โฆษณา: บางลิงก์จองและซื้อตั๋วในเว็บนี้เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate) อาจทำให้เราได้ค่าคอมมิชชันโดยคุณไม่เสียเพิ่ม ส่วนปุ่มอื่นเป็นลิงก์ธรรมดาที่เราไม่ได้ค่าตอบแทน รายละเอียด
ภาพพิจิตร: เมืองริมแม่น้ำน่านที่มีบึงใหญ่ วัดเก่า และตำนานจระเข้ยักษ์
คู่มือจุดหมาย

เที่ยวพิจิตร: บึงสีไฟ วัดท่าหลวง พญาชาละวัน

เมืองริมแม่น้ำน่านที่มีบึงใหญ่ วัดเก่า และตำนานจระเข้ยักษ์

ภาพ: Grossbildjaeger, CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons

พิจิตรเป็นจังหวัดที่คนส่วนใหญ่ผ่านไปมาระหว่างนครสวรรค์กับพิษณุโลกโดยไม่ได้แวะ ทั้งที่มีบึงน้ำจืดใหญ่เป็นอันดับห้าของประเทศ วัดริมแม่น้ำน่านที่มีพระประธานเป็นที่เคารพของคนทั้งจังหวัด เมืองเก่าอายุเก่ากว่าเก้าร้อยปี และเรื่องเล่าจระเข้ยักษ์ที่กลายเป็นวรรณคดีของไทย วิกิพีเดียภาษาไทยระบุว่าจังหวัดอยู่ระหว่างนครสวรรค์กับพิษณุโลก มีแม่น้ำน่านและแม่น้ำยมไหลผ่าน และตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน ส่วนวิกิพีเดียภาษาอังกฤษจัดให้อยู่ตอนล่างของภาคเหนือ

คู่มือนี้เรียบเรียงจากวิกิพีเดียภาษาไทยและอังกฤษ วิกิท่องเที่ยว หน้า 12Go ที่เราเปิดดูในเบราว์เซอร์จริงเมื่อ 16 ต.ค. 2569 และเว็บไซต์ทางการของโรงแรมที่เราอ่านได้ หน้าของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT) ปิดไม่ให้เครื่องมือของเราอ่านในวันที่ตรวจ เราจึงไม่ได้อ้าง TAT ในหน้านี้เลย ข้อมูลไหนที่แหล่งต่าง ๆ ให้ตัวเลขไม่ตรงกัน เราบอกไว้ทั้งสองค่า และเรื่องที่ตรวจไม่ได้ เช่น ค่าเข้าและเวลาเปิดบางแห่ง เราบอกตรง ๆ ให้คุณเช็กก่อนไป

รูปปั้นจระเข้ยักษ์ริมน้ำในเมืองพิจิตร ตามชื่อไฟล์บน Wikimedia Commons
รูปปั้นจระเข้ยักษ์ริมน้ำในเมืองพิจิตร ตามชื่อไฟล์บน Wikimedia Commons ภาพ: Grossbildjaeger, CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons

พิจิตรเป็นจังหวัดแบบไหน

วิกิพีเดียภาษาอังกฤษบรรยายว่าพิจิตรส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำอุดมสมบูรณ์ พืชหลักคือข้าวและบัว พื้นที่ป่ามีเพียง 17 ตารางกิโลเมตร หรือ 0.4 เปอร์เซ็นต์ของจังหวัด วิกิพีเดียภาษาไทยเสริมว่าจังหวัดมีแม่น้ำสามสายไหลจากเหนือลงใต้คือแม่น้ำยม แม่น้ำน่าน และแม่น้ำพิจิตร และเพราะอยู่ในแอ่งต่ำจึงมีน้ำท่วมเป็นประจำในช่วงน้ำเหนือไหลหลาก ถ้าคุณวางแผนมาช่วงปลายฝน ให้เผื่อเรื่องถนนและระดับน้ำ

ตัวเลขพื้นที่ของจังหวัดต่างกันตามแหล่ง วิกิพีเดียภาษาไทยให้ 4,531 ตารางกิโลเมตร ส่วนกล่องข้อมูลของวิกิพีเดียภาษาอังกฤษให้ 4,319 ตารางกิโลเมตร ให้ถือว่าราว 4,300 ถึง 4,500 ตารางกิโลเมตร ประชากรตามวิกิพีเดียภาษาอังกฤษ ปี 2567 คือ 517,308 คน และตามวิกิพีเดียภาษาไทย ปี 2568 คือ 513,150 คน จังหวัดแบ่งเป็น 12 อำเภอ

ด้านประวัติศาสตร์ วิกิพีเดียภาษาอังกฤษระบุว่าเมืองพิจิตรตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1601 (ค.ศ. 1058) โดยพระยาโคตระบอง เป็นส่วนหนึ่งของสุโขทัยแล้วต่อมาเป็นของอยุธยา ชื่อเมืองเปลี่ยนหลายครั้ง เดิมเรียกว่าสระหลวง สมัยอยุธยาเรียกโอฆบุรี แปลว่าเมืองในท้องน้ำ แล้วจึงเป็นพิจิตร ซึ่งแปลว่างาม วิกิพีเดียภาษาไทยเล่าว่าในรัชกาลที่ 5 ทางการย้ายเมืองมาตั้งที่บ้านคลองเรียง ซึ่งเป็นคลองขุดลัดแม่น้ำน่านที่ตื้นเขิน คลองนั้นจึงกลายเป็นแม่น้ำน่านสายปัจจุบัน ส่วนเมืองเก่ายังมีโบราณสถานอายุตั้งแต่สุโขทัยถึงอยุธยา และพิจิตรยังเป็นถิ่นประสูติของสมเด็จพระเจ้าสุริเยนทราธิบดี หรือพระเจ้าเสือ ตามที่คำขวัญจังหวัดกล่าวไว้

เดินทางไปพิจิตร

ระยะทางจากกรุงเทพฯ แต่ละแหล่งให้ไม่ตรงกัน วิกิพีเดียภาษาอังกฤษว่า 330 กิโลเมตร วิกิพีเดียภาษาไทยว่าราว 350 กิโลเมตร วิกิท่องเที่ยวว่า 345 กิโลเมตร สถานีรถไฟพิจิตรอยู่ห่างสถานีกรุงเทพตามแนวราง 347 กิโลเมตร และหน้า 12Go ระบุระยะ 275 กิโลเมตร ซึ่งน่าจะเป็นคนละวิธีวัด ให้ใช้แผนที่ในวันเดินทางเป็นหลัก

ออกจากไปด้วยสิ่งที่เราเห็นหรือแหล่งข้อมูลระบุ
กรุงเทพฯ รถไฟรถไฟการรถไฟแห่งประเทศไทยตารางเวลาในหน้า 12Go มีรถไฟหลายขบวน เช่น ชั้น 3 พัดลม 07:30 ถึง 12:41 น. และชั้นสองปรับอากาศนั่ง 09:05 ถึง 14:22 น. ให้ตรวจซ้ำกับ SRT ก่อนเดินทาง
กรุงเทพฯ รถโดยสารรถทัวร์และรถตู้หน้า 12Go ในตารางเวลาทั่วไปแสดง Cherdchai Tour North (Express 12:00 ถึง 17:40 น.) และ Sawaeng Transport (รถตู้ต่อรถ)
กรุงเทพฯ เครื่องบินดอนเมือง ไป พิษณุโลกเที่ยวบินที่ 12Go แสดงลงสนามบินพิษณุโลก (PHS) ไม่ใช่พิจิตร ต้องต่อรถหรือแท็กซี่เข้าพิจิตรเอง
กรุงเทพฯ แท็กซี่รถรับส่งส่วนตัวหน้า 12Go แสดง 8 เที่ยว เริ่มที่ 4,996 บาทต่อคัน (Than Car Service และ Kim Transfers Thailand)
จากพิษณุโลกหรือนครสวรรค์รถยนต์ รถไฟจังหวัดติดพิษณุโลกทางเหนือและนครสวรรค์ทางใต้ ตามวิกิพีเดีย

หน้ากรุงเทพฯ-พิจิตรบน 12Goแสดง 23 เที่ยวเมื่อเราเปิดดูในเบราว์เซอร์จริง 16 ต.ค. 2569 สำหรับวันเดินทางวันอาทิตย์ที่ 18 ต.ค. และผู้โดยสาร 2 คน ราคาตั้งแต่ 430 ถึง 9,375 บาท แยกเป็นรถโดยสาร 1 เที่ยวเริ่มที่ 430 บาท รถตู้ 1 เที่ยวเริ่มที่ 490 บาท เที่ยวบิน 13 เที่ยวเริ่มที่ 1,116 บาท และแท็กซี่ 8 เที่ยวเริ่มที่ 4,996 บาท รายการแรกที่หน้าแนะนำคือรถบัสต่อรถตู้จากหมอชิตใหม่ ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงครึ่ง ไปลงที่เซเว่นอีเลฟเว่น บึงสีไฟ มี 4 รอบเริ่ม 07:00 น. ส่วนเที่ยวบินที่เห็นเป็นของ Thai AirAsia และ Thai Lion Air จากดอนเมืองไปสนามบินพิษณุโลก ในหน้านั้นยังมีส่วนตารางเวลาทั่วไปที่ลิสต์รถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย รถทัวร์ และรถตู้ ซึ่งไม่ใช่ผลค้นหาเฉพาะวันที่เรากำหนด ตัวเลขทั้งหมดคือสิ่งที่หน้าเว็บแสดง ณ วันที่เราดู ไม่ใช่ราคาที่รับประกัน ลิงก์บางลิงก์ในเว็บนี้อาจทำให้เราได้ค่าคอมมิชชัน ซึ่งไม่เปลี่ยนเวลาหรือราคาที่คุณเห็น

วิกิพีเดียระบุว่าสถานีรถไฟพิจิตรอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน ตรงข้ามกับศูนย์กลางเมือง ดังนั้นลงรถไฟแล้วต้องข้ามแม่น้ำเข้าเมืองอีกต่อ ส่วนสถานีตะพานหินก็อยู่บนสายเหนือเช่นกัน ถ้าต้องการวางแผนข้ามประเทศแบบอื่น อ่านภาพรวมที่เที่ยวบินและรถไฟในประเทศ

หมายเหตุ

เราไม่พบสนามบินพาณิชย์ในพิจิตรจากแหล่งที่ตรวจ เที่ยวบินที่เห็นลงสนามบินพิษณุโลก และการเที่ยวนอกตัวเมืองเช่นโพทะเลและตะพานหินแทบต้องมีรถส่วนตัวหรือเหมารถ เราไม่ได้ตรวจราคาเช่ารถของรายใด จึงไม่ระบุตัวเลข

สถานีรถไฟพิจิตร อาคารสไตล์นีโอคลาสสิก
สถานีรถไฟพิจิตร อาคารสไตล์นีโอคลาสสิก ภาพ: First phattarapol, CC BY-SA 4.0 / Wikimedia Commons

สิ่งที่น่าไปในตัวเมือง

บึงสีไฟ

วิกิพีเดียภาษาอังกฤษบรรยายว่าบึงสีไฟเป็นทะเลสาบน้ำจืดรูปแอก เกิดจากแม่น้ำน่าน น้ำตื้นเพียงราว 1.5 ถึง 2 เมตร อยู่ในตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร วิกิพีเดียภาษาไทยให้เนื้อที่ 5,390 ไร่ ซึ่งลดลงจากเดิมที่เกิน 10,000 ไร่ หลังการสร้างเขื่อนสิริกิติ์ และจัดเป็นแหล่งน้ำจืดใหญ่เป็นอันดับห้าของประเทศ รองจากบึงบอระเพ็ด หนองหาน บึงละหาน และกว๊านพะเยา วิกิพีเดียยังบอกว่าบึงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดและที่อยู่อาศัยของนกหลายชนิด ห่างจากศาลากลางจังหวัดไปทางตะวันตกราว 1 กิโลเมตร

รอบบึงมีหลายจุดให้แวะตามที่วิกิพีเดียบันทึกไว้ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ พิจิตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2527 เนื้อที่ 170 ไร่ มีสะพานทอดลงน้ำไปยังศาลาใหญ่ คนนิยมมาให้อาหารปลาและชมพระอาทิตย์ตก สถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติหรือศาลาเก้าเหลี่ยมยื่นลงไปในบึง มีตู้ปลามากกว่า 20 ชนิดตามวิกิพีเดียภาษาไทย รูปปั้นพญาชาละวันที่หน้าบึงยาว 38 เมตร กว้าง 6 เมตร สูง 5 เมตร ข้างในเป็นห้องประชุมจุ 25 ถึง 30 ที่นั่ง และวิกิพีเดียภาษาไทยอ้างว่าเป็นรูปปั้นจระเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เรายืนยันข้ออ้างนั้นกับแหล่งอื่นไม่ได้ จึงให้ถือเป็นคำกล่าวของวิกิพีเดีย นอกจากนี้ยังมีบ่อเลี้ยงจระเข้และสวนสัตว์เล็ก ๆ ที่นักท่องเที่ยวซื้ออาหารให้จระเข้ได้ เราไม่ได้ตรวจค่าเข้า เวลาเปิด หรือเวลาที่สถานแสดงพันธุ์ปลาเปิด ควรถามที่หน้างาน

ถนนรอบบึงสีไฟ ตามชื่อไฟล์บน Wikimedia Commons
ถนนรอบบึงสีไฟ ตามชื่อไฟล์บน Wikimedia Commons ภาพ: Supakit prem, CC BY-SA 4.0 / Wikimedia Commons
ศาลาริมน้ำทอดลงบึง ไฟล์ใน Commons ตั้งชื่อว่า Marsh of Phichit
ศาลาริมน้ำทอดลงบึง ไฟล์ใน Commons ตั้งชื่อว่า Marsh of Phichit ภาพ: Unknown, CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons

วัดท่าหลวงและหลวงพ่อเพชร

วิกิพีเดียภาษาอังกฤษเรียกวัดท่าหลวงว่าเป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดของจังหวัด ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำน่าน ใกล้ศาลากลางจังหวัด เชื่อว่าสร้างในปี พ.ศ. 2388 สมัยรัชกาลที่ 3 เดิมมีชื่ออีกชื่อว่าวัดราชดิตถาราม ได้รับการยกเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีเมื่อ พ.ศ. 2529 พระประธานคือหลวงพ่อเพชร พระพุทธรูปแบบเชียงแสนหล่อด้วยสัมฤทธิ์ ที่ชาวพิจิตรและคนทั่วไปเคารพ วิกิพีเดียระบุว่าวิหารที่ประดิษฐานเปิดให้สักการะทุกวัน 06.30 ถึง 18.00 น. ให้โทรหรือถามที่วัดอีกครั้งก่อนไป เพราะเวลาอาจเปลี่ยน

เนื่องจากแม่น้ำน่านไหลผ่านหน้าวัด ที่นี่จึงเป็นสนามแข่งเรือยาวประเพณีของจังหวัด วิกิพีเดียภาษาไทยเล่าว่าการแข่งเรือผูกกับงานปิดทองไหว้พระของวัด จัดช่วงน้ำหลากราวสุดสัปดาห์ต้นเดือนกันยายน มีทั้งแข่งเรือและขบวนแห่เรือในแม่น้ำน่านหน้าวัด การแข่งเรือยาวของวัดท่าหลวงเริ่มราว พ.ศ. 2450 (ค.ศ. 1907) ตามทั้งสองวิกิพีเดีย และเดิมกำหนดวันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 11 ก่อนย้ายเป็นเดือน 10 เมื่อน้ำน่านลดเร็วเกินไป วันจริงของแต่ละปีเปลี่ยนตามปฏิทินจันทรคติ ให้ตรวจก่อนวางแผน ตามหน้าของวิกิท่องเที่ยวและวิกิพีเดีย

เมืองพิจิตรเก่าและวัดนครชุม

วิกิท่องเที่ยวบรรยายอุทยานเมืองเก่าพิจิตรว่าอยู่ห่างจากเมืองใหม่ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 6 กิโลเมตร เป็นเมืองเก่าอายุกว่า 900 ปี โบราณสถานส่วนใหญ่ที่พบสร้างสมัยสุโขทัยและอยุธยา กลางเมืองมีวัดพระศรีรัตนมหาธาตุที่มีเจดีย์ทรงระฆังใหญ่ ภายในพบพระพิมพ์หลายร้อยองค์ วิกิท่องเที่ยวบอกว่าเข้าชมฟรี แต่ขุดแต่งเพียงบางส่วนและยังไม่ได้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ ดังนั้นให้ตั้งความคาดหวังเป็นโบราณสถานเงียบ ๆ ไม่ใช่อุทยานที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ

วิกิท่องเที่ยวยังกล่าวถึงวัดนครชุมที่มีอุโบสถก่ออิฐถือปูนส่วนบนเป็นไม้ และพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยองค์ใหญ่ที่เคยใช้เป็นพระประธานในพิธีถือน้ำสาบาน กับวัดเขารูปช้างที่มีเจดีย์อยุธยาก่ออิฐบนยอดเขา ปลายเจดีย์หักแล้ว เราไม่ได้ตรวจสถานที่เหล่านี้กับแหล่งทางการ จึงขอให้ถือเป็นรายการที่น่าลอง ไม่ใช่จุดที่ยืนยันเวลาเปิดแล้ว

ศูนย์ไทย-เวียดนามและพิพิธภัณฑ์

วิกิท่องเที่ยวระบุว่าช่วงปลายทศวรรษ 1920 โฮจิมินห์เคยอยู่ที่พิจิตรอย่างลับ ๆ หลายปี และเดือนกันยายน 2018 ไทยกับเวียดนามเปิดพิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์เพื่อรำลึก ภายในมีโบราณวัตถุ ความทรงจำ และภาพของผู้นำเวียดนามในช่วงนั้น นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์จังหวัดขนาดเล็กอยู่ในหลายห้องของศาลากลางเก่าริมแม่น้ำ มีข้อมูลประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และภูมิศาสตร์ท้องถิ่น เรายังไม่ได้ตรวจเวลาเปิดของทั้งสองแห่ง

นอกตัวเมือง

วัดโพธิ์ประทับช้าง

วิกิพีเดียภาษาไทยระบุว่าวัดอยู่ในอำเภอโพธิ์ประทับช้าง ห่างจากตัวเมืองราว 21 กิโลเมตร ปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาว่าสร้างเมื่อ พ.ศ. 2242 ถึง 2244 สมัยสมเด็จพระเจ้าสุริเยนทราธิบดี หรือพระเจ้าเสือ ที่บริเวณสถานที่ประสูติของพระองค์ ภายในมีหลวงพ่อโต หรือหลวงพ่อยิ้ม อายุกว่า 300 ปี เป็นพระประธานในอุโบสถหลังเก่า ซึ่งเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนหลังคาไม้มุงกระเบื้อง มีเจดีย์รายนอกกำแพงแก้วด้านใต้ที่สันนิษฐานว่าเป็นตำหนักพระเจ้าเสือ และมีศาลที่ประดิษฐานพระบรมรูปพระเจ้าเสือกับรูปปั้นพันท้ายนรสิงห์

วิกิพีเดียภาษาอังกฤษให้ปีสร้างเป็น ค.ศ. 1701 ในหัวข้อประวัติ แต่ในหัวข้อสัญลักษณ์ของจังหวัดระบุว่าสร้างในปี ค.ศ. 1669 ถึง 1671 โดยพระเจ้าเสือ ซึ่งต่างกัน และวิกิพีเดียภาษาอังกฤษว่าบริเวณวัดล้อมด้วยกำแพงสองชั้นและต้นไม้ใหญ่ บางต้นอายุเกิน 200 ปี ตรวจกับป้ายที่วัดหรือกรมศิลปากรอีกครั้งถ้าคุณสนใจปีที่แน่นอน

ต้นไม้ใหญ่และเจดีย์รายที่วัดโพธิ์ประทับช้าง ไฟล์ใน Commons ระบุชื่อวัด
ต้นไม้ใหญ่และเจดีย์รายที่วัดโพธิ์ประทับช้าง ไฟล์ใน Commons ระบุชื่อวัด ภาพ: Kittipong khunnen, CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons
โบราณสถานอิฐที่วัดโพธิ์ประทับช้างตอนอาทิตย์ตก
โบราณสถานอิฐที่วัดโพธิ์ประทับช้างตอนอาทิตย์ตก ภาพ: Kittipong khunnen, CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons

วัดบางคลาน (วัดหิรัญญาราม) และหลวงพ่อเงิน

วิกิพีเดียภาษาไทยเล่าว่าวัดหิรัญญาราม ซึ่งชาวบ้านเรียกวัดบางคลาน อยู่ริมแม่น้ำน่านเก่าในอำเภอโพทะเล สร้างเมื่อ พ.ศ. 2370 โดยหลวงพ่อเงิน พุทธโชติ เหตุที่ท่านสร้างวัดนี้เพราะเห็นว่าสงบและไม่ไกลชุมชน เหมาะแก่การเจริญวิปัสสนา ในวัดมีพิพิธภัณฑ์นครไชยบวร เป็นอาคารทรงมณฑปสองชั้น ชั้นบนประดิษฐานรูปหล่อเท่าองค์จริงของหลวงพ่อเงิน ชั้นล่างแสดงโบราณวัตถุที่ผู้คนนำมาถวาย เช่น พระพุทธรูป พระพิมพ์ และเครื่องปั้นดินเผา คำขวัญจังหวัดเอ่ยถึงพระเครื่องหลวงพ่อเงินด้วย วัดอยู่ห่างตัวเมืองราว 59 กิโลเมตรตามวิกิพีเดียภาษาไทย (ระยะอำเภอโพทะเล)

ตะพานหินและหลวงพ่อโต

วิกิพีเดียภาษาอังกฤษบอกว่าอำเภอตะพานหินอยู่ทางใต้ของเมืองพิจิตรราว 28 กิโลเมตร ชื่อแปลว่าสะพานหิน เพราะมีหินพื้นดินยื่นลงแม่น้ำเหมือนสะพาน และเป็นหนึ่งในสามอำเภอที่มีรถไฟสายเหนือผ่าน วิกิท่องเที่ยวระบุว่าที่นี่เป็นย่านการค้าที่สำคัญของจังหวัด จุดเด่นคือพระพุทธรูปทองสูง 34 เมตร หลวงพ่อโต ที่วัดเทวประสิทธิ์ ริมฝั่งแม่น้ำน่านตรงข้ามตลาดตะพานหิน เราไม่ได้ตรวจเวลาเข้าชม

อีกเรื่องที่ควรรู้คือวิกิพีเดียภาษาไทยบันทึกประเพณีกำฟ้าของชาวไทยพวนที่บ้านป่าแดง ตำบลหนองพยอม อำเภอตะพานหิน จัดวันขึ้น 2 ค่ำและ 3 ค่ำ เดือน 3 ราวเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อแสดงความเคารพเทวดาและพระมหากษัตริย์ ผู้คนที่ไปทำงานต่างถิ่นมักกลับบ้านมาร่วมทำบุญและเล่นกีฬาพื้นบ้าน

ตำนานไกรทองกับชาละวัน

พิจิตรได้ชื่อว่าเป็นแดนจระเข้ วิกิท่องเที่ยวระบุว่ามีฟาร์มจระเข้น้ำจืดหลายแห่ง และสัตว์น้ำประจำจังหวัดคือจระเข้น้ำจืด ตามวิกิพีเดียภาษาไทยชาละวันเป็นจระเข้ใหญ่แห่งแม่น้ำน่านเก่าเมืองพิจิตร เรื่องเล่าว่าตายายคู่หนึ่งเก็บไข่จระเข้มาเลี้ยง ต่อมามันกินตายายแล้วหนีไปอยู่แม่น้ำ อาละวาดกินผู้คนจนถูกเรียกว่าไอ้ตาละวัน แล้วเพี้ยนเป็นชาละวัน ไกรทอง พ่อค้าจากเมืองล่าง ซึ่งสันนิษฐานว่าจากนนทบุรี ขออาสาปราบด้วยหอกลงอาคม พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ทรงพระราชนิพนธ์เป็นบทละครนอกเรื่องไกรทอง วิกิพีเดียยังเล่าว่ากระแสความเชื่อเรื่องพระเครื่องพิจิตรเกศคด คือพระที่เศียรเอียง เป็นพิมพ์นิยมของเมืองนี้ นี่เป็นเรื่องเล่าและความเชื่อท้องถิ่น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่เราตรวจได้ แต่ช่วยให้เข้าใจว่าทำไมรูปปั้นจระเข้และบึงสีไฟจึงเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด

ของกินและของฝาก

คำขวัญจังหวัดกล่าวถึงส้มท่าข่อยและข้าวเจ้าอร่อย วิกิท่องเที่ยวระบุว่าส้มโอเป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อและขายดีที่สุดของพิจิตร ปลูกมากในอำเภอโพธิ์ประทับช้าง รสหวานอมเปรี้ยว ไม่มีเมล็ด เนื้อสีชมพู และมีสองฤดูคือเดือนตุลาคมกับเมษายน เปลือกส้มโออ่อนนำไปทำขนมคล้ายแยมที่นิยมกินเป็นของว่าง นอกจากนี้วิกิท่องเที่ยวยังกล่าวถึงมะขามแก้ว ซึ่งเป็นลูกอมมะขามรสเปรี้ยว เค็ม หวาน และเผ็ดเล็กน้อย และผ้าทอมือสีสดของจังหวัด

วิกิพีเดียภาษาอังกฤษบอกว่าเกษตรกรรมเป็นภาคเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของจังหวัด คิดเป็น 37.7 เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด และผลผลิตส้มโอ 43,506 ตัน มะนาว 34,677 ตัน ข้าวกว่า 1.3 ล้านตัน ตัวเลขนี้ไม่ได้ระบุปีไว้ชัดเจน ให้ใช้เป็นภาพรวมว่าจังหวัดเป็นเมืองเกษตร เราไม่ได้ตรวจชื่อร้านอาหาร จึงไม่แนะนำร้านเจาะจง

เที่ยวช่วงไหนดี

วิกิพีเดียภาษาไทยแบ่งฤดูเป็นร้อน มีนาคมถึงเมษายน ฝน พฤษภาคมถึงตุลาคม และหนาว พฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ วิกิพีเดียภาษาอังกฤษระบุว่าเมษายนร้อนที่สุด โดยมีสถิติสูงสุด 39.4 องศาเซลเซียส และสถิติต่ำสุดคือ 15.2 องศาในเดือนมกราคม ปริมาณฝนรายปีราว 1,309.5 มิลลิเมตร ใน 120 วัน เดือนที่ฝนมากที่สุดไม่ตรงกัน ตารางวิกิพีเดียภาษาอังกฤษ (ข้อมูล 2564-2565) ชี้ว่ากันยายนฝนตกมากสุด 407 มิลลิเมตร ส่วนวิกิพีเดียภาษาไทยระบุสิงหาคม 292.9 มิลลิเมตร ซึ่งต่างกันตามปีและสถานีที่ใช้

ถ้าอยากเห็นแข่งเรือยาวหน้าวัดท่าหลวง ให้ไปราวต้นกันยายนตามวิกิพีเดีย (ตรวจวันจริงของปีนั้น) ถ้าชอบอากาศไม่ร้อนมาก ช่วงพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์น่าจะเหมาะกว่า เราไม่พบแหล่งทางการที่สรุปฤดูท่องเที่ยวของพิจิตร จึงเป็นข้อสรุปจากตัวเลขภูมิอากาศของวิกิพีเดีย ไม่ใช่คำแนะนำจาก TAT ดูพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาตามวันเดินทาง

แผนเที่ยวตัวอย่าง

คู่มือนี้ไม่ได้ลอกแผนของใคร ต่อไปนี้คือการจัดลำดับสถานที่ที่แหล่งข้อมูลระบุไว้ตามที่ตั้ง เพื่อไม่ต้องขับย้อนไปมา

  • ครึ่งวันในเมือง: เช้าไปวัดท่าหลวงและเดินดูริมแม่น้ำน่าน สายไปบึงสีไฟ ชมรูปปั้นพญาชาละวัน สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ และศาลาเก้าเหลี่ยม เย็นกลับมาที่สวนริมบึงดูพระอาทิตย์ตก
  • วันเต็ม: เพิ่มเมืองพิจิตรเก่าและวัดนครชุมในช่วงเช้า แล้วขับไปวัดโพธิ์ประทับช้างที่ห่างราว 21 กิโลเมตร
  • ถ้ามีสองวัน: วันที่สองไปวัดบางคลานที่โพทะเล (ราว 59 กม. จากเมือง) แล้วแวะตะพานหินชมหลวงพ่อโต ก่อนเดินทางต่อไปนครสวรรค์หรือกลับกรุงเทพฯ

เราไม่ได้ตรวจเวลาขับรถระหว่างจุดเหล่านี้ ใช้แผนที่วางเวลาจริงก่อนออกเดินทาง ระยะที่ใช้คือระยะจากตัวเมืองไปแต่ละอำเภอตามวิกิพีเดียภาษาไทย

ที่พักพิจิตร

เราค้นเว็บไซต์ทางการของที่พักในพิจิตรแล้ว พบว่าที่พักส่วนใหญ่ที่ปรากฏบนเว็บจองห้องไม่มีเว็บไซต์ทางการที่เราอ่านและยืนยันได้ มีเพียงแห่งเดียวที่เว็บทางการเปิดอ่านได้ครบ คือ โรงแรมฟ้าหลวง (Fahluang Hotel) เว็บระบุที่อยู่ท่าหลวง อำเภอเมืองพิจิตร บอกว่าอยู่ห่างสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ราว 5 นาทีโดยรถ มีห้องประเภท Classic แบบ Family, Triple, Deluxe และ Standard มี Wi-Fi ฟรี ที่จอดรถฟรี และคาเฟ่ เรายังไม่ใส่ราคาเพราะไม่ได้ตรวจ ข้อมูลนี้ตรวจกับหน้าเว็บของโรงแรมเมื่อ 16 ต.ค. 2569 เพราะมีที่พักที่ยืนยันได้เพียงแห่งเดียว เราจึงยังไม่เปิดหน้าเปรียบเทียบที่พักเต็มรูปแบบ และจะเพิ่มเมื่อมีโรงแรมที่มีเว็บทางการอ่านได้ครบอย่างน้อยแปดแห่ง

เรื่องย่านที่พัก คำแนะนำที่ตรวจได้คือถ้าจะเที่ยวบึงสีไฟและวัดท่าหลวงเป็นหลัก ให้พักแถวตำบลท่าหลวงหรือในเมืองพิจิตร ซึ่งบึงสีไฟอยู่ห่างศาลากลางจังหวัดราว 1 กิโลเมตรตามวิกิพีเดีย ส่วนถ้าจะไปโพธิ์ประทับช้างหรือตะพานหิน การพักในเมืองแล้วขับไปก็เป็นทางที่ง่ายที่สุด เพราะเราไม่พบที่พักที่ยืนยันได้ในอำเภออื่น

เมืองใกล้เคียง

คำถามที่พบบ่อย

พิจิตรอยู่ภาคไหน

วิกิพีเดียภาษาอังกฤษจัดให้อยู่ตอนล่างของภาคเหนือ ส่วนวิกิพีเดียภาษาไทยเขียนว่าอยู่ภาคกลางตอนบนระหว่างนครสวรรค์กับพิษณุโลก ทั้งสองถูกตามหน่วยงานที่ใช้จัดภาค

จากกรุงเทพฯ ไปพิจิตรไกลแค่ไหน

แหล่งข้อมูลให้ตัวเลขต่างกัน คือ 330 กม. (วิกิพีเดียภาษาอังกฤษ) ราว 350 กม. (วิกิพีเดียภาษาไทย) 345 กม. (วิกิท่องเที่ยว) และ 347 กม. ตามแนวรางถึงสถานีรถไฟพิจิตร ใช้แผนที่ในวันเดินทางเป็นหลัก

ไปพิจิตรด้วยรถไฟ รถโดยสาร หรือเครื่องบินได้ไหม

ได้ตามหน้า 12Go ที่เราเปิดดู 16 ต.ค. 2569 สำหรับวันที่ 18 ต.ค. มีรถโดยสาร 1 เที่ยว (430 บาท) รถตู้ 1 เที่ยว (490 บาท) เที่ยวบิน 13 เที่ยวเริ่ม 1,116 บาท แต่ลงสนามบินพิษณุโลก และแท็กซี่ 8 เที่ยวเริ่ม 4,996 บาท ตารางเวลาทั่วไปในหน้าเดียวกันลิสต์รถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทยไว้ด้วย ให้ตรวจเวลาล่าสุดกับผู้ให้บริการเอง

เที่ยวพิจิตรกี่วันดี

ครึ่งวันพอดูวัดท่าหลวงกับบึงสีไฟ หนึ่งวันเต็มจะรวมเมืองเก่าและโพธิ์ประทับช้างได้ ถ้าจะไปโพทะเลและตะพานหินด้วยควรมีสองวัน เพราะโพทะเลอยู่ห่างจากเมืองราว 59 กิโลเมตร

บึงสีไฟมีอะไรให้ดู

วิกิพีเดียบันทึกสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ สถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติหรือศาลาเก้าเหลี่ยม รูปปั้นพญาชาละวัน และบ่อจระเข้กับสวนสัตว์เล็ก ๆ เรายังไม่ได้ตรวจค่าเข้าและเวลาเปิด ให้ถามที่หน้างาน

แข่งเรือยาวพิจิตรจัดเมื่อไร

วิกิพีเดียภาษาไทยระบุว่าจัดช่วงน้ำหลาก ประมาณสุดสัปดาห์ต้นเดือนกันยายนทุกปี ที่แม่น้ำน่านหน้าวัดท่าหลวง และวิกิท่องเที่ยวก็บอกเดือนกันยายนเช่นกัน วันจริงเปลี่ยนตามปี ให้ตรวจกับจังหวัดก่อน

ส้มโอพิจิตรมีช่วงไหน

วิกิท่องเที่ยวระบุว่ามีสองฤดู คือเดือนตุลาคมและเมษายน ปลูกมากในอำเภอโพธิ์ประทับช้าง

พิจิตรมีที่พักให้เลือกไหม

มี แต่ที่พักที่เราเปิดเว็บทางการอ่านและตรวจได้ครบมีแห่งเดียว คือโรงแรมฟ้าหลวง ดูรายละเอียดในหัวข้อที่พักด้านบน เราจะเพิ่มหน้าเปรียบเทียบที่พักเมื่อมีโรงแรมที่ยืนยันได้ครบอย่างน้อยแปดแห่ง

แหล่งข้อมูลทางการและอ่านเพิ่มเติม

ราคา ตารางเวลา และกฎการเข้าเมืองเปลี่ยนได้ ตัวเลขในหน้านี้เป็นค่าประมาณ ณ ปี 2569 (2026) โปรดยืนยันกับหน้าทางการหรือผู้ให้บริการก่อนจอง พบข้อมูลล้าสมัยหรือไม่? แจ้งเรา.

เช็กตั๋วกรุงเทพฯ–พิจิตรบน 12Go