โฆษณา: บางลิงก์จองและซื้อตั๋วในเว็บนี้เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate) อาจทำให้เราได้ค่าคอมมิชชันโดยคุณไม่เสียเพิ่ม ส่วนปุ่มอื่นเป็นลิงก์ธรรมดาที่เราไม่ได้ค่าตอบแทน รายละเอียด
ภาพยโสธร: เมืองริมแม่น้ำชีที่ขึ้นชื่อเรื่องบุญบั้งไฟ มีพิพิธภัณฑ์รูปพญาคันคากและวัดเก่าแก่กลางเมือง
คู่มือจุดหมาย

เที่ยวยโสธร: บุญบั้งไฟ พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก วัดมหาธาตุ

เมืองริมแม่น้ำชีที่ขึ้นชื่อเรื่องบุญบั้งไฟ มีพิพิธภัณฑ์รูปพญาคันคากและวัดเก่าแก่กลางเมือง

ภาพ: Takeaway, CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons

ยโสธรเป็นจังหวัดเล็ก ๆ ในอีสานตอนล่าง ตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำชี ไม่มีสนามบินและไม่มีรถไฟ คนจึงรู้จักชื่อนี้จากเทศกาลมากกว่าจากการนั่งรถผ่าน ทุกปีช่วงกลางเดือนพฤษภาคมมีงานบุญบั้งไฟ ขบวนแห่ เวทีหมอลำ และการยิงบั้งไฟที่สวนพญาแถน แต่ถ้าไปนอกช่วงงาน เมืองนี้ก็ยังมีพิพิธภัณฑ์รูปพญาคันคากสูง 19 เมตร หอไตรกลางสระที่วัดมหาธาตุ พระธาตุโบราณกลางทุ่งนา และบรรยากาศเมืองเล็กที่เดินเที่ยวได้ในวันเดียว

คู่มือนี้ใช้เฉพาะข้อมูลที่เราตรวจกับแหล่งที่ระบุไว้ท้ายหน้าเมื่อ 16 ต.ค. 2569 คือ วิกิพีเดีย วิกิท่องเที่ยว และหน้า 12Go ที่เราเปิดดูเองในเบราว์เซอร์ ที่ใดแหล่งข้อมูลไม่ตรงกันเราแสดงทั้งสองฝั่ง และเราไม่ใส่ค่าเข้าชม เวลาเปิด หรือวันจัดงานที่ยังไม่ได้ตรวจกับเจ้าของสถานที่ ส่วนเรื่องที่พัก เรายังหาโรงแรมที่มีเว็บไซต์ทางการอ่านได้ครบตามเกณฑ์ไม่ได้ จึงให้แนวทางเลือกย่านเท่านั้น (อ่านหัวข้อที่พักด้านล่าง)

ท่าปล่อยบั้งไฟและควันขาวขณะบั้งไฟพุ่งขึ้นฟ้า ภาพจากงานบุญบั้งไฟยโสธร พ.ศ. 2556
ท่าปล่อยบั้งไฟและควันขาวขณะบั้งไฟพุ่งขึ้นฟ้า ภาพจากงานบุญบั้งไฟยโสธร พ.ศ. 2556 ภาพ: Takeaway, CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons

ยโสธรเป็นเมืองแบบไหน

วิกิพีเดียภาษาไทยระบุว่ายโสธรตั้งเป็นจังหวัดโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 70 แยกจากอุบลราชธานีพร้อม 6 อำเภอ มีผลตั้งแต่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2515 ปัจจุบันมี 9 อำเภอ พื้นที่ราว 4,161 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณร้อยละ 0.81 ของประเทศ อยู่ในแอ่งโคราช ทางตอนกลางและตอนใต้เป็นที่ราบลุ่มริมแม่น้ำชี ซึ่งไหลผ่านจังหวัดยาวราว 110 กิโลเมตร ส่วนตอนเหนือเป็นที่ราบสูงสลับลูกคลื่นที่เคยเป็นป่าดงบังอี่ ผู้คนส่วนใหญ่ทำเกษตรกรรม

เรื่องการตั้งเมืองแหล่งข้อมูลเล่าไม่เหมือนกัน วิกิพีเดียภาษาอังกฤษของตัวเมืองยโสธรระบุว่าเจ้าราชวงศ์สิงห์พาผู้คนมาตั้งเมืองบนเนินริมแม่น้ำชีเมื่อ พ.ศ. 2354 ส่วนบทความภาษาไทยของจังหวัดเล่าว่าท้าวคำสูและพวกลงมาจากนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน (หนองบัวลำภู) เมื่อ พ.ศ. 2314 และตั้งบ้านสิงห์ท่า ทั้งสองฉบับตรงกันว่าชื่อเดิมคือ บ้านสิงห์ท่า ซึ่งเกี่ยวกับตำนานสิงห์ที่ออกมาจากป่าตอนเลือกที่ตั้งเมือง และตราจังหวัดก็เป็นรูปสิงห์สองตัวหันหน้าเข้าหาพระธาตุอานนท์ที่วัดมหาธาตุ พ.ศ. 2357 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยยกฐานะขึ้นเป็นเมืองยศสุนทร และชื่อยโสธรมาจากชื่อนี้

วิกิพีเดียภาษาอังกฤษยังระบุว่าเมืองมีชาวไทยเชื้อสายจีนจำนวนมาก ศาลหลักเมืองที่ตั้งเมื่อ พ.ศ. 2530 หน้าตาคล้ายศาลเจ้าจีน และมีขบวนแห่ประจำปีที่ใช้ทหารจีนเป็นตัวแทนเจ้าพ่อหลักเมือง ส่วนจังหวัดมีเขตประวัติศาสตร์เก่ากว่านั้นมาก บทความภาษาไทยระบุว่าพบจารึกที่เอ่ยถึงอาณาจักรเจนละ 4 หลัก เช่น จารึกดงเมืองเตยที่กล่าวถึงเมืองศังขปุระ และพบชุมชนคูน้ำคันดินสมัยทวารวดีหลายแห่ง

พระธาตุอานนท์ที่วัดมหาธาตุ ยโสธร มองจากลานวัด
พระธาตุอานนท์ที่วัดมหาธาตุ ยโสธร มองจากลานวัด ภาพ: Supanut Arunoprayote, CC BY 4.0 / Wikimedia Commons

เดินทางไปยโสธร

วิกิพีเดียภาษาไทยระบุว่ายโสธรไม่มีทางรถไฟและไม่มีท่าอากาศยาน ถ้าไปรถไฟหรือเครื่องบินต้องลงที่อุบลราชธานีแล้วต่อรถโดยสารหรือรถตู้ บทความเดียวกันยังกล่าวถึงโครงการรถไฟสายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนมที่จะผ่านอำเภอเลิงนกทา และแผนพัฒนาสนามบินเลิงนกทาเป็นท่าอากาศยานพาณิชย์ แต่ยังเป็นเรื่องในอนาคต อย่าวางทริปโดยนับว่ามีขนส่งสองแบบนี้

ออกจากไปด้วยแหล่งข้อมูลระบุว่า
กรุงเทพฯรถโดยสารวิกิพีเดียภาษาอังกฤษระบุว่ามีรถหลายสายไปสถานีหมอชิตใหม่และสถานีอื่นในภาคเหนือและอีสาน หน้า 12Go ที่เราเปิดดูแสดงรถโดยสารเริ่มราว 589 บาท (ดูหัวข้อจองการเดินทาง)
กรุงเทพฯขับรถห่างราว 531 กม. ตามวิกิพีเดียภาษาไทยของอำเภอเมือง (บทความจังหวัดให้ 532 กม. ส่วนวิกิพีเดียภาษาอังกฤษให้ราว 500 กม.) วิกิท่องเที่ยวบอกเส้นทางทางหลวงหมายเลข 1 ต่อ 2 ผ่านโคราช แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 23 ผ่านมหาสารคาม ร้อยเอ็ด ราว 531 กม. ใช้เวลาราว 7 ชั่วโมง
อุบลราชธานีรถยนต์หรือรถโดยสารวิกิพีเดียภาษาอังกฤษระบุว่าอยู่ห่างไปทางตะวันออกราว 100 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 23 และเป็นจุดที่ไปลงรถไฟหรือเครื่องบินได้
ร้อยเอ็ดรถโดยสารวิกิท่องเที่ยวในหัวข้อเมืองถัดไปบอกว่านั่งรถไปร้อยเอ็ดราว 1 ชั่วโมงครึ่ง (ตัวเลขค่าโดยสารในหน้านั้นเก่า เราไม่นำมาลง)

วิกิพีเดียภาษาอังกฤษระบุว่าสถานีขนส่งผู้โดยสารย้ายจากกลางเมืองไปอยู่ริมทางเลี่ยงเมืองหมายเลข 23 ทางตะวันออกของสี่แยกบ้านคำน้อย ดังนั้นถ้าลงรถทัวร์ที่สถานีขนส่ง ให้เผื่อการต่อรถเข้าไปกลางเมือง และตรวจกับบริษัทรถว่าจะลงที่สถานีขนส่งหรือจุดจอดอื่นระหว่างทาง

เดินทางในเมืองและจังหวัด

วิกิพีเดียภาษาอังกฤษระบุว่าในเขตกลางเมืองมีสามล้อถีบ (สามล้อ) ให้บริการ และห้ามตุ๊กตุ๊ก ส่วนมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ใส่เสื้อกั๊กและมีป้ายทะเบียนสีเหลืองวิ่งทั้งในเมืองและนอกเมือง วิกิพีเดียภาษาไทยระบุว่ามีรถโดยสารและรถสองแถวไปอำเภอต่าง ๆ ที่คิวอยู่ที่สถานีขนส่ง ระยะจากตัวจังหวัดไปแต่ละอำเภอตามบทความคือ ทรายมูล 21 กม. คำเขื่อนแก้ว 25 กม. ป่าติ้ว 31 กม. กุดชุม 39 กม. มหาชนะชัย 44 กม. ไทยเจริญ 55 กม. ค้อวัง 66 กม. และเลิงนกทา 72 กม. ที่เที่ยวนอกเมืองกระจายกัน ถ้ามีเวลาน้อยการเช่ารถหรือเหมารถทั้งวันสะดวกกว่ารอคิวรถสองแถว

แม่น้ำชีบริเวณรอยต่อยโสธรกับร้อยเอ็ด ภาพพาโนรามาเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563
แม่น้ำชีบริเวณรอยต่อยโสธรกับร้อยเอ็ด ภาพพาโนรามาเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 ภาพ: Supanut Arunoprayote, CC BY 4.0 / Wikimedia Commons

จองการเดินทาง

หน้ากรุงเทพฯ-ยโสธรบน 12Goแสดงผลดังนี้เมื่อเราเปิดดูในเบราว์เซอร์ 16 ต.ค. 2569 สำหรับวันที่ 18 ต.ค. ผู้เดินทาง 2 คน คือ 36 เที่ยว ราคาตั้งแต่ 589 ถึง 17,850 บาท เป็นรถโดยสาร 29 เที่ยว เริ่มที่ 589 บาท และแท็กซี่ 7 เที่ยว เริ่มที่ 6,685 บาท ผู้ให้บริการรถโดยสารที่เห็นในรายการมี Transport Co, Prayat Tour, Cherdchai Tour, Kammaratrungruang, Jiratkan Kemarat และ Ubon Air ส่วนแท็กซี่ที่เห็นคือ Glassflower เราไม่เห็นเที่ยวรถไฟหรือเครื่องบินในหน้านี้ จุดลงรถของแต่ละเที่ยวต่างกัน ตัวอย่างที่เห็นคือ Pa Tio, Kham Khuean Kaeo และKham Hai Phanom Phrai (ตามที่หน้าแสดง) ไม่ใช่ทุกเที่ยวที่ลงกลางเมืองยโสธร จึงให้ดูชื่อจุดลงก่อนจอง ตัวเลขนี้คือสิ่งที่หน้าแสดงในวันนั้น ไม่ใช่ราคาที่รับประกัน และจะเปลี่ยนตามวันและที่นั่ง เราใส่ลิงก์ไว้ให้เทียบสะดวก และบางลิงก์ในเว็บนี้อาจทำให้เราได้ค่าคอมมิชชัน ซึ่งไม่เปลี่ยนเวลาหรือราคาที่คุณเห็น

ข้อควรระวัง

ไม่มีรถไฟและไม่มีสนามบินในจังหวัด ถ้าบินมา ให้วางแผนลงอุบลราชธานีแล้วต่อรถไปราว 100 กม. ตามที่วิกิพีเดียระบุ และเช็กเวลารถรอบสุดท้ายก่อนจองเที่ยวบิน

ฤดูกาลและช่วงที่ควรไป

วิกิพีเดียภาษาไทยระบุว่ายโสธรมี 3 ฤดู คือ ร้อน ฝน และหนาว ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ย 71.1 เปอร์เซ็นต์ อุณหภูมิสูงสุดที่บันทึก 43 องศา ต่ำสุด 11 องศา และฝนเฉลี่ยราว 1,600 มิลลิเมตรต่อปีในช่วง พ.ศ. 2552 ถึง 2556 บทความไม่ได้แบ่งเดือนของแต่ละฤดู เราจึงไม่ระบุเดือนเอง ถ้าไม่ต้องการร้อนจัดหรือฝนตก ให้ดูพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาตามวันที่ไป

เรื่องเทศกาลซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่คนมา วิกิพีเดียภาษาไทยและวิกิท่องเที่ยวตรงกันว่างานบุญบั้งไฟจัดวันเสาร์และวันอาทิตย์สัปดาห์ที่สองของเดือนพฤษภาคม ส่วนบทความภาษาอังกฤษของตัวเมืองเขียนว่าสุดสัปดาห์กลางเดือนพฤษภาคม วันจัดของปีหน้า เรายังไม่ได้ตรวจกับจังหวัดหรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ควรดูประกาศก่อนซื้อตั๋วหรือจองห้อง

บุญบั้งไฟยโสธร

บุญบั้งไฟเป็นประเพณีขอฝนของอีสานที่เกี่ยวกับพญาแถน เทพแห่งฝนในความเชื่อท้องถิ่น วิกิพีเดียภาษาไทยระบุว่างานของยโสธรเป็นหนึ่งในสี่งานบั้งไฟที่ใหญ่ระดับประเทศ ร่วมกับสุวรรณภูมิ พนมไพร และตะไลล้านกุดหว้า และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยช่วยประชาสัมพันธ์งานของยโสธรมาตั้งแต่ พ.ศ. 2523

วิกิพีเดียภาษาอังกฤษอธิบายจังหวะของงานว่า วันศุกร์ถนนสายหลักกลายเป็นถนนขบวนแห่ มีเวทีหมอลำตลอดสองฝั่ง วันเสาร์ขบวนต่าง ๆ แข่งกันประกวดโดยมีทั้งขบวนรำและรถบั้งไฟ ซึ่งหลายขบวนเล่าเรื่องผาแดงนางไอ่ ส่วนวันอาทิตย์ย้ายไปที่สวนพญาแถนทางขอบเมืองด้านตะวันออก เพื่อแข่งยิงบั้งไฟว่าลอยได้นานแค่ไหน บทความภาษาไทยเพิ่มว่าขบวนแห่โบราณและการเซิ้งมาจากทั้ง 9 อำเภอ และมีขบวนจาก 9 คุ้มวัดชิงถ้วยพระราชทาน

วิกิท่องเที่ยวระบุว่าบั้งไฟมีหลายขนาดเรียกตามน้ำหนักดินปืน เช่น บั้งไฟกิโล บั้งไฟหมื่น (ดินปืน 12 กิโลกรัม) และบั้งไฟแสน (ดินปืน 120 กิโลกรัม) ชาวบ้านบางหมู่บ้านทำเองและบางหมู่บ้านจ้างช่างเฉพาะ ภาพที่เราใช้ในหน้านี้จากงานปี พ.ศ. 2556 ยังบันทึกประเพณีที่ฝ่ายแพ้หรือคนที่ถูกจับถูกเหวี่ยงลงโคลนในวันยิง ซึ่งวิกิท่องเที่ยวเล่าไว้ด้วย

ผู้ร่วมขบวนแห่แต่งตัวตามตำนานในงานบุญบั้งไฟยโสธร วันเสาร์ พ.ศ. 2556
ผู้ร่วมขบวนแห่แต่งตัวตามตำนานในงานบุญบั้งไฟยโสธร วันเสาร์ พ.ศ. 2556 ภาพ: Takeaway, CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons

เรื่องความปลอดภัย วิกิพีเดียภาษาอังกฤษบันทึกว่าเมื่อ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 บั้งไฟขนาด 120 กิโลกรัมระเบิดที่ความสูงราว 50 เมตรหลังยิงไม่กี่วินาที มีผู้เสียชีวิต 4 คนและบาดเจ็บ 11 คน ถ้าไปดูการยิง ให้ยืนในโซนที่ผู้จัดงานกำหนดและทำตามเจ้าหน้าที่ เราไม่ได้ตรวจกฎความปลอดภัยของงานปีล่าสุด

ประเพณีเล่นโคลนในวันยิงบั้งไฟ ภาพจากงานปี พ.ศ. 2556
ประเพณีเล่นโคลนในวันยิงบั้งไฟ ภาพจากงานปี พ.ศ. 2556 ภาพ: Takeaway, CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons

นอกจากบั้งไฟ วิกิพีเดียภาษาไทยระบุเทศกาลอื่นของจังหวัดไว้ด้วย ได้แก่ ประเพณีแห่มาลัยข้าวตอกที่ชุมชนบ้านฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย ก่อนวันมาฆบูชา 1 วัน เทศกาลจุดไฟตูมกาที่บ้านทุ่งแต้ และเทศกาลแห่ดาวที่บ้านซ่งแย้ในช่วงคริสต์มาส ส่วนสวนพญาแถนยังใช้จัดแข่งเรือสั้นประจำปีและงานสงกรานต์ วิกิท่องเที่ยวเล่าว่ามาลัยข้าวตอกทำจากข้าวคั่วจนพองแล้วร้อยเป็นมาลัยยาว 4 ถึง 6 เมตร ประดับดอกไม้และลูกปัด

วัดและพิพิธภัณฑ์ในตัวเมือง

วัดมหาธาตุ

วัดมหาธาตุเป็นวัดคู่เมืองตั้งแต่ตั้งเมือง วิกิพีเดียภาษาไทยระบุว่าเดิมชื่อวัดทุ่งสว่าง และเรียกวัดมหาธาตุตั้งแต่ท้าวฝ่ายหน้าบูรณะเจดีย์ใหญ่ราว พ.ศ. 2321 สิ่งสำคัญในวัดมีสามอย่าง อย่างแรกคือพระธาตุอานนท์ หรือพระธาตุยโสธร อยู่หน้าพระอุโบสถ ตำนานว่าสร้างเมื่อ พ.ศ. 1218 และบรรจุอัฐิของพระอานนท์ บทความระบุว่าไม่ปรากฏปีสร้างที่แน่ชัดและพบหลักฐานการบูรณะ พ.ศ. 2490 และมีงานสมโภชทุกปีวันขึ้น 13 ถึง 15 ค่ำ เดือน 3 วิกิท่องเที่ยวบอกว่ายอดของพระธาตุคล้ายพระธาตุพนม

อย่างที่สองคือพระพุทธปฏิมาบุษยรัตน์ หรือพระแก้วหยดน้ำค้าง พระพุทธรูปปางสมาธิศิลปะเชียงแสน บทความภาษาไทยเรียกว่าพระพุทธรูปประจำเมืองที่เล็กที่สุดในประเทศไทย (ข้อความนี้ตามวิกิพีเดีย เรายังไม่ได้ตรวจกับกรมศิลปากรหรือวัด) อย่างที่สามคือหอไตรไม้กลางสระ วิกิพีเดียระบุว่าสร้างราว พ.ศ. 2373 เก็บคัมภีร์ใบลานที่นำมาจากเวียงจันทน์ และสันนิษฐานว่าสถาปัตยกรรมปัจจุบันน่าจะราวรัชกาลที่ 4 ถึง 5 ได้รับการบูรณะครั้งหลังสุด พ.ศ. 2551 กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานของวัดเมื่อ พ.ศ. 2491

หอไตรไม้ยกพื้นกลางสระในวัดมหาธาตุ ยโสธร
หอไตรไม้ยกพื้นกลางสระในวัดมหาธาตุ ยโสธร ภาพ: Supanut Arunoprayote, CC BY 4.0 / Wikimedia Commons

วัดศรีธรรมาราม

วัดศรีธรรมารามเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ฝ่ายธรรมยุต วิกิพีเดียระบุว่าสร้างราว พ.ศ. 2395 และเปลี่ยนชื่อหลายครั้งก่อนมาเป็นชื่อปัจจุบันเมื่อ พ.ศ. 2500 วัดนี้ประดิษฐานพระคัมภีร์พระพุทธเจ้า หรือพระพุทธมงคลรุ่งโรจน์ (หลวงพ่อพระสุก) ในเจดีย์พระสุกและพิพิธภัณฑ์พระเทพสังวรญาณ ซึ่งมีงานสมโภชเมื่อ 2 เมษายน พ.ศ. 2559 ตามหนังสือที่ระลึกที่บทความอ้างถึง บทความเล่าว่าที่มาของหลวงพ่อพระสุกคลุมเครือ จึงเขียนว่าเรื่องเล่าบางส่วนยังไม่ยืนยัน เรายังไม่ได้ตรวจเวลาเปิดพิพิธภัณฑ์

เจดีย์พระสุกและลานวัดศรีธรรมาราม ยโสธร
เจดีย์พระสุกและลานวัดศรีธรรมาราม ยโสธร ภาพ: Xiengyod~commonswiki, CC BY 4.0 / Wikimedia Commons
ลานวัดศรีธรรมารามและพระอุโบสถ มองจากหน้าวัด
ลานวัดศรีธรรมารามและพระอุโบสถ มองจากหน้าวัด ภาพ: Xiengyod~commonswiki, CC BY 4.0 / Wikimedia Commons

วัดสิงห์ท่าและย่านเมืองเก่า

วัดสิงห์ท่าอยู่ริมแม่น้ำชีในตำบลในเมือง วิกิพีเดียภาษาไทยระบุว่าสร้างเมื่อ พ.ศ. 2324 พร้อมการตั้งเมือง บนที่วัดร้างซึ่งพบสิงห์หินและพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนขนาดใหญ่ จึงเรียกว่าวัดพระเจ้าใหญ่ก่อนเปลี่ยนเป็นวัดสิงห์ท่า กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานเมื่อ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2545 เจดีย์ของวัดเป็นทรงจอมแหย่อมุมไม้สิบสอง วิกิท่องเที่ยวบอกว่าย่านบ้านคุ้มสิงห์ท่าในเขตเทศบาลเมืองคือย่านเก่าที่มีชื่อปรากฏในประวัติเมือง และวิกิพีเดียภาษาอังกฤษเล่าว่าวัดทุ่งสว่างชัยภูมิคือจุดที่เจ้าพระยาบดินทรเดชาตั้งกองทัพช่วง พ.ศ. 2369 ถึง 2371 ซึ่งมีเจดีย์ 9 ยอด

วิมานพญาแถน พิพิธภัณฑ์พญาคันคากและพญานาค

วิมานพญาแถนตั้งอยู่ริมลำทวนฝั่งขวา ถนนมงคลบูรพา วิกิพีเดียภาษาไทยอธิบายว่าเป็นแหล่งเรียนรู้และพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่เชื่อมกับตำนานบุญบั้งไฟ บทความระบุว่าก่อสร้างเป็นช่วง ๆ ด้วยงบรวมที่คาดไว้ราว 200 ล้านบาท จุดที่คนจดจำมากที่สุดคือพิพิธภัณฑ์พญาคันคาก อาคารรูปคางคกยักษ์สูง 19 เมตร พื้นที่รวม 835 ตารางเมตร มีนิทรรศการ 5 ชั้น ได้แก่ ประวัติเมืองยโสธร ตำนานพญาแถนและพญาคันคาก ตำนานและเรื่องราวของบั้งไฟ อัตลักษณ์เมือง และชั้นบนสุดเป็นจุดชมวิวเมือง วิกิพีเดียภาษาอังกฤษของตัวเมืองระบุว่าอาคารสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2558 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว

อาคารพิพิธภัณฑ์พญาคันคากรูปคางคกยักษ์ ริมลำทวน เมืองยโสธร
อาคารพิพิธภัณฑ์พญาคันคากรูปคางคกยักษ์ ริมลำทวน เมืองยโสธร ภาพ: Nori808, CC BY-SA 4.0 / Wikimedia Commons

ถัดไปทางเหนือริมลำทวนคือพิพิธภัณฑ์พญานาค บทความภาษาไทยระบุว่าอาคารยาว 99 เมตร กว้าง 12.50 เมตร งบก่อสร้าง 45 ล้านบาท มี 5 โซน เล่าตั้งแต่ตำนานพญาคันคาก ความเชื่อเรื่องพญานาคในศาสนาพุทธและฮินดู ตำนานการเกิดแม่น้ำโขงโดยพญานาค ไปจนถึงชีววิทยาของงู เราไม่ได้ตรวจเวลาเปิด ค่าเข้า หรือสถานะเปิดบริการของทั้งสองพิพิธภัณฑ์ ก่อนไปให้โทรหรือดูประกาศของจังหวัดก่อน

สวนพญาแถน

สวนสาธารณะพญาแถนอยู่ใจกลางเมือง ติดลำน้ำกว้าง บนถนนแจ้งสนิท ตามวิกิพีเดียภาษาไทยมีเนื้อที่ 18 ไร่ 2 งาน 57 ตารางวา มีสวนไม้ดอก เวทีกลางแจ้ง สนามเด็กเล่น และสวนสุขภาพ เป็นสถานที่จัดการยิงบั้งไฟประจำปี แข่งเรือสั้น และสงกรานต์ วิกิพีเดียระบุว่าได้รับรางวัลสวนสาธารณะดีเด่นประจำภาค 3 เมื่อ พ.ศ. 2525

ที่เที่ยวนอกเมือง

พระธาตุก่องข้าวน้อย (พระธาตุตาดทอง)

พระธาตุนี้ตั้งกลางทุ่งนาบ้านตาดทอง ห่างตัวจังหวัดราว 9 กิโลเมตรตามวิกิพีเดียภาษาไทย ไปตามทางหลวงหมายเลข 23 สายยโสธร-อุบลราชธานี กิโลเมตรที่ 194 แล้วเลี้ยวซ้ายอีก 1 กิโลเมตร เป็นเจดีย์ทรงมณฑปยอดบัวเหลี่ยม ผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส สร้างอิฐถือปูน ตามรูปแบบสถาปัตยกรรมสร้างในพุทธศตวรรษที่ 24 กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเมื่อ 27 กันยายน พ.ศ. 2479 และบทความระบุว่าบูรณะครั้งหลังสุด พ.ศ. 2545 ช่วงเดือนเมษายนมีประเพณีสรงน้ำพระและปิดทอง

ชื่อก่องข้าวน้อยมาจากนิทานพื้นบ้านเรื่องชายหนุ่มที่ฆ่าแม่เพราะนำข้าวมาส่งช้าและน้อย แล้วสร้างธาตุไถ่บาป ที่น่าสนใจคือแหล่งข้อมูลแย้งกันเองว่าองค์ไหนคือธาตุในนิทาน วิกิท่องเที่ยวเล่านิทานนี้ในหัวข้อพระธาตุก่องข้าวน้อยโดยไม่ระบุว่าเป็นองค์ไหน ส่วนวิกิพีเดียภาษาไทยเล่าว่ากรมศิลปากรสันนิษฐานว่าธาตุที่วัดทุ่งสะเดา บ้านสะเดา ตำบลตาดทอง ซึ่งเล็กกว่าและคนเดียวสร้างได้ คือธาตุของนิทาน ส่วนพระธาตุตาดทองใหญ่พอ ๆ กับพระธาตุอานนท์จึงควรเรียกว่าพระธาตุตาดทองหรือพระธาตุถาดทอง ทั้งสองแห่งขึ้นทะเบียนโบราณสถานเมื่อ 27 กันยายน พ.ศ. 2479 ถ้าไปเที่ยวจึงควรถามชื่อแต่ละองค์ให้ชัด

พระธาตุก่องข้าวน้อยและโบราณสถานข้างเคียง อำเภอเมืองยโสธร
พระธาตุก่องข้าวน้อยและโบราณสถานข้างเคียง อำเภอเมืองยโสธร ภาพ: Supanut Arunoprayote, CC BY 4.0 / Wikimedia Commons

ดงเมืองเตยและบ้านสงเปือย

ในอำเภอคำเขื่อนแก้ว (ห่างตัวจังหวัดราว 25 กม.) วิกิท่องเที่ยวและวิกิพีเดียระบุถึงเมืองโบราณดงเมืองเตย ที่เหลือเป็นฐานวัดและกำแพงเมือง พบจารึกที่ระบุชื่อศังขปุระ วิกิพีเดียภาษาอังกฤษของจังหวัดบอกว่านักวิชาการเสนอระยะห่างจากสัมโบร์ไพรกุกราว 400 กิโลเมตรตามแม่น้ำชี แต่ก็บอกว่าหลักฐานยังไม่พอจะระบุว่าเมืองนี้อยู่ในอำนาจทางการเมืองของเจนละ วิกิท่องเที่ยวบอกว่าที่วัดบ้านสงเปือยมีพิพิธภัณฑ์ของโบราณที่รวบรวมของจากดงเมืองเตย และมีพระพุทธรูปอิฐขนาดใหญ่ที่เก่ากว่า 200 ปี เราไม่ได้ตรวจเวลาเปิดหรือเส้นทาง จึงให้ใช้เป็นรายการที่ควรสอบถามต่อ

โบสถ์ซ่งแย้ อำเภอไทยเจริญ

วิกิท่องเที่ยวและวิกิพีเดียภาษาไทยตรงกันว่าบ้านซ่งแย้เป็นชุมชนคาทอลิก วิกิท่องเที่ยวระบุว่าโบสถ์ก่อตั้ง พ.ศ. 2451 หลังปัจจุบันสร้าง พ.ศ. 2490 ด้วยไม้ที่ชาวบ้านบริจาค เป็นโบสถ์ไม้ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศตามที่วิกิท่องเที่ยวระบุ กว้าง 16 เมตร ยาว 57 เมตร (ข้อมูลอัปเดตล่าสุด พ.ศ. 2558) และทุกเดือนธันวาคมมีเทศกาลแห่ดาว อำเภอไทยเจริญห่างตัวจังหวัดราว 55 กม.

ภูสระดอกบัวฝั่งเลิงนกทา

วิกิพีเดียภาษาไทยระบุว่าอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัวอยู่บนรอยต่อ 3 จังหวัด ได้แก่ มุกดาหาร ยโสธร (อำเภอเลิงนกทา) และอำนาจเจริญ แต่ที่ทำการอุทยานอยู่ที่อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร วิกิพีเดียภาษาอังกฤษให้พื้นที่รวม 231 ตารางกิโลเมตร บนยอดเขามีสระหิน 11 แห่งที่มีบัวคนละสายพันธุ์ และมีถ้ำใหญ่ที่เคยเป็นฐานที่มั่นของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย บทความภาษาไทยของจังหวัดระบุเนื้อที่ฝั่งยโสธรราว 42,500 ไร่ อำเภอเลิงนกทาห่างตัวจังหวัดไกลที่สุดในรายการคือ 72 กม. ถ้าสนใจ ให้อ่านเรื่องเส้นทางและที่พักของอีกด้านในคู่มือมุกดาหาร

ของฝากและงานฝีมือ

วิกิท่องเที่ยวระบุสินค้าที่ยโสธรภูมิใจไว้ว่า ข้าวหอมมะลิ แตงโมแดงทรงกลม และหมอนขิดจากบ้านศรีฐาน ตำบลศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว นอกจากนี้ยังมีผ้าขิด รถเกวียนจำลอง กระติบข้าว และเครื่องจักสาน หมู่บ้านทุ่งนางโอกและบ้านนาสะไมย ใกล้กัน เป็นที่รู้จักด้านจักสานไม้ไผ่ และบ้านนาสะไมยมีเกวียนจำลองแกะสลัก ของกินที่วิกิท่องเที่ยวระบุว่าดีคือปลาส้ม ปลากราย และเส้นหมี่หวาน เราไม่ได้ตรวจร้านหรือวันเปิดของแหล่งเหล่านี้ ถ้าตั้งใจไปซื้อ ควรสอบถามหมู่บ้านก่อน

แผนเที่ยว 1 ถึง 2 วัน

แผนต่อไปนี้เป็นข้อเสนอของเรา จัดจากระยะที่แหล่งข้อมูลระบุ ไม่ใช่ตารางเวลาของสถานที่

  • ครึ่งวันในเมือง: เช้าเดินวัดมหาธาตุ (พระธาตุอานนท์ หอไตรกลางสระ) แล้วไปวัดศรีธรรมารามและวัดสิงห์ท่า ช่วงบ่ายไปวิมานพญาแถนริมลำทวน ขึ้นชั้นชมวิวของพิพิธภัณฑ์พญาคันคาก แล้วเดินสวนพญาแถนตอนเย็น
  • 1 วันเต็ม: เพิ่มพระธาตุก่องข้าวน้อยที่ห่างไปราว 9 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 23 ไปทางอุบลฯ ตอนเช้า แล้วกลับมาเดินเมือง
  • 2 วัน: วันที่สองไปคำเขื่อนแก้ว (25 กม.) ดูดงเมืองเตยกับบ้านสงเปือย หรือไปบ้านซ่งแย้ที่ไทยเจริญ (55 กม.) ถ้ามีรถ
  • ถ้าไปช่วงบุญบั้งไฟ: เผื่อวันเสาร์สำหรับขบวนแห่และวันอาทิตย์สำหรับสวนพญาแถน และอย่านัดเที่ยวอย่างอื่นในวันที่ถนนกลางเมืองปิดเป็นถนนขบวนแห่

ที่พักยโสธร

เราตั้งกติกาว่าจะแนะนำโรงแรมเฉพาะแห่งที่เปิดเว็บไซต์ทางการได้และตรวจข้อมูลซ้ำสองรอบ และจะทำหน้าที่พักเมื่อมีอย่างน้อย 8 แห่งผ่านเกณฑ์ สำหรับยโสธร เมื่อ 16 ต.ค. 2569 เราลองหาชื่อที่ปรากฏในวิกิท่องเที่ยวและการค้นหา แต่ไม่พบโรงแรมที่มีเว็บไซต์ทางการเปิดอ่านได้ครบจำนวน ส่วนใหญ่เจอเฉพาะหน้าบนเว็บจองห้องหรือเพจโซเชียล จึงยังไม่ลงชื่อโรงแรมในหน้านี้ และไม่ทำหน้าที่พักแยก

ระหว่างนี้ใช้แนวคิดเลือกย่านจากที่เที่ยวที่ระบุข้างบนได้

  • กลางเมืองใกล้วัดมหาธาตุและลำทวน: เดินหรือนั่งรถสั้น ๆ ไปวัดมหาธาตุ วัดศรีธรรมาราม วิมานพญาแถน และสวนพญาแถนได้ เหมาะกับคนไม่มีรถ คำอธิบายภาพวัดมหาธาตุบนวิกิมีเดียคอมมอนส์ระบุว่าวัดอยู่บนถนนวารีราชเดช
  • ริมทางหลวงหมายเลข 23 และทางเลี่ยงเมือง: สถานีขนส่งอยู่ริมทางเลี่ยง ตามวิกิพีเดียภาษาอังกฤษ ที่พักแถวนี้สะดวกกับการลงรถทัวร์และการขับต่อไปพระธาตุก่องข้าวน้อยหรืออุบลฯ แต่ต้องต่อรถเข้ากลางเมืองถ้าอยากเดินเที่ยว
  • อำเภออื่น: ถ้าตั้งใจไปคำเขื่อนแก้วหรือเลิงนกทา ให้ดูระยะจากตัวจังหวัดในหัวข้อเดินทางในเมืองและจังหวัดก่อนเลือกค้างคืน

ช่วงบุญบั้งไฟเราไม่มีข้อมูลยืนยันเรื่องห้องว่าง แต่ถ้าวางแผนไปช่วงนั้น ควรถือว่าห้องในเมืองอาจหายากกว่าปกติและตรวจที่พักก่อนซื้อตั๋วรถ

ปลายทางใกล้เคียง

คำถามที่พบบ่อย

ยโสธรมีสนามบินหรือรถไฟไหม

ไม่มีทั้งสองอย่าง วิกิพีเดียภาษาไทยระบุว่าต้องลงรถไฟหรือเครื่องบินที่อุบลราชธานีแล้วต่อรถโดยสารหรือรถตู้เข้ามา มีโครงการรถไฟสายบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนมที่จะผ่านเลิงนกทาและแผนสนามบินเลิงนกทา แต่เป็นเรื่องอนาคต

ไปยโสธรจากกรุงเทพฯ ยังไง

ส่วนใหญ่นั่งรถโดยสาร หน้า 12Go ที่เราเปิดดู 16 ต.ค. 2569 แสดงรถโดยสาร 29 เที่ยวเริ่ม 589 บาท และแท็กซี่ 7 เที่ยวเริ่ม 6,685 บาท หรือขับรถราว 531 กม. ราว 7 ชั่วโมงตามวิกิท่องเที่ยว ผ่านโคราช มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ก่อนจองให้ดูจุดลงรถ เพราะบางเที่ยวลงนอกตัวเมือง

บุญบั้งไฟยโสธรจัดเมื่อไร

วิกิพีเดียภาษาไทยและวิกิท่องเที่ยวระบุว่าวันเสาร์และวันอาทิตย์สัปดาห์ที่สองของเดือนพฤษภาคม ที่สวนพญาแถน แต่เรายังไม่ได้ตรวจวันของปีหน้า ควรดูประกาศของจังหวัดก่อนจองที่พักและตั๋ว

เที่ยวยโสธรกี่วันพอ

ในเมืองเที่ยวได้ครึ่งวันถึง 1 วัน ถ้าเพิ่มพระธาตุก่องข้าวน้อย คำเขื่อนแก้ว หรือบ้านซ่งแย้ ควรเผื่อ 2 วัน ตามแผนที่เราเสนอ

พิพิธภัณฑ์พญาคันคากคืออะไร

อาคารรูปคางคกยักษ์สูง 19 เมตรที่วิมานพญาแถน มีนิทรรศการ 5 ชั้นเรื่องประวัติเมือง ตำนานพญาแถนและพญาคันคาก ตำนานบั้งไฟ อัตลักษณ์เมือง และจุดชมวิวชั้นบน ตามวิกิพีเดียภาษาไทย ค่าเข้าและเวลาเปิดเรายังไม่ได้ตรวจ

ยโสธรควรพักตรงไหน

เรายังไม่มีรายชื่อโรงแรมที่ตรวจกับเว็บทางการ จึงแนะนำเลือกย่านเท่านั้น ถ้าไม่มีรถให้เลือกกลางเมืองใกล้วัดมหาธาตุและลำทวน ถ้าขับรถเองริมทางหลวงหมายเลข 23 ก็ได้ ดูรายละเอียดในหัวข้อที่พัก

พระธาตุก่องข้าวน้อยอยู่ที่ไหน

วิกิพีเดียภาษาไทยระบุว่าพระธาตุตาดทอง (ธาตุก่องข้าวน้อย) อยู่ที่บ้านตาดทอง ห่างตัวจังหวัดราว 9 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 23 กิโลเมตรที่ 194 เลี้ยวซ้าย 1 กม. และมีธาตุอีกองค์ที่วัดทุ่งสะเดาที่นักวิชาการเชื่อมโยงกับนิทานก่องข้าวน้อยมากกว่า

ข้ามไปลาวจากยโสธรได้ไหม

ยโสธรไม่ติดแม่น้ำโขงหรือชายแดนลาว ถ้าอยากข้ามไปลาว ให้ไปที่มุกดาหาร ซึ่งมีสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 ดูรายละเอียดในคู่มือมุกดาหาร เพราะเรายังไม่ได้ตรวจกฎผ่านแดนจากทางการ

แหล่งข้อมูลทางการและอ่านเพิ่มเติม

ราคา ตารางเวลา และกฎการเข้าเมืองเปลี่ยนได้ ตัวเลขในหน้านี้เป็นค่าประมาณ ณ ปี 2569 (2026) โปรดยืนยันกับหน้าทางการหรือผู้ให้บริการก่อนจอง พบข้อมูลล้าสมัยหรือไม่? แจ้งเรา.

เช็กตั๋วกรุงเทพฯ–ยโสธรบน 12Go

จุดหมายใกล้เคียง

ภาพเลย: เมืองไม้เก่าริมโขง ภูเขา และอุทยานแห่งชาติ ห่างตัวเมืองเลยราวหนึ่งชั่วโมงเลยเมืองไม้เก่าริมโขง ภูเขา และอุทยานแห่งชาติ ห่างตัวเมืองเลยราวหนึ่งชั่วโมงภาพขอนแก่น: เมืองมหาวิทยาลัยของอีสาน ที่มีซากไดโนเสาร์ ผ้าไหมทอมือ และอ่างเก็บน้ำใหญ่อยู่ในระยะขับรถวันเดียวขอนแก่นเมืองมหาวิทยาลัยของอีสาน ที่มีซากไดโนเสาร์ ผ้าไหมทอมือ และอ่างเก็บน้ำใหญ่อยู่ในระยะขับรถวันเดียวภาพอุดรธานี: เมืองอีสานตอนบนที่มีมรดกโลกสองแห่ง ทะเลบัวแดง และงานพืชสวนโลกในหน้าหนาวนี้อุดรธานีเมืองอีสานตอนบนที่มีมรดกโลกสองแห่ง ทะเลบัวแดง และงานพืชสวนโลกในหน้าหนาวนี้ภาพอุบลราชธานี: เมืองใหญ่ของอีสานตอนล่างฝั่งตะวันออก ตั้งแต่เทียนพรรษาแกะสลักในเมืองไปจนถึงแม่น้ำโขงที่สุดชายแดนด้านตะวันออกอุบลราชธานีเมืองใหญ่ของอีสานตอนล่างฝั่งตะวันออก ตั้งแต่เทียนพรรษาแกะสลักในเมืองไปจนถึงแม่น้ำโขงที่สุดชายแดนด้านตะวันออกภาพหนองคาย: เมืองชายแดนริมโขงของอีสาน มีสะพานไปเวียงจันทน์ สวนประติมากรรม และตำนานพญานาคหนองคายเมืองชายแดนริมโขงของอีสาน มีสะพานไปเวียงจันทน์ สวนประติมากรรม และตำนานพญานาคภาพสุรินทร์: เมืองช้างและปราสาทขอมในอีสานตอนล่าง ห่างชายแดนกัมพูชาราว 50 กิโลเมตรสุรินทร์เมืองช้างและปราสาทขอมในอีสานตอนล่าง ห่างชายแดนกัมพูชาราว 50 กิโลเมตร