไฟมาถึงปี ค.ศ. 1922 แต่บทความสถานีรถไฟสุรินทร์ระบุว่าเปิดเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1926 สองหน้าจึงไม่ตรงกัน เราบอกไม่ได้ว่าปีไหนถูก และไม่กระทบการเที่ยว
ผู้คนสุรินทร์: กูย เขมร และลาว
สุรินทร์เป็นจังหวัดที่ใช้สามภาษาในชีวิตประจำวัน วิกิพีเดียภาษาอังกฤษระบุว่าวัฒนธรรมหลักคือชาวลาวอีสาน มีการแต่งกาย ดนตรีอย่างแคนและหมอลำ และข้าวเหนียวตามแบบลาว นอกจากนั้นยังมีชาวเขมรถิ่นไทยจำนวนมาก ที่มีภาษาเขมรถิ่นไทยและดนตรีกันตรึมกับเจรียงเบริน และเพราะชาวเขมรนิยมข้าวหอมมะลิ ข้าวของจังหวัดนี้จึงเป็นข้าวหอมมะลิเป็นส่วนใหญ่ กลุ่มที่สามคือชาวกูย
ตัวเลขแตกต่างกันตามแหล่งและปี วิกิพีเดียภาษาอังกฤษรายงานว่าสำมะโนปี ค.ศ. 2000 มีผู้พูดภาษาเขมรได้ร้อยละ 47.2 ลดจากร้อยละ 63.4 ในปี ค.ศ. 1990 และการศึกษาปี ค.ศ. 1985 พบชาวกูยร้อยละ 9.6 ลาว-กูยผสมร้อยละ 9.2 เขมร-กูยผสมร้อยละ 3.1 ส่วนวิกิพีเดียภาษาไทยแจงภาษาที่ใช้เป็นภาษาแรกว่ากูยราวร้อยละ 30 เขมรราวร้อยละ 50 ลาวร้อยละ 12 จีนและอื่น ๆ ร้อยละ 8 และบรรยายชุมชนไทยเชื้อสายจีนกับเวียดนามด้วย เป็นตัวเลขคนละชุดคนละช่วงเวลา จึงใช้ดูภาพรวมของส่วนผสมเท่านั้น ไม่ใช่ตัวเลขปัจจุบันที่แน่นอน
วิกิพีเดียบรรยายชาวกูย หรือกวย ส่วย เป็นกลุ่มชนมอญ-เขมรที่เกี่ยวดองกับเขมรแบบห่าง ๆ และนักวิชาการบางคนเชื่อว่าเป็นชนพื้นเมืองดั้งเดิมของแถบนี้ ประมาณว่าชาวกูยราว 220,000 คนจากทั้งหมดราว 400,000 คนในไทย กัมพูชา และลาว อาศัยอยู่ในประเทศไทย ส่วนใหญ่ในจังหวัดอีสานตอนล่าง เช่น สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ นครราชสีมา และอุบลราชธานี กลุ่มที่ผูกกับช้างคือกูยอาจีอาง หรือ "กูยช้าง" ซึ่งอยู่ในสุรินทร์เป็นหลัก วิกิพีเดียระบุว่าเดิมออกจับช้างตามแนวเทือกเขาพนมดงรัก รวมถึงข้ามไปฝั่งกัมพูชา จนเลิกไปปลายทศวรรษ 1950 เพราะความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ และบอกว่าสุรินทร์เป็นแหล่งของช้างเลี้ยงในไทยราวหนึ่งในสี่
รายละเอียดจากบทความเรื่องชาวกูยช่วยให้เข้าใจสิ่งที่เห็นในงานช้าง ชาวกูยเลี้ยงช้างนับถือผีปะกำ ซึ่งสถิตในเชือกปะกำ เชือกบ่วงที่ใช้คล้องช้าง และคชศาสตร์ชาวกูยขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของไทยในปี ค.ศ. 2012 วิกิพีเดียภาษาไทยเล่าถึงภาษาผีปะกำ ภาษาพิเศษที่ใช้ระหว่างผู้นำคล้องช้างกับเทพและผีปะกำระหว่างเดินทาง ซึ่งจากคำที่รวบรวมได้ 365 คำ พบว่าราวร้อยละ 20 ตรงกับบาลีสันสกฤต และร้อยละ 40 ถึง 50 เป็นคำขอมโบราณ บทความภาษาอังกฤษยังกล่าวถึงพิธีแกลมอที่จัดเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ และระบุว่าภาษากูยอยู่ในภาวะใกล้สูญหาย แม้ชาวกูยในไทยจำนวนมากพูดลาวและไทยกลางได้ และราวร้อยละ 40 ใช้เขมรถิ่นไทยด้วย บทสรุปสั้น ๆ จากวิกิพีเดียสองหน้าไม่อาจแทนการได้พบคนในหมู่บ้าน การพักโฮมสเตย์หรือเข้าชมที่ชุมชนจัดเองเป็นวิธีเรียนรู้ที่เคารพเจ้าของวัฒนธรรมมากกว่า
งานช้างสุรินทร์
วิกิพีเดียระบุว่างานช้างสุรินทร์เป็นงานวัฒนธรรมประจำปี ปกติจัดช่วงสุดสัปดาห์ของสัปดาห์ที่สามในเดือนพฤศจิกายน มีต้นกำเนิดจากการล่าช้างหลวงในสมัยโบราณ ชาวกูยเป็นผู้ชำนาญการจับและฝึกช้าง เมื่ออาณาจักรอยุธยาเรืองอำนาจ การล่านี้กลายเป็นงานแสดงสาธารณะ และงานในรูปแบบปัจจุบันเริ่มจัดครั้งแรกในทศวรรษ 1960 วิกิท่องเที่ยวบรรยายว่างานยาวสามวัน มีช้างเดินในเมืองและแสดงกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ฟุตบอล ประกวดความงาม และจำลองการรบ จัดที่สนามศรีณรงค์ร่วมกับงานกาชาดสุรินทร์

ถ้ากฎสัปดาห์ที่สามของพฤศจิกายนยังใช้อยู่ ปี 2569 จะตรงกับ 21-22 พฤศจิกายน แต่นั่นเป็นการคำนวณของเราเอง ไม่ใช่วันที่ประกาศ ให้ตรวจวันจริงกับสำนักงานจังหวัดหรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก่อนจองตั๋วและห้อง วิกิท่องเที่ยวบอกให้จองห้องล่วงหน้าสำหรับช่วงงานนี้
ในเดือนเดียวกันยังมีวันช้างไทย ซึ่งวิกิท่องเที่ยวบรรยายว่าเป็นการแสดงแสงเสียงเรื่องตำนานช้างไทย จัดสัปดาห์ที่สองของพฤศจิกายน และงานฉลองปราสาทศีขรภูมิควบลอยกระทงที่จัดสุดสัปดาห์ที่สามของพฤศจิกายนเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีงานบวชนาคแห่ช้างที่วัดแจ้งสว่าง บ้านตากลาง อำเภอท่าตูม ราวกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งวิกิท่องเที่ยวระบุว่ามีช้างมากกว่า 50 เชือกข้ามแม่น้ำมูล
ในงานช้างมีอะไรบ้าง
วิกิพีเดียภาษาอังกฤษบรรยายโปรแกรมของงานไว้ละเอียด เราเล่าซ้ำพร้อมคำเตือนว่ากำหนดการเปลี่ยนไปทุกปี บทความระบุว่านายพรานกูยที่ได้รับเลือกแสดงจะทำพิธีที่บทความเรียกว่า Pak Kum Luang ตอนเช้าก่อนงานเกือบหนึ่งสัปดาห์ สวดบูชาศาลปะกำ จากนั้นช้างเดินทางเข้าเมืองโดยมากด้วยรถบรรทุก และมาถึงก่อนงานอย่างน้อย 5 วัน เพื่อเดินในเมืองและซ้อมการแสดง วันศุกร์มีขบวนช้างราว 300 เชือกจากสถานีรถไฟไปยังวงเวียนช้างบนถนนปราสาท บางเชือกมีควาญแต่งชุดจำลองเครื่องแบบสงคราม ตามด้วยเลี้ยงโต๊ะช้างบนโต๊ะยาว 400 เมตร วิกิพีเดียบันทึกว่าวันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2003 งานเลี้ยงนี้ได้บันทึกกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ดเป็นงานเลี้ยงช้างที่ใหญ่ที่สุด มีช้างเอเชีย 269 เชือกกินผักผลไม้กว่า 50 ตัน
วันเสาร์ ตามบทความเดียวกัน ช้างทั้งหมดรวมตัวที่สนามช้างหลังรุ่งสางไม่นาน เริ่มด้วยขบวนลูกช้าง ตามด้วยขบวนช้างพลาย นายพรานกูยสวดบูชาบ่วงคล้องและสาธิตการจับช้าง จากนั้นมีกายกรรม ฟุตบอลและโปโล การลากซุง และการชักเย่อระหว่างช้างกับทหาร เริ่มที่ทหาร 50 นายแล้วเพิ่มจนถึง 100 นายต่อช้างพลายหนึ่งเชือก ปิดท้ายด้วยการแสดงยุทธหัตถีสยามกับพม่า แล้วแสดงซ้ำเช้าวันอาทิตย์ วิกิพีเดียบอกว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเคยเรียกสนามศรีณรงค์ว่าหมู่บ้านช้างเลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดในโลก บทความบรรยายงานสมัยใหม่ว่าจัดสองวัน ขณะที่วิกิท่องเที่ยวบอกสามวัน จึงควรเช็กโปรแกรมที่ประกาศจริง
บทความเดียวกันเล่าประวัติที่ยาวกว่านั้น การล่าช้างเดิมเป็นพิธีกรรมเข้มข้น กลายเป็นมหกรรมที่ราชสำนักอุปถัมภ์ในสมัยอยุธยา แล้วถูกจัดฉากมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเลิกไปปี ค.ศ. 1938 เว้นแต่การคล้องช้างพิเศษปี ค.ศ. 1962 เพื่อรับเสด็จกษัตริย์เฟรเดอริกที่ 9 แห่งเดนมาร์ก งานสมัยใหม่เริ่มในขนาดเล็กที่ท่าตูมช่วงทศวรรษ 1950 หรือ 1960 แล้วแต่แหล่ง ก่อนย้ายมาจัดในตัวเมืองสุรินทร์ วิกิพีเดียสรุปว่าองค์ประกอบด้านพิธีกรรมแทบหายไป และกลายเป็นงานเพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นมุมที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจไป
ศูนย์คชบาลบ้านตากลาง และเรื่องจริยธรรม
วิกิท่องเที่ยวระบุศูนย์ศึกษาการเลี้ยงช้างบ้านตากลางว่าอยู่ที่ท่าตูม ห่างตัวเมืองราว 60 กม. เปิด 8:30-16:30 ทุกวัน ค่าเข้า 100 บาท ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลจากวิกิท่องเที่ยว เราไม่ได้ตรวจกับหน้าทางการ จึงควรเช็กก่อนไป วิกิท่องเที่ยวยังตั้งข้อสังเกตว่าวิธีที่ช้างถูกขี่และถูกล่ามในการแสดงมีประเด็นด้านจริยธรรม ถ้าคุณห่วงเรื่องสวัสดิภาพช้าง ให้ดูก่อนว่าที่นั่นมีกิจกรรมอะไร และเลือกกิจกรรมที่ตัวเองสบายใจ
หมู่บ้านช้างรอบอำเภอท่าตูม
วิกิพีเดียภาษาไทยระบุสถานที่เกี่ยวกับช้างสามแห่งในอำเภอท่าตูม ศูนย์คชศึกษาบ้านตากลาง ตำบลกระโพ อยู่ในการอำนวยการของ อบจ. สุรินทร์ ติดกันในป่าสงวนแห่งชาติดงภูดินคือ คชอาณาจักร ขององค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งบทความบอกว่ามีพื้นที่ 3,000 ไร่ ส่วนวังทะลุ บรรยายว่าห่างจากหมู่บ้านช้างเพียง 3 กิโลเมตร เป็นจุดที่แม่น้ำมูลกับลำน้ำชีมาบรรจบกันก่อนไหลต่อไปยังแม่น้ำโขง มีป่าล้อมกว้างขวาง วิกิพีเดียภาษาไทยยังระบุประเพณีบวชนาคบนหลังช้าง ในตำบลกระโพ และประเพณีแข่งเรือบนแม่น้ำมูลที่ท่าตูม วิกิท่องเที่ยวระบุว่าขบวนบวชนาคแห่ช้างจัดที่วัดแจ้งสว่าง บ้านตากลาง และเริ่มด้วยการไหว้ศาลเจ้าพ่อวังทะลุ
วิกิท่องเที่ยวอธิบายว่าทำไมการบวชบนหลังช้างจึงสำคัญ ชาวเขมร ลาว และส่วยในพื้นที่นับถือพุทธ ครอบครัวอยากให้ลูกชายบวชเรียนธรรมก่อนแต่งงาน และการบวชพร้อมกันหลายรูปบนหลังช้างให้บุญใหญ่แก่ครอบครัว ผู้ร่วมขบวนแต่งกายด้วยผ้าไหมมัดหมี่ เช่นเดียวกับงานช้าง ให้ถามวันที่จริงในพื้นที่ เพราะอิงปฏิทินจันทรคติ
ปราสาทขอมรอบสุรินทร์
จุดเด่นของสุรินทร์คือปราสาทหินและอิฐขอมหลายแห่งกระจายตั้งแต่ชายแดนไปทางบุรีรัมย์ วิกิท่องเที่ยวระบุว่ามีทัวร์จัดน้อย ส่วนใหญ่ต้องเช่ารถพร้อมคนขับผ่านโรงแรม หรือใช้ขนส่งท้องถิ่นซึ่งถูกมาก
ปราสาทศีขรภูมิ วิกิพีเดียระบุว่าสร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 12 อยู่ระหว่างตัวเมืองสุรินทร์กับศรีสะเกษ ต่อมาถูกดัดแปลงเป็นพุทธสถานในคริสต์ศตวรรษที่ 16 มียอดหลังคาที่ได้อิทธิพลจากลาว วิกิท่องเที่ยวบรรยายว่ามีปรางค์ห้าองค์บนฐานศิลาแลง หันไปทางทิศตะวันออก ทับหลังรูปศิวนาฏราชถูกยกย่องว่างามที่สุดชิ้นหนึ่งในไทยและกัมพูชา และมีคูน้ำล้อมสามด้าน

กลุ่มปราสาทตาเมือน ใกล้ชายแดน วิกิท่องเที่ยวระบุว่าเป็นกลุ่มสามหลังที่สร้างในศตวรรษที่ 12-13 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้แก่ ตาเมือนธม ตาเมือนโต๊ด และตาเมือน เข้าชมฟรีตามข้อมูลนั้น ไม่มีเจ้าหน้าที่หรือคำอธิบายภาษาอังกฤษมากนัก และแหล่งข้อมูลเดียวกันเล่าว่าขึ้นแท็กซี่ไปกลับราว 2,000 บาท ซึ่งเป็นข้อมูลที่อาจเก่า วิกิท่องเที่ยวยังเตือนว่าบริเวณชายแดนอาจยังมีทุ่นระเบิดตกค้าง ให้เดินบนทางเดินเท่านั้น และควรถามข้อมูลล่าสุดในพื้นที่ก่อนไป

ปราสาทบ้านพลวง วิกิท่องเที่ยวบรรยายว่าเป็นปราสาทเล็กแต่แกะสลักหินได้งดงาม ปรางค์องค์เดียวหันไปทางทิศตะวันออกตั้งบนฐานศิลาแลง ประตูหลักเป็นประตูจริง อีกสามด้านเป็นประตูหลอก ส่วนคำบรรยายภาพบนวิกิมีเดียคอมมอนส์ระบุว่าสร้างสมัยพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 ช่วงปี 1050-1066

ยังมีปราสาทเมืองที ปราสาทบ้านไพล ปราสาทยายเหงา ปราสาทจอมพระ และปราสาทภูมิโปน ซึ่งวิกิท่องเที่ยวระบุว่าเป็นกลุ่มปราสาทที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในไทย ราวศตวรรษที่ 8 ถ้ายังอยากเที่ยวปราสาทต่อ ให้อ่านคู่มือพนมรุ้งและพิมาย ซึ่งอยู่ใกล้กันในบุรีรัมย์และนครราชสีมา
กลุ่มปราสาทตาเมือนโดยละเอียด
ปราสาทตาเมือนสามหลังตั้งอยู่ในช่องเขาของเทือกเขาพนมดงรัก อำเภอพนมดงรัก วิกิพีเดียภาษาอังกฤษระบุว่าเป็นจุดแวะสำคัญบนทางหลวงโบราณของขอมที่เชื่อมนครวัดกับศูนย์กลางการปกครองที่พิมาย ปราสาทตาเมือนธมซึ่งใหญ่ที่สุดก่อด้วยศิลาแลง และผิดจากปราสาทขอมทั่วไปตรงหันหน้าไปทางทิศใต้แทนทิศตะวันออก วิกิพีเดียภาษาไทยอธิบายว่าหันตามเส้นทางที่ขึ้นมาจากเขมรต่ำ และสร้างคร่อมโขดหินศักดิ์สิทธิ์รูปสยัมภูศิวลึงค์ วิกิพีเดียภาษาอังกฤษบอกว่าการขุดแต่งล่าสุดพบศิวลึงค์ธรรมชาติโผล่จากยอดเนินใต้ปรางค์ประธาน คล้ายที่ปราสาทวัดพูในลาว ชื่อ "ตาเมือน" ในภาษาเขมรแปลคร่าว ๆ ว่า "ตาไก่" และสามหลังตั้งชื่อตามขนาด คือ ธม (ใหญ่) โต๊ด (เล็ก) และตาเมือน หรือเรียกว่าบายกรีม
วิกิพีเดียทั้งสองภาษาตรงกันเรื่องหน้าที่ของแต่ละหลัง ตาเมือนธมเป็นปราสาทประธาน มีปรางค์หินทรายสองหลังและบรรณาลัยศิลาแลงสองหลังทางทิศเหนือ กับสระน้ำเล็กสองสระ ตาเมือนโต๊ดมีกำแพงและสระน้ำ เชื่อว่าเป็นอโรคยศาลหรือสถานพยาบาลสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ส่วนตาเมือนหลังเล็กสุดเป็นห้องยาว เชื่อว่าเป็นธรรมศาลาหรือที่พักของผู้เดินทาง วิกิพีเดียภาษาไทยชี้ว่ากลุ่มนี้พิเศษตรงที่มีสิ่งอำนวยประโยชน์ให้ผู้ใช้ทางครบถ้วนอย่างที่ไม่พบที่อื่น และตาเมือนธมขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478 ส่วนระยะห่างสองหน้าไม่ตรงกัน ภาษาอังกฤษว่าโต๊ดอยู่ห่างธมไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 2.5 กิโลเมตร ภาษาไทยว่าราว 750 เมตร ให้ถามมัคคุเทศก์หรือดูแผนที่ท้องถิ่นก่อนวางแผนเดิน และทั้งสองบอกว่าชื่อสามหลังสับสนกันง่าย เพราะเคยมีการเปลี่ยนชื่อปราสาทหลังทางเหนือ
เรื่องการเข้าชมต้องตรวจให้ละเอียด วิกิพีเดียภาษาอังกฤษระบุว่ากลุ่มเขมรแดงปล้นปราสาทช่วงทศวรรษ 1980 และ 1990 และการเข้าชมถูกปิดชั่วคราวระหว่างวิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชาปี ค.ศ. 2008 ถึง 2013 ปัจจุบันนักท่องเที่ยวไม่ควรเดินพ้นทางเข้าหลักไปทางใต้เกินไม่กี่เมตร โดยมีตำรวจตระเวนชายแดนถือปืนเฝ้าอยู่ วิกิพีเดียภาษาไทยก็แนะให้อยู่เฉพาะในเขตปราสาท เพราะพื้นที่รอบ ๆ ยังไม่ปลอดภัยนัก วิกิท่องเที่ยวเตือนเรื่องทุ่นระเบิดที่อาจยังเหลืออยู่และให้เดินบนทางเท่านั้น วิกิพีเดียภาษาไทยยังบันทึกว่าปลายเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2568 ทหารกัมพูชาเข้ามาในพื้นที่ใกล้ปราสาทตาเมือนธมและถูกทหารไทยผลักดันออกไป ให้ถือเป็นเขตชายแดนอ่อนไหว ถามโรงแรมหรือสำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัดว่าปราสาทเปิดหรือไม่ มีกฎอะไรในวันนั้น และอย่าไปถ้ายืนยันไม่ได้
ปราสาทศีขรภูมิโดยละเอียด
วิกิพีเดียภาษาไทยเรียกว่าปราสาทที่งดงามที่สุดในจังหวัด บรรยายว่าเป็นปรางค์อิฐ 5 องค์ที่ก่อโดยไม่สอปูน บนฐานศิลาแลงฐานเดียวกว้าง 25 เมตร ยาว 26 เมตร สูง 1.5 เมตร มีคูน้ำกว้าง 125 เมตรล้อมสามด้าน เว้นด้านตะวันออกเป็นทางเข้า ปรางค์ประธานสูงราว 32 เมตร ทับหลังเป็นภาพพระศิวนาฏราชสิบกรกำลังฟ้อนรำเหนือเกียรติมุข ใต้วงโค้งลายท่อนมาลัยที่สลักพระคเณศ พระพรหม พระวิษณุ และพระอุมา บทความเรียกว่าเป็นทับหลังที่งดงามและสมบูรณ์ที่สุดชิ้นหนึ่งของไทย เสากรอบประตูสลักนางอัปสรถือดอกบัวและทวารบาลถือกระบอง และระบุว่านางอัปสราที่นี่คล้ายที่นครวัดและไม่พบที่ปราสาทขอมแห่งอื่นในประเทศไทยเลย
เรื่องอายุ วิกิพีเดียภาษาไทยสันนิษฐานว่าสร้างราวพุทธศตวรรษที่ 17 เป็นศาสนสถานไศวนิกาย และพุทธศตวรรษที่ 22 มีการบูรณะปรางค์แถวหลังฝั่งใต้เป็นศิลปะล้านช้าง ยังมีจารึกอักษรธรรมอยู่ ส่วนวิกิพีเดียภาษาอังกฤษว่าสร้างศตวรรษที่ 12 และเปลี่ยนเป็นพุทธสถานศตวรรษที่ 16 บทความภาษาไทยยังบันทึกว่าสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จมาพร้อมพระธิดาสามพระองค์ต้นปี พ.ศ. 2472 และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงนำอาจารย์ของนักเรียนนายร้อย จปร. มาศึกษาในปี พ.ศ. 2531 ซึ่งเป็นปีที่มีการบูรณะ ตราประจำจังหวัดรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณหน้าปราสาทหินก็อ้างถึงปราสาทนี้ และงานฉลองปราสาทศีขรภูมิพร้อมลอยกระทงจัดที่นี่ในเดือนพฤศจิกายน
ปราสาทภูมิโปน เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย
ปราสาทภูมิโปนอยู่ที่ตำบลดม อำเภอสังขะ วิกิพีเดียภาษาไทยบรรยายว่ามีปราสาทอิฐ 3 หลังกับฐานศิลาแลงอีก 1 หลังเรียงจากเหนือไปใต้ หลังใหญ่สุดและหลังเหนือสุดนับเป็นปราสาทศิลปะขอมที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่พบในไทย อายุราวปลายพุทธศตวรรษที่ 12 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 13 หรือราวคริสต์ศตวรรษที่ 7 ตรงกับรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 1 วิกิพีเดียภาษาอังกฤษอ้างซาราห์ ทัลบอต ว่าเป็นโบราณสถานขอมที่เก่าที่สุดเท่าที่รู้จักในไทยซึ่งยังอยู่ในสภาพเดิมดี มีทับหลังปลายคริสต์ศตวรรษที่ 7 ส่วนวิกิท่องเที่ยวว่าราวศตวรรษที่ 8 แหล่งจึงต่างกันราวหนึ่งศตวรรษ ปรางค์ประธานก่ออิฐไม่สอปูน ประตูเดียวทางทิศตะวันออก ยอดซ้อนชั้นเหลืออยู่สามชั้น ปี พ.ศ. 2531 การขุดแต่งพบชิ้นส่วนศิลาจารึกหินทรายสองชิ้นอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต กำหนดอายุจากรูปอักษรได้ราวพุทธศตวรรษที่ 12 และชื่อเดิมตามจารึกคือ กฤตชญนคร
เรื่องเส้นทาง วิกิพีเดียภาษาไทยบอกให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 2077 จากสุรินทร์ไปสังขะ ระยะ 50 กิโลเมตร ต่อไปอำเภอบัวเชดด้วยทางหลวงหมายเลข 2124 อีก 12 กิโลเมตรถึงบ้านภูมิโปน ปราสาทอยู่ซ้ายมือริมถนน บทความอธิบายว่าชื่อภูมิโปนเป็นการแต่งใหม่ภายหลัง ส่วนชื่อเดิมคือ "โพน" ในภาษากูย แปลว่ามะกอก และมีงานสืบสานตำนานปราสาทภูมิโปนพร้อมแสงสีเสียงช่วง 8 ถึง 12 เมษายนของทุกปี
ปราสาทบ้านพลวง ยายเหงา จอมพระ และเมืองที
ปราสาทบ้านพลวง วิกิพีเดียภาษาไทยระบุที่ตั้งในอำเภอปราสาท สร้างแบบบาปวนด้วยหินทรายสีขาวบนฐานศิลาแลง ล้อมด้วยคูน้ำรูปตัวยู ตัวปราสาทกว้าง 4 คูณ 4 เมตร บนฐานราว 8 คูณ 23 เมตร ซึ่งใหญ่พอจะสร้างได้สามองค์ มีประตูจริงทางเดียว ด้านอื่นเป็นประตูหลอก (วิกิท่องเที่ยวนับว่าสามด้าน) เป็นปราสาทที่สร้างไม่เสร็จ ทับหลังด้านตะวันออกและใต้สลักพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ด้านเหนือสลักพระศิวะปราบนาคกาลิยะ ส่วนด้านตะวันตกยังว่าง บทความบอกว่ามีภาพกระรอกกระแตและกวางเหนือใบระกาที่ไม่พบในปราสาทแห่งอื่น และบูรณะเมื่อ พ.ศ. 2514 ถึง 2516 ด้วยวิธีอนัสติโลซิส คือรื้อแล้วประกอบใหม่เหมือนต่อจิกซอว์
ปราสาทยายเหงา อยู่ที่อำเภอสังขะ ริมทางหลวงหมายเลข 24 ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 189 ถึง 190 เข้าไปจากถนนใหญ่ราว 800 เมตร ปรางค์อิฐสองหลังบนฐานศิลาแลงหันหน้าไปทางตะวันออก หน้าบันสลักอิฐเป็นมกรคาบนาคห้าเศียร ตำนานเล่าว่ายายคนหนึ่งรอสามีที่ออกศึกแล้วไม่กลับ จึงสร้างปราสาทรอ และปราสาทก็สร้างไม่เสร็จ วิกิพีเดียบอกว่าเป็นเพียงเรื่องเล่า และมีงานสืบสานตำนานปราสาทยายเหงาปลายเดือนเมษายน
ปราสาทจอมพระ วิกิพีเดียภาษาไทยและวิกิท่องเที่ยวบรรยายว่าเป็นอโรคยศาล หนึ่งใน 102 แห่งที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โปรดให้สร้างทั่วราชอาณาจักร โดยมีหลักฐานจากจารึกที่ปราสาทตาพรหม เป็นปราสาทประธานศิลาแลง 5 คูณ 5 เมตร มีบรรณาลัยที่มุมตะวันออกเฉียงใต้ ล้อมด้วยกำแพงแก้วและมีสระน้ำนอกกำแพง สิ่งที่ขุดพบมีพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสี่กร พระวัชระสัตว์ พระพุทธรูปนาคปรก และศิลาจารึก
ปราสาทเมืองที เดิมเป็นปรางค์อิฐฉาบปูน 5 องค์บนฐานเดียวกัน ปัจจุบันเหลือสามองค์ คือองค์กลาง องค์มุมตะวันออกเฉียงเหนือ และองค์มุมตะวันตกเฉียงใต้ วิกิพีเดียภาษาไทยจัดเป็นโบราณสถานศิลปะขอม และเมืองทียังเป็นหมู่บ้านเดิมที่ผู้ก่อตั้งเมืองสุรินทร์ย้ายมาในปี ค.ศ. 1763 ส่วนปราสาทอื่นในรายการของวิกิท่องเที่ยวมีปราสาทบ้านไพล ปรางค์อิฐสามองค์เรียงแถวล้อมคูน้ำเว้นด้านตะวันออก ซึ่งแหล่งนั้นกำหนดอายุศตวรรษที่ 11 และปราสาทตะเปียงเตียที่มียอดห้ายอดรูปดอกบัวแบบลาวสมัยอยุธยาตอนปลาย
วิกิพีเดียภาษาไทยยังรวบรวมปราสาทอื่นอีกหลายสิบแห่งแยกตามอำเภอ เช่น ปราสาทสังข์ศิลป์ชัย หมื่นชัย และเต่าทองในสังขะ ปราสาททนงและอังกัญโพธิ์ในอำเภอปราสาท นางบัวตูมในท่าตูม บ้านธาตุในรัตนบุรี และปราสาทเขาพนมสวายในวัดพนมศิลาราม พร้อมหมายเหตุว่าชื่อปราสาทเหล่านี้เป็นชื่อที่กำหนดขึ้นภายหลัง ส่วนชื่อแท้จริงยังต้องค้นคว้าจากจารึกต่อไป
ผ้าไหมและงานหัตถกรรม
วิกิท่องเที่ยวระบุหมู่บ้านท่าสว่างว่าเป็นที่รู้จักด้านผ้าไหมยกทองจันทร์โสมา ที่ทอด้วยกี่ 1,416 ตะกอ และเล่าว่าหมู่บ้านถูกเลือกทอผ้าสำหรับผู้นำเอเปก 21 คน ส่วนหมู่บ้านหัตถกรรมเขวาสินรินทร์ขึ้นชื่อด้านผ้าไหมแบบ "โฮล" และบ้านจกขึ้นชื่อเรื่องกระดุมเงิน "ลูกปะเกือม" ส่วนบ้านบุทมเป็นหมู่บ้านจักสานหวาย ที่ไม่ลงแล็กเกอร์แต่แช่ผลมะนาว มะเฟือง หรือมะกรูดให้ขึ้นเงา

ของฝากที่วิกิท่องเที่ยวเอ่ยถึงคือ "ไหม" ขนมเมล็ดบัวแห้งรสหวานนุ่ม ซึ่งระบุว่าเคยติดอันดับของฝากอร่อย 50 อย่างของโลกจากนิตยสาร Condé Nast Traveller และบอกว่าตลาดกลางคืนในเมืองเยี่ยม ควรลองไส้กรอกอีสานและไก่ย่างแบบลาว แต่ระวังส้มตำเผ็ด
หมู่บ้านผ้าไหมและหัตถกรรมอื่น ๆ
คำขวัญจังหวัดที่วิกิพีเดียภาษาไทยพิมพ์ไว้สรุปได้ว่า สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมงาม ประคำสวย ร่ำรวยปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม งามพร้อมวัฒนธรรม ท่อนผ้าไหมชี้ไปที่บ้านท่าสว่าง อำเภอเมืองสุรินทร์ ซึ่งบทความบอกว่าติด 1 ใน 10 เมืองทอผ้าไหมของประเทศจากผ้าไหมปักทอง ท่อนประคำชี้ไปที่อำเภอเขวาสินรินทร์ ซึ่งบ้านโชคเป็นหมู่บ้านทำเครื่องเงินและลูกประคำปะเกือม รายการหมู่บ้านท่องเที่ยวของบทความเดียวกันยังระบุบ้านสวาย อำเภอเมือง ทอผ้าไหมมัดหมี่ยกดอกโบราณ บ้านม่วงบุญมี อำเภอรัตนบุรี ผ้าไหมมัดหมี่ และหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมชาวกูยบ้านเมืองลีง อำเภอจอมพระ รวมถึงโฮมสเตย์บ้านอาลึ อำเภอสำโรงทาบ ที่นำเสนอเป็นช่องทางสัมผัสวัฒนธรรมชาวกูย และหมอนขิดในหมวดงานหัตถกรรม
วิกิท่องเที่ยวเสริมบ้านบุทมที่จักสานหวายส่วนวิกิพีเดียภาษาไทยกล่าวถึงพระดินปั้นพันปีที่วัดตาตอมจอมสวาย ตำบลสวาย ราคาผ้าไหมต่างกันมากตามลายและปริมาณงานมือ เราจึงไม่ใส่ราคาเลย ขอดูกี่ทอ ถามว่าชิ้นหนึ่งใช้กี่วัน และเทียบลายเดียวกันสองร้านก่อนจ่ายเงิน
อาหารและของฝาก
สุรินทร์ไม่มีอาหารจานเดียวที่โด่งดัง และแหล่งข้อมูลของเราพูดถึงร้านอาหารน้อย หัวข้อนี้จึงเน้นสินค้า วิกิพีเดียภาษาไทยระบุข้าวหอมมะลิสุรินทร์เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) บรรยายว่าหอม ยาว ขาว นุ่ม และอธิบายท่อนข้าวสารหอมในคำขวัญว่าเป็นข้าวที่ปลูกที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งบทความอ้างว่าดีที่สุดในโลก เรายืนยันคำอ้างนี้ไม่ได้ บทความอำเภอท่าตูมระบุว่าเป็นอำเภอปลูกข้าวหอมมะลิสำคัญ และมีทะเลสาบทุ่งกุลาในอำเภอชุมพลบุรี วิกิพีเดียภาษาอังกฤษระบุว่าจังหวัดผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพสูง และมีชื่อเรื่องผ้าไหมเพราะกรรมวิธีทอ ลวดลาย และสีย้อม
คำขวัญยังพูดถึงผักกาดหวาน ผักกาดดองรสหวานของท้องถิ่น รายการของฝากในวิกิพีเดียภาษาไทยเพิ่มเม็ดบัวอบกรอบ "ไหม" ซึ่งวิกิท่องเที่ยวบอกว่าคอนเด แนสต์ ทราเวลเลอร์ เคยจัดไว้ใน 50 ของฝากระดับกูร์เมต์ของโลก กาละแมของอำเภอศีขรภูมิ หมูหยอง และกุนเชียง วิกิท่องเที่ยวบอกว่าตลาดกลางคืนดีมาก แนะนำไส้กรอกอีสานกับไก่ย่างแบบลาว และเตือนให้ระวังส้มตำ ส่วนปลาไหลเป็นจุดเด่นของเทศกาลเดือนธันวาคมที่อำเภอชุมพลบุรี หลังเก็บเกี่ยวเมื่อปลาไหลตัวโตพอจะจับ
เทศกาลตลอดปี
ตารางนี้รวมจากวิกิท่องเที่ยวและวิกิพีเดียทั้งภาษาไทยและอังกฤษ วันของงานตามจันทรคติหรืองานท้องถิ่นเลื่อนไปมา ใช้วางแผนช่วงฤดูก่อน แล้วยืนยันวันที่จริงกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือสำนักงานจังหวัด
| ช่วง | งาน | ที่ไหน | แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|---|
| มกราคม | งานวันข้าวหอมมะลิอินทรีย์และมหกรรมผ้าไหมสุรินทร์ และงานแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมนานาชาติ | ตัวเมืองสุรินทร์ | วิกิท่องเที่ยว |
| มกราคมถึงกุมภาพันธ์ | พิธีแกลมอของชาวกูย (เดือนยี่และเดือนสามตามจันทรคติ) | หมู่บ้านชาวกูย | วิกิพีเดีย (ชาวกูย) |
| กุมภาพันธ์ | งานไหว้พระธาตุวันมาฆบูชาและแสงสีเสียงประวัติศาสตร์รัตนบุรี 3 ถึง 5 วัน | รัตนบุรี | วิกิพีเดียภาษาไทย |
| มีนาคม | ประเพณีขึ้นเขาพนมสวาย | พนมสวาย | วิกิท่องเที่ยว |
| เมษายน | งานตำนานปราสาทภูมิโปน (8 ถึง 12 เม.ย.) และปราสาทยายเหงา (ปลายเดือน) | สังขะ | วิกิพีเดียภาษาไทย |
| กลางเดือนพฤษภาคม | งานบวชนาคแห่ช้าง | บ้านตากลาง ท่าตูม | วิกิท่องเที่ยว |
| พฤษภาคม | บุญบั้งไฟพร้อมขบวนแห่ | รัตนบุรี | วิกิพีเดียภาษาไทย |
| ตุลาคม | แข่งเรือชิงถ้วยพระราชทานในแม่น้ำมูล | ท่าตูม | วิกิท่องเที่ยว |
| ก่อนออกพรรษา | ประเพณีกวนข้าวทิพย์ลอยฟ้า | วัดกลางสุรินทร์ | วิกิพีเดียภาษาไทย |
| เดือน 12 ขึ้น 15 ค่ำ | ประเพณีไหว้พระจันทร์ (ปอ๊อกเปรี๊ยะแค) วัดดาราธิวาส บ้านขนาดมอญ | สังขะ | วิกิพีเดียภาษาไทย |
| พฤศจิกายน สัปดาห์ที่ 2 | งานวันช้างไทย แสงสีเสียง | ตัวเมืองสุรินทร์ | วิกิท่องเที่ยว |
| พฤศจิกายน สุดสัปดาห์ที่ 3 | งานช้างและกาชาดสุรินทร์ งานฉลองปราสาทศีขรภูมิและลอยกระทง | ตัวเมือง และศีขรภูมิ | วิกิพีเดีย วิกิท่องเที่ยว |
| ปลายพฤศจิกายน | ไหว้เจ้าพ่อตาดาน | สังขะ | วิกิพีเดียภาษาไทย |
| ธันวาคม สัปดาห์ที่ 3 | เทศกาลปลาไหลและข้าวใหม่หอมมะลิ | ชุมพลบุรี | วิกิท่องเที่ยว วิกิพีเดียภาษาไทย |
วิกิพีเดียภาษาไทยยังระบุงานที่แหล่งของเราไม่ให้วัน ได้แก่ เทศกาลกันตรึม ประเพณีแซนโฎนตา ประเพณีนมัสการขึ้นกลุ่มปราสาทตาเมือน และเทศกาลสนมเมืองดอกจาน ซึ่งไหว้ปู่ตา ถ้างานใดสำคัญต่อแผนของคุณ ให้ถามในพื้นที่
ธรรมชาติและอุทยาน
วิกิพีเดียภาษาอังกฤษระบุว่าเทือกเขาพนมดงรักสูงเฉลี่ยราว 500 เมตร ด้านใต้เป็นหน้าผาชันลงสู่ที่ราบกัมพูชา และช่องเขาหลักของภูมิภาคอยู่ระหว่างช่องจอมกับโอสะมัช พื้นที่ป่ามี 748 ตารางกิโลเมตร หรือร้อยละ 8.4 ของจังหวัด และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งเดียวคือห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ 501 ตารางกิโลเมตร วิกิท่องเที่ยวบรรยายว่าเป็นป่าเขียวชอุ่มบนชายแดน มีศูนย์ให้ความรู้ และดอกไม้ป่าบานเต็มที่ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงธันวาคม
วิกิท่องเที่ยวยังบรรยายวนอุทยานพนมสวาย เนินสามยอด ยอดแรกคือยอดเขาชาย มีวัดพนมสวาย ยอดที่สองยอดเขาหญิง มีพระพุทธรูปขนาดกลาง ยอดที่สามยอดเขากก มีศาลาแปดเหลี่ยม รวมทั้งอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงที่มีบัวหลวงทางใต้และฝูงนก และวนอุทยานป่าสนหนองคูที่มีสนขึ้นปนป่าเต็งรัง ส่วนรายการแหล่งธรรมชาติในวิกิพีเดียภาษาไทยเพิ่มน้ำตกอีกหลายแห่งในอำเภอทางใต้ เช่น น้ำตกปะอาวที่กาบเชิง น้ำตกวังตะเคียนที่พนมดงรัก และหลายแห่งที่เขาศาลา บ้านจรัส อำเภอบัวเชด รวมทั้งจุดชมวิวช่องปลดต่าง ทะเลสาบทุ่งกุลา และชุมชนบ้านสันปันน้ำ เรายังไม่ได้ตรวจเรื่องการเข้าถึงหรือสภาพของแต่ละแห่ง
ในเมืองสุรินทร์
ตัวเมืองเล็ก เดินได้เกือบทั้งหมด วิกิท่องเที่ยวระบุว่ามีสามล้อและตุ๊กตุ๊ก และโรงแรมใหญ่บางแห่งมีรถให้เช่า ที่น่าแวะมีศาลหลักเมืองสุรินทร์ซึ่งตามที่วิกิท่องเที่ยวบรรยาย ปัจจุบันเสาหลักเมืองทำจากท่อนไม้ราชพฤกษ์ วัดบูรพารามที่สร้างโดยพระยาสุรินทรภักดีฯ และอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีฯ ที่วงเวียนทางเข้าใต้ของเมือง นอกเมืองมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์บนทางหลวง 214 ห่างราว 4 กม. และศูนย์ศิลปาชีพอีสานใต้

ถ้ามีเวลาเหลือ วิกิท่องเที่ยวยังบรรยายอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงและวนอุทยานพนมสวาย ซึ่งมีสามยอดเขาและวัดอยู่บนยอด รวมถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญติดชายแดน
สถานที่ในตัวเมืองทีละแห่ง
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์อยู่บนทางหลวงหมายเลข 214 บ้านหนองเตา ตำบลเฉนียง ห่างตัวเมืองไปทางใต้ราว 4 กิโลเมตร วิกิท่องเที่ยวระบุว่าตั้งขึ้นปี ค.ศ. 1974 เริ่มอยู่ที่ศาลากลางแล้วย้ายไปสำนักงานศึกษาธิการ กรมศิลปากรเสนอสร้างอาคารเฉพาะปี ค.ศ. 1992 เริ่มก่อสร้างปี 1995 และเสร็จปี 2010 พิพิธภัณฑ์เล่าห้าหัวข้อ คือวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์-โบราณคดี ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ชาติพันธุ์วิทยา และมรดกท้องถิ่น วิกิท่องเที่ยวเตือนว่าถนนไม่มีทางเท้าและไม่แนะนำให้เดิน พร้อมบอกว่ามีสองแถวจากในเมืองไป ให้ถามโรงแรมว่าตอนนี้ไปได้อย่างไร
ศาลหลักเมืองสุรินทร์เป็นที่สถิตของเทพผู้คุ้มครองเมืองและจังหวัด วิกิท่องเที่ยวบอกว่าก่อนปี ค.ศ. 1968 ศาลไม่มีเสา จนกรมศิลปากรออกแบบศาลใหม่และทำเสาจากท่อนไม้ราชพฤกษ์ อนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง (ปุม) ตั้งที่ทางเข้าเมืองด้านใต้ในวงเวียนที่เคยเป็นแนวกำแพงเมืองชั้นใน เป็นรูปทองเหลืองสีดำสูง 2.2 เมตร เปิดเมื่อ ค.ศ. 1968 ท่านถือหอกคอโค้งซึ่งเป็นอุปกรณ์ควบคุมช้าง เพื่อบอกฝีมือด้านช้างศึกและความสำคัญของช้างต่อประวัติศาสตร์และเศรษฐกิจของสุรินทร์ วัดบูรพารามบนถนนจิตบำรุงสร้างโดยท่านเช่นกัน วิกิท่องเที่ยวบอกว่ามีพระพุทธรูปหลวงพ่อพระชี สร้างพร้อมวัด ส่วนศูนย์ศิลปาชีพอีสานใต้อยู่บนถนนเลี่ยงเมืองทางตะวันออกเฉียงใต้ จัดแสดงศิลปะและวัฒนธรรมของอีสานตอนล่าง
วิกิท่องเที่ยวบรรยายตลาดกลางคืน ร้านอาหารเล็ก ๆ และแผงริมทาง และบอกว่าถนนใกล้โรงแรมทองธารินทร์มีบาร์เล็ก ๆ รวมถึงร้านอาหารที่ชาวต่างชาติเปิดบางร้านใกล้สถานีขนส่ง เราไม่ระบุร้านใดเพราะตรวจไม่ได้
แนะนำแผนเที่ยว
แผนต่อไปนี้เป็นข้อเสนอของเราเอง สร้างจากที่ตั้งของอำเภอในวิกิพีเดียภาษาไทยและระยะทางในวิกิท่องเที่ยว เราไม่ใส่เวลาเดินทางเพราะแหล่งข้อมูลไม่ให้ไว้ ให้ถามคนขับหรือโรงแรมยืนยันเส้นทางก่อนตกลง วันไปปราสาทชายแดนสมมติว่าเปิดอยู่ ซึ่งต้องตรวจก่อน
2 วัน จากตัวเมือง
- วันแรก เมืองและผ้าไหม เช้าไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์ แล้วศาลหลักเมือง อนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดี และวัดบูรพาราม บ่ายไปดูการทอผ้าที่บ้านท่าสว่าง ตอนเย็นไปตลาดกลางคืน
- วันที่สอง ปราสาทใหญ่ ปราสาทศีขรภูมิในอำเภอศีขรภูมิ แล้วปราสาทบ้านพลวงในอำเภอปราสาท ถ้าตรงสุดสัปดาห์งานช้างหรือลอยกระทง ให้แทรกงานเข้าไป
3 วัน เพิ่มช้างหรือทางใต้
- วันที่หนึ่งและสอง ตามด้านบน
- วันที่สามทางเลือกแรก ท่าตูม ศูนย์คชศึกษาบ้านตากลาง ซึ่งวิกิท่องเที่ยวบอกว่าห่างสุรินทร์ราว 60 กิโลเมตร และวังทะลุซึ่งวิกิพีเดียภาษาไทยว่าห่างหมู่บ้านช้าง 3 กิโลเมตร ถ้าเป็นกลางเดือนพฤษภาคม เพิ่มขบวนบวชนาคแห่ช้าง
- วันที่สามทางเลือกที่สอง ทางใต้ อำเภอสังขะ ปราสาทยายเหงาและปราสาทภูมิโปน ราว 50 กิโลเมตรจากสุรินทร์ทางหลวงหมายเลข 2077 บวกอีก 12 กิโลเมตร ตามวิกิพีเดียภาษาไทย เพิ่มกลุ่มตาเมือนเฉพาะเมื่อยืนยันแล้วว่าเปิด
4 วัน สำหรับคนชอบปราสาท เพิ่มหนึ่งวันสำหรับปราสาทจอมพระ ปราสาทเมืองที บ้านไพล และตะเปียงเตีย กับอีกหนึ่งวันสำหรับปราสาทขอมในจังหวัดบุรีรัมย์ที่อยู่ติดกันด้วยคู่มือพนมรุ้งและพิมาย ของเรา
ถ้าแค่แวะผ่าน ใช้ราวหนึ่งชั่วโมงที่วัดบูรพารามและศาลหลักเมือง ซื้อเม็ดบัวอบกรอบที่ตลาด และถ้ามีรถให้ไปศีขรภูมิ
เดินทางไปสุรินทร์
วิกิท่องเที่ยวระบุว่าจากกรุงเทพฯ ขับรถเกิน 6 ชั่วโมงเล็กน้อย เส้นทางหนึ่งยาว 457 กม. ผ่านสระบุรีและนางรอง อีกเส้นผ่านโคราชและบุรีรัมย์ยาว 434 กม. รถโดยสารออกจากหมอชิต 2 และวิกิท่องเที่ยวแจ้งว่ารถตู้มินิบัสไปด่านช่องจอมคิดค่าโดยสาร 60 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขเก่า ด่านช่องจอมเชื่อมไปโอสมัจของกัมพูชา
| วิธีไป | ข้อมูลที่เราพบ |
|---|---|
| รถไฟ | วิกิท่องเที่ยวระบุว่ารถธรรมดาใช้ราว 8.5 ชั่วโมง วิกิพีเดียระบุว่าสถานีสุรินทร์อยู่ห่างสถานีกรุงเทพฯ 419.75 กม. และเปิดเมื่อพฤษภาคม 1926 ตรวจเวลาและตั๋วที่ การรถไฟฯ |
| รถโดยสาร | จากหมอชิต 2 หลายผู้ให้บริการ ตามวิกิท่องเที่ยว ราคาและเวลาเปลี่ยนได้ ตรวจกับผู้ให้บริการ |
| รถยนต์ | 434-457 กม. ตามเส้นทางที่เลือก ใช้เวลาเกิน 6 ชั่วโมงเล็กน้อย |
| จองออนไลน์ | หน้า 12Go กรุงเทพฯ-สุรินทร์ ดูรายละเอียดด้านล่าง |
หน้ากรุงเทพฯ-สุรินทร์บน 12Go แสดงผลเมื่อเราเปิดในเบราว์เซอร์จริงวันที่ 16 ตุลาคม 2569 สำหรับวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม ผู้เดินทาง 2 คน ว่ามี 53 เที่ยว ราคาตั้งแต่ 230 ถึง 15,750 บาท แยกเป็นรถไฟ 8 เที่ยวเริ่มที่ 230 บาท รถโดยสาร 18 เที่ยวเริ่มที่ 446 บาท (Transport Co) เที่ยวบิน 6 เที่ยวเริ่มที่ 2,006 บาท และแท็กซี่ 21 เที่ยวเริ่มที่ 4,083 บาท ตัวเลขนี้คือสิ่งที่หน้าเว็บแสดงในวันนั้น ไม่ใช่ราคารับประกัน และเราไม่ได้ตรวจว่าเที่ยวบินลงสนามบินไหน ควรเปิดดูวันเดินทางจริง ลิงก์ในเว็บนี้บางลิงก์อาจทำให้เราได้ค่าคอมมิชชัน ซึ่งไม่เปลี่ยนราคาที่คุณเห็น
ถ้าเดินทางต่อไปอีสานเมืองอื่น ดูคู่มือเดินทางในไทย เครื่องบิน รถไฟ รถทัวร์
ด่านช่องจอม
วิกิพีเดียภาษาอังกฤษเรียกช่องเขาระหว่างช่องจอมฝั่งไทยกับโอสะมัชฝั่งกัมพูชาว่าช่องเขาหลักของภูมิภาคนี้ที่ตัดผ่านเทือกเขาพนมดงรัก วิกิท่องเที่ยวบรรยายด่านนี้ในหัวข้อเดินทางต่อ ว่าถนนลงเขาเข้ากัมพูชาสวยมาก ระหว่างที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองของสองประเทศมีโรงแรมคาสิโนสองสามแห่ง เมืองโอสะมัชอยู่ห่างลงเขาไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร มีเกสต์เฮาส์อย่างน้อยสามแห่ง ตลาดที่มีร้านกาแฟ และสาขาธนาคารที่ไม่มีตู้เอทีเอ็ม บอกว่ามีรถโดยสารไปสำโรงและที่ไกลกว่าออกจากโอสะมัช และมีรถตู้จากช่องจอมกลับสุรินทร์ในราคาเก่า 60 บาท
คำบรรยายนั้นเป็นข้อมูลจากวิกิท่องเที่ยวที่ไม่ทราบวันที่แน่ชัด กฎด่าน ขั้นตอนวีซ่า หรือแม้แต่ว่าด่านเปิดอยู่หรือไม่ อาจเปลี่ยนได้ และวิกิพีเดียภาษาไทยบันทึกเหตุการณ์บริเวณชายแดนในเทือกเขาพนมดงรักเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2568 ก่อนวางแผนข้ามแดน ให้ตรวจสถานะล่าสุดกับหน่วยตรวจคนเข้าเมืองอย่างเป็นทางการของทั้งสองประเทศ ไม่ใช่จากหน้านี้ สำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ ประโยชน์ของพื้นที่ชายแดนคือกลุ่มปราสาทตาเมือนและทิวทัศน์หน้าผา เมื่อและถ้าเปิดให้เข้า
ฤดูกาล
เราไม่พบแหล่งทางการที่เราอ่านได้ซึ่งให้สถิติอากาศของสุรินทร์ จึงไม่ใส่ตัวเลขอุณหภูมิหรือปริมาณฝน สิ่งที่ยืนยันได้คือปฏิทินงาน งานช้างและงานฉลองปราสาทศีขรภูมิอยู่ช่วงพฤศจิกายน งานข้าวหอมมะลิและผ้าไหมอยู่เดือนมกราคม งานขึ้นเขาพนมสวายอยู่เดือนมีนาคม และงานบวชนาคแห่ช้างอยู่ราวกลางพฤษภาคม ตามวิกิท่องเที่ยว วิกิพีเดียภาษาอังกฤษเสริมข้อเดียวเชิงคุณภาพ คือสุรินทร์ตั้งอยู่บนที่ราบสูงโคราช เทือกเขารอบ ๆ กั้นฝนจากลมมรสุมไว้ได้มาก ทำให้ปริมาณฝนรายปีต่ำกว่า และฤดูฝนกับฤดูแล้งต่างกันมากกว่าพื้นที่นอกที่ราบสูง ดูพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาก่อนออกเดินทาง
ที่พัก
เรายังไม่มีคู่มือโรงแรมสุรินทร์ เพราะเราตรวจโรงแรมที่มีเว็บไซต์ทางการอ่านได้ไม่ครบแปดแห่งตามเกณฑ์ที่เราใช้ จึงยังไม่แนะนำชื่อโรงแรมในหน้านี้ คำแนะนำเรื่องย่านที่อ้างอิงได้ มีดังนี้
- ในตัวเมือง: วิกิท่องเที่ยวบรรยายว่าเมืองเล็ก ส่วนใหญ่เดินได้ และมีตลาดกลางคืนกับร้านอาหารเล็ก ๆ ให้เลือก เหมาะเป็นฐานสำหรับเที่ยวรอบจังหวัด
- ช่วงงานช้างและงานฉลองศีขรภูมิ: วิกิท่องเที่ยวบอกให้จองห้องล่วงหน้า
- ถ้าเน้นปราสาทใกล้ชายแดน: ใช้ตัวเมืองเป็นฐานแล้วเช่ารถพร้อมคนขับ เพราะปราสาทกระจายกันมาก
ราคาห้องเปลี่ยนตามวัน ให้เปรียบเทียบบนแพลตฟอร์มจองด้วยวันที่เดินทางจริงของคุณ
จุดหมายใกล้เคียง
- อีสาน: ภาพรวมทั้งภาค
- พนมรุ้งและพิมาย: ปราสาทขอมในบุรีรัมย์และโคราช
- บุรีรัมย์: จังหวัดข้างเคียงทางตะวันตก
- อุบลราชธานี: เมืองใหญ่ทางตะวันออก
- ขอนแก่น: ศูนย์กลางของอีสานตอนบน
- เที่ยวไทย ภาพรวม
จองที่ไหนดี
เทียบรถทัวร์ รถไฟ เรือ และเครื่องบิน เส้นทางกรุงเทพฯ–สุรินทร์ ในการค้นหาเดียว เห็นชื่อบริษัท เวลา และที่นั่งว่าง ดูจุดขึ้นรถหรือท่าเรือและกติกาสัมภาระก่อนจ่าย
เปิดเผยข้อมูลพันธมิตร: ลิงก์เหล่านี้อาจทำให้เราได้ค่าคอมมิชชันเมื่อคุณจอง โดยคุณไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม และไม่เปลี่ยนสิ่งที่เราเขียน
คำถามที่พบบ่อย
งานช้างสุรินทร์จัดเมื่อไหร่
วิกิพีเดียระบุว่าปกติจัดสุดสัปดาห์ของสัปดาห์ที่สามในเดือนพฤศจิกายน วิกิท่องเที่ยวบอกว่าจัดสามวันที่สนามศรีณรงค์ ปี 2569 ถ้ายึดกฎนี้จะเป็น 21-22 พฤศจิกายน แต่ควรตรวจวันประกาศจริงกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือ ททท. ก่อนจอง
จากกรุงเทพฯ ไปสุรินทร์ยังไง
มีรถไฟ รถโดยสารจากหมอชิต 2 และขับรถราว 434-457 กม. หน้า 12Go แสดงเที่ยวรถไฟ รถโดยสาร เที่ยวบิน และแท็กซี่ รวม 53 เที่ยวเมื่อเราเปิดดู 16 ตุลาคม 2569 ราคาและเวลาเปลี่ยนได้ ตรวจกับผู้ให้บริการ
ใช้เวลาจากกรุงเทพฯ นานแค่ไหน
วิกิท่องเที่ยวระบุขับรถเกิน 6 ชั่วโมงเล็กน้อย และรถไฟธรรมดาราว 8.5 ชั่วโมง ส่วนรถโดยสารเราไม่พบตัวเลขที่เชื่อถือได้ จึงไม่ระบุ
ไปปราสาทตาเมือนยังไง
วิกิท่องเที่ยวระบุว่ามีทัวร์จัดเป็นครั้งคราวเมื่อมีคนสนใจพอ และขึ้นแท็กซี่ไปกลับราว 2,000 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขเก่า ควรถามโรงแรมหรือผู้ขับรถเรื่องราคาและเส้นทางล่าสุด และอย่าเดินออกนอกทางเดิน เพราะแหล่งข้อมูลเตือนเรื่องทุ่นระเบิดตกค้าง
ที่ศูนย์คชบาลบ้านตากลางมีอะไร
วิกิท่องเที่ยวระบุว่าเป็นหมู่บ้านของชาวกูยที่เลี้ยงช้างอยู่ใกล้ชิดกับบ้าน และมีการแสดง แต่ตั้งข้อสังเกตว่าการขี่และการล่ามช้างในการแสดงมีประเด็นจริยธรรม ค่าเข้า 100 บาทและเวลา 8:30-16:30 เป็นข้อมูลจากวิกิท่องเที่ยว เราไม่ได้ตรวจกับหน้าทางการ
ซื้อผ้าไหมที่ไหน
วิกิท่องเที่ยวระบุหมู่บ้านท่าสว่างว่ามีผ้าไหมยกทอง และหมู่บ้านเขวาสินรินทร์มีผ้าไหมแบบโฮล ควรไปดูที่หมู่บ้านโดยตรงและถามราคาก่อนซื้อ
สุรินทร์ในชื่อ Surin Beach กับหมู่เกาะสุรินทร์ ใช่จังหวัดนี้ไหม
ไม่ใช่ หาดสุรินทร์อยู่ที่ภูเก็ต หมู่เกาะสุรินทร์เป็นอุทยานทางทะเลในพังงา ดูคู่มือหมู่เกาะสุรินทร์ ถ้าต้องการสองแห่งนั้น
ชาวกูยคือใคร
วิกิพีเดียบรรยายชาวกูย หรือกวย ส่วย ว่าเป็นกลุ่มชนมอญ-เขมร ถิ่นเดิมตั้งแต่ที่ราบสูงโคราชตอนใต้ไปถึงแม่น้ำโขง ชาวกูยช้างหรือกูยอาจีอางในสุรินทรคือผู้อยู่เบื้องหลังงานช้าง ดูหัวข้อผู้คนสุรินทร์ด้านบน
ปราสาทขอมที่เก่าที่สุดในสุรินทร์คือที่ไหน
วิกิพีเดียภาษาไทยระบุปราสาทภูมิโปน อำเภอสังขะ ว่าปรางค์อิฐที่เก่าที่สุดมีอายุราวคริสต์ศตวรรษที่ 7 วิกิพีเดียภาษาอังกฤษอ้างซาราห์ ทัลบอต ว่าเป็นโบราณสถานขอมที่เก่าที่สุดเท่าที่รู้จักในไทยซึ่งยังอยู่ในสภาพเดิมดี มีทับหลังปลายศตวรรษที่ 7 ส่วนวิกิท่องเที่ยวว่าราวศตวรรษที่ 8
ทำไมตราจังหวัดสุรินทร์มีรูปช้าง
วิกิพีเดียภาษาไทยระบุว่าตราเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณอยู่หน้าปราสาทศีขรภูมิ และวิกิพีเดียภาษาอังกฤษของจังหวัดบอกว่าออกแบบตามปราสาทขอมที่มีชื่อเสียงในจังหวัด
ปราสาทตาเมือนเปิดให้เข้าไหม
เราบอกไม่ได้ วิกิพีเดียรายงานว่าเคยปิดช่วงวิกฤตชายแดนปี ค.ศ. 2008 ถึง 2013 และมีข้อจำกัดว่าเดินไปได้ไกลแค่ไหน และวิกิพีเดียภาษาไทยกล่าวถึงเหตุการณ์เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2568 ให้ถามโรงแรมหรือสำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัดในวันนั้น อยู่ในเขตปราสาทถ้าไป และทำตามคำสั่งของตำรวจตระเวนชายแดน
คนสุรินทร์พูดภาษาอะไร
ประชากรจำนวนมากพูดไทยร่วมกับเขมรถิ่นไทย กูย หรือลาวอีสาน วิกิพีเดียภาษาอังกฤษรายงานว่าสำมะโนปี ค.ศ. 2000 มีผู้พูดเขมรได้ร้อยละ 47.2 และวิกิพีเดียภาษาไทยแจงภาษาแรกต่างออกไป ดูตัวเลขและข้อจำกัดในหัวข้อด้านบน
ซื้ออะไรกลับบ้านจากสุรินทร์ได้บ้าง
วิกิท่องเที่ยวและวิกิพีเดียภาษาไทยระบุผ้าไหมบ้านท่าสว่างและหมู่บ้านเขวาสินรินทร์ ลูกประคำเงินจากบ้านโชค ตะกร้าหวายจากบ้านบุทม เม็ดบัวอบกรอบ ข้าวหอมมะลิ ผักกาดดองหวาน และกาละแม เราไม่ใส่ราคา ให้เทียบหลายร้านและถามว่าทำอย่างไร
มีเส้นทางสองวันที่ดีไหม
ข้อเสนอของเราในหัวข้อแผนเที่ยวคือวันแรกเมืองและบ้านท่าสว่าง วันที่สองปราสาทศีขรภูมิกับปราสาทบ้านพลวง และเพิ่มหมู่บ้านช้างถ้ามีวันที่สาม เป็นแผนของเราที่สร้างจากแหล่งข้อมูล ไม่ใช่เส้นทางทางการ
แหล่งข้อมูลทางการและอ่านเพิ่มเติม
- จังหวัดสุรินทร์ (วิกิพีเดียภาษาอังกฤษ)
- สุรินทร์ (วิกิท่องเที่ยว)
- ปราสาทศีขรภูมิ (วิกิพีเดียภาษาอังกฤษ)
- งานช้างสุรินทร์ (วิกิพีเดียภาษาอังกฤษ)
- สถานีรถไฟสุรินทร์ (วิกิพีเดียภาษาอังกฤษ)
- ท่าอากาศยานสุรินทร์ภักดี (วิกิพีเดียภาษาอังกฤษ)
- การรถไฟแห่งประเทศไทย
- ชาวกูย (วิกิพีเดียภาษาอังกฤษ)
- ปราสาทตาเมือนธม (วิกิพีเดียภาษาอังกฤษ)
- จังหวัดสุรินทร์ (วิกิพีเดียภาษาไทย)
- ปราสาทศีขรภูมิ (วิกิพีเดียภาษาไทย)
- ปราสาทตาเมือนธม (วิกิพีเดียภาษาไทย)
- ปราสาทตาเมือนโต๊ด (วิกิพีเดียภาษาไทย)
- ปราสาทตาเมือน (วิกิพีเดียภาษาไทย)
- ปราสาทภูมิโปน (วิกิพีเดียภาษาไทย)
- ปราสาทบ้านพลวง (วิกิพีเดียภาษาไทย)
- ปราสาทเมืองที (วิกิพีเดียภาษาไทย)
- ปราสาทยายเหงา (วิกิพีเดียภาษาไทย)
- ปราสาทจอมพระ (วิกิพีเดียภาษาไทย)
- อำเภอท่าตูม (วิกิพีเดียภาษาไทย)
- 12Go กรุงเทพฯ-สุรินทร์
ราคา ตารางเวลา และกฎการเข้าเมืองเปลี่ยนได้ ตัวเลขในหน้านี้เป็นค่าประมาณ ณ ปี 2569 (2026) โปรดยืนยันกับหน้าทางการหรือผู้ให้บริการก่อนจอง พบข้อมูลล้าสมัยหรือไม่? แจ้งเรา.





