รอบเมืองยโสธรมีโบราณสถานที่กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนไว้หลายแห่ง และหลายแห่งไม่ค่อยมีบทความท่องเที่ยวเขียนละเอียด หน้านี้เอาข้อความจากศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรมของกรมศิลปากรมาเป็นแกนหลัก ซึ่งลงวันขึ้นทะเบียน วันกำหนดเขตที่ดิน และปีบูรณะครั้งหลังสุด แล้วเทียบกับเว็บท่องเที่ยวที่เขียนคนละอย่าง ปมที่น่าสนใจที่สุดคือธาตุก่องข้าวน้อยที่ชื่อเดียวชี้ไปได้สองที่ และพระพุทธบาทยโสธรที่แหล่งหนึ่งว่าอยู่ริมแม่น้ำมูล อีกแหล่งว่าอยู่ริมแม่น้ำชี
เราไม่ได้ไปที่เหล่านี้เอง ข้อมูลมาจากหน้าที่อ่านเมื่อ 19 ต.ค. 2569 หน้ากรมศิลปากรที่ใช้ไม่ลงวันที่ปรับปรุง ภาพรวมจังหวัดอยู่ในคู่มือเที่ยวยโสธร ตัวเมืองและวัดอยู่ในหน้าตัวเมือง และถ้ามีรถเองให้ดูแผนเที่ยวและการเดินทาง

จองที่ไหนดี
เทียบตั๋วและกิจกรรมในยโสธรจากเว็บเหล่านี้ ดูหน้าทางการของผู้ให้บริการด้วย และยืนยันราคาตามวันที่ไปก่อนจ่าย
เปิดเผยข้อมูล: เราเป็นพันธมิตรกับเว็บจองท่องเที่ยว แต่ตอนนี้ลิงก์เหล่านี้เปิดเว็บของผู้ให้บริการโดยตรง เรายังไม่ได้รับค่าตอบแทนจากลิงก์เหล่านี้
ข้อมูลที่ตรวจแล้ว และสิ่งที่ยืนยันไม่ได้
| โบราณสถาน | วันขึ้นทะเบียนและข้อมูลสำคัญ | ที่มา |
|---|---|---|
| พระธาตุตาดทอง (ธาตุก่องข้าวน้อยตาดทอง) | ขึ้นทะเบียน 27 ก.ย. 2479 กำหนดเขต 15 ม.ค. 2552 เนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน 59 ตารางวา บูรณะครั้งหลังสุด 2545 | กรมศิลปากร |
| พระธาตุก่องข้าวน้อย วัดทุ่งสะเดา (ธาตุลูกฆ่าแม่) | ขึ้นทะเบียน 27 ก.ย. 2479 เจดีย์องค์สมบูรณ์บูรณะครั้งหลังสุด 2555 องค์ที่เหลือฐานบูรณะ 2537 | กรมศิลปากร |
| ดงเมืองเตย | ขึ้นทะเบียน 27 ก.ย. 2479 กำหนดเขต 10 พ.ค. 2547 ราว 22 ไร่ 3 งาน 81 ตารางวา | กรมศิลปากร |
| ดงศิลาแลง | ขึ้นทะเบียน 27 ก.ย. 2479 เนินกลมกว้างกว่า 300 เมตร ใบเสมาทวารวดี พุทธศตวรรษที่ 14-15 | กรมศิลปากร |
| หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์ | ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขต 28 มิ.ย. 2533 ราว 3 ไร่ 1 งาน 5 ตารางวา บูรณะครั้งหลังสุด 2539 | กรมศิลปากร |
| วัดธาตุทอง กุดชุม | ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขต 24 ธ.ค. 2536 ราว 1 ไร่ 1 งาน 8 ตารางวา เจดีย์บูรณะ 2535 | กรมศิลปากร |
| พระพุทธบาทยโสธร | ที่ตั้งบ้านหนองยาง ตำบลหัวเมือง อำเภอมหาชนะชัย (เดิมอำเภอหยาดฟ้า) ไม่ลงวันขึ้นทะเบียนในหน้าที่อ่านได้ | กรมศิลปากร |
| ค่าเข้าและเวลาเปิดของทุกแห่ง | ไม่มีหน้าทางการที่ลงอัตราหรือเวลา | ยังไม่ยืนยัน |
ทุกแห่งในตารางนี้อยู่ในรายการโบราณสถานยโสธรของกรมศิลปากรที่เราเปิดอ่านได้ตรง ๆ หน้าดังกล่าวใช้ปีพุทธศักราชอย่างเดียว เราแปลงเป็นปีคริสต์ศักราชเฉพาะที่ระบุไว้ในตารางเมื่อจำเป็น เช่น 27 ก.ย. 2479 คือ 27 ก.ย. ค.ศ. 1936
ตรงไหนที่แหล่งข้อมูลพูดไม่ตรงกัน
ธาตุก่องข้าวน้อยคือที่ไหน
| แหล่ง | ชี้ที่ไหน | ขนาดและข้อมูล |
|---|---|---|
| กรมศิลปากร หน้าธาตุตาดทอง | พระธาตุตาดทอง ตำบลตาดทอง | เจดีย์ทรงมณฑปยอดบัวเหลี่ยม ผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส ก่ออิฐถือปูน สร้างตามรูปแบบในพุทธศตวรรษที่ 24 ว่า "อาจจะเกี่ยวข้อง" กับนิทานก่องข้าวน้อยฆ่าแม่ และเกี่ยวกับตำนานสร้างพระธาตุพนม |
| กรมศิลปากร หน้าวัดทุ่งสะเดา | พระธาตุก่องข้าวน้อย วัดทุ่งสะเดา ที่ชาวบ้านเรียกธาตุลูกฆ่าแม่ | เจดีย์บัวเหลี่ยมผังแปดเหลี่ยมแบบพื้นถิ่นอีสาน อายุพุทธศตวรรษที่ 23 มี 2 องค์ใกล้กัน องค์หนึ่งสมบูรณ์ อีกองค์เหลือฐาน |
| วิกิพีเดียไทย | ธาตุวัดทุ่งสะเดาน่าจะเป็นองค์ในนิทาน เพราะเล็กพอที่คนเดียวสร้างได้ ส่วนธาตุที่ตาดทองใหญ่ใกล้เคียงพระธาตุอานนท์ จึงควรเรียกพระธาตุตาดทอง | ข้อสันนิษฐานในบทความ |
| Thai Holiday Guide (ก.ค. 2569) | ใช้ชื่อก่องข้าวน้อยกับเจดีย์ที่ตาดทอง ใกล้ทางหลวง 23 หลัก กม. 194 | ฐาน 2 เมตร สูงราว 1 เมตร มีเจดีย์บริวารสี่องค์ |
| TrueID (8 ต.ค. 2563) | ธาตุก่องข้าวน้อย ตำบลตาดทอง | เจดีย์เหลี่ยมย่อมุมไม้สาม ฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส ซุ้มประตูสี่ด้าน บอกว่าสร้างสมัยขอมแล้วในประโยคเดียวกันบอกพุทธศตวรรษที่ 23-25 |
กรมศิลปากรเองเขียนว่ามีสองแห่งที่เชื่อมกับนิทานเดียวกัน แห่งหนึ่งชื่อพระธาตุตาดทอง อีกแห่งชื่อพระธาตุก่องข้าวน้อยแต่อยู่ที่วัดทุ่งสะเดา ถ้าถามว่า "ก่องข้าวน้อยที่นักท่องเที่ยวไป" คือที่ไหน คำตอบที่ป้ายและเว็บท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใช้คือที่ตาดทอง ติดทางหลวง 23 ส่วนวัดทุ่งสะเดาอยู่ในรายการของกรมศิลปากรด้วยชื่อเดียวกัน คนที่ตั้งใจดูก่องข้าวน้อยจึงควรถามที่หมู่บ้านให้ชัดว่าจะไปที่ไหน
ตัวเลขขนาดของ Thai Holiday Guide (ฐาน 2 เมตร สูง 1 เมตร) ไม่ตรงกับกรมศิลปากรที่เขียนว่าเป็นเจดีย์ทรงมณฑปย่อเก็จมีซุ้มพระสี่ด้านและยอดบัวเหลี่ยมสามชั้น และวิกิพีเดียที่ว่าใหญ่ใกล้เคียงพระธาตุอานนท์ เราไม่เห็นตัวเลขขนาดจริงจากแหล่งทางการ จึงไม่ยืนยันขนาด ภาพถ่ายของ Commons ที่ใช้ประกอบหน้านี้แสดงเจดีย์ทรงสูงหลายชั้นที่สูงกว่าคนหลายเท่าอยู่ข้างอูบมุงเล็ก ซึ่งดูไม่ตรงกับตัวเลขสูงราว 1 เมตรของ Thai Holiday Guide แต่ภาพไม่ได้ระบุว่าเป็นองค์ไหน เราจึงสันนิษฐานว่าตัวเลขของเว็บนั้นอาจหมายถึงธาตุองค์เล็กที่วัดทุ่งสะเดา แต่นั่นเป็นข้อสันนิษฐานของเรา
ปีบูรณะและปีขึ้นทะเบียน
| แหล่ง | ปีขึ้นทะเบียน | บูรณะครั้งหลังสุด |
|---|---|---|
| กรมศิลปากร ธาตุตาดทอง | 2479 (กำหนดเขต 2552) | 2545 |
| กรมศิลปากร วัดทุ่งสะเดา | 2479 | 2555 (องค์สมบูรณ์) และ 2537 (องค์ฐาน) |
| Thai Holiday Guide | 1936 (ตรงกับ 2479) | 2003 (ตรงกับ 2546) |
| วิกิพีเดียไทย | 27 ก.ย. 2479 อ้างหน้าวัดทุ่งสะเดา | 2555 และ 2537 |
ปีขึ้นทะเบียนตรงกันทุกแหล่ง ส่วนปีบูรณะ 2003 ของ Thai Holiday Guide ไม่ตรงกับตัวเลขของกรมศิลปากรทั้งสองหน้า (2545 และ 2555) ซึ่งอาจเป็นการนับปีผิดไปหนึ่งปี หรือหมายถึงงานซ่อมอีกครั้งที่กรมศิลปากรไม่ได้ลง เราถือตัวเลขกรมศิลปากร
เวลาเปิดและค่าเข้าธาตุก่องข้าวน้อย
| แหล่ง | เวลา | ค่าเข้า |
|---|---|---|
| Thai Holiday Guide (ก.ค. 2569) | ทุกวัน 07:00-17:00 | ฟรี |
| TrueID (ต.ค. 2563) | 08:30-16:30 | ไม่ลง |
| กรมศิลปากร | ไม่ลง | ไม่ลง |
Thai Holiday Guide เขียนไว้ด้วยว่าไม่มีขนส่งสาธารณะไปตรงที่ธาตุ ต้องมีรถหรือมอเตอร์ไซค์ และไม่มีร้านค้าหรือพระประจำ ควรเตรียมน้ำและอาหารไปเอง เวลาของสองแหล่งไม่ตรงกัน และไม่แน่ใจว่าที่เป็นลานโล่งมีประตูปิดจริงหรือไม่ เราใช้เวลาที่ระมัดระวังที่สุดคือ 08:30-16:30 แต่ยังไม่ยืนยัน
พระพุทธบาทยโสธร อยู่ริมแม่น้ำอะไร
| แหล่ง | ที่ตั้งและข้อมูล |
|---|---|
| กรมศิลปากร | บ้านหนองยาง ตำบลหัวเมือง อำเภอมหาชนะชัย ประดิษฐานบนเนินทรายริมฝั่งขวาของแม่น้ำชี |
| Thai Holiday Guide | บนพื้นที่ทรายสูงริมแม่น้ำมูล อำเภอมหาชนะชัย ห่างที่ว่าการอำเภอราว 6 กม. |
| วิกิพีเดียไทย | บ้านหนองยาง ตำบลหัวเมือง อำเภอมหาชนะชัย ไม่ระบุแม่น้ำ |
กรมศิลปากรเป็นหน่วยงานของรัฐที่ศึกษาโบราณสถานนี้และเขียนว่าฝั่งขวาแม่น้ำชี เราให้น้ำหนักกรมศิลปากรมากกว่า และถือว่าแม่น้ำมูลของ Thai Holiday Guide น่าจะเป็นข้อผิดพลาด เพราะแม่น้ำชีเป็นแม่น้ำสายที่ไหลผ่านจังหวัดและเมืองยโสธรตามแหล่งอื่นที่เราอ่าน แต่เราไม่ได้ตรวจแผนที่เอง
เวลาเปิดวัดพระพุทธบาทยโสธร
Thai Holiday Guide เขียนว่า 06:00-19:00 เข้าฟรี ส่วนผลค้นหาของเว็บบรรณาธิการอีกเว็บหนึ่งที่เราเห็นเขียนว่า 08:00-17:00 เราไม่ได้เปิดหน้านั้นเอง และไม่มีประกาศทางการ ให้ถือเป็นเวลาคร่าว ๆ และเผื่อเวลาเช้าถึงบ่ายแก่
ธาตุตาดทอง และวัดทุ่งสะเดา
กรมศิลปากรเล่านิทานของธาตุตาดทองว่าตำนานท้องถิ่นเล่าว่าเมื่อผู้คนแถบอำเภอรัตนบุรีทราบข่าวการบูรณะพระธาตุพนม จึงรวบรวมวัตถุมงคลไปบรรจุ แต่เมื่อถึงบ้านตาดทองก็พบชาวบ้านสะเดาที่ไปช่วยบูรณะเดินทางกลับ เพราะการบูรณะพระธาตุพนมเสร็จแล้ว ผู้คนจึงสร้างเจดีย์บรรจุของมีค่าที่ตนนำมา ชาวบ้านสะเดานำถาดทองที่ใช้อัญเชิญของไปรองรับของมีค่าของชาวรัตนบุรี จึงเรียกพระธาตุตาดทองหรือถาดทอง นี่เป็นอีกที่มาของชื่อที่ต่างจากนิทานก่องข้าวน้อย กรมศิลปากรเขียนว่าเป็นนิทานพื้นบ้านและไม่ยืนยันเป็นประวัติศาสตร์
ด้านสถาปัตยกรรม กรมศิลปากรบรรยายว่าธาตุตาดทองเป็นเจดีย์ทรงมณฑปยอดบัวเหลี่ยมก่ออิฐถือปูน ฐานล่างเป็นฐานเขียงรองรับชั้นฐานบัวท้องไม้ลูกแก้วอกไก่ มณฑปย่อเก็จมีซุ้มพระสี่ด้านซึ่งเดิมคงมีพระพุทธรูป ยอดซุ้มโค้งแบบซุ้มหน้านาง ภายในประดับปูนปั้นลายพรรณพฤกษา เสาซุ้มเป็นลายแสงตะวันประดับกระจก ยอดเป็นบัวเหลี่ยมซ้อนสามชั้น รอบองค์มีใบเสมาสมัยทวารวดีและกลุ่มเจดีย์รายจำลอง ด้านหน้ามีอูบมุงแบบพื้นถิ่นอีสาน หลังคาสันประดับปูนปั้นรูปนาค ภายในมีพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยฝีมือช่างพื้นถิ่น ด้านทิศเหนือมีพระพุทธรูปอีกองค์ในอูบมุง
ส่วนที่วัดทุ่งสะเดา กรมศิลปากรรายงานว่าขุดพบฐานแท่นบูชาของเจดีย์องค์ที่สองยื่นเข้าไปใต้ฐานเจดีย์องค์แรก แสดงว่าองค์ที่เหลือแต่ฐานสร้างก่อน ภายหลังพังทลายและมีการสร้างองค์ที่สองทับ เมื่อปี 2525 ชาวบ้านขุดพบโบราณวัตถุในไหสี่ใบใต้ฐานเจดีย์องค์แรก ได้แก่ พระพุทธรูปไม้แกะสลัก พระพุทธรูปบุเงิน ปางมารวิชัย สำริด ตะกั่ว ดินเผาปิดทอง ปางสมาธิ พระพิมพ์ เศษกระดูก กล้องยาสูบ และเครื่องถ้วยจีน ปัจจุบันเก็บรักษาที่วัด เราไม่ทราบว่าเปิดให้ชมหรือไม่

ดงเมืองเตย และดงศิลาแลง
กรมศิลปากรบอกว่าเมืองโบราณดงเมืองเตยสืบย้อนถึงสมัยก่อนประวัติศาสตร์เมื่อ 2,500-1,600 ปีมาแล้ว ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำชี ห่างลำน้ำชีไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 6 กม. เป็นชุมชนเกษตรกรรม ผลิตเครื่องปั้นดินเผา ถลุงเหล็ก มีประเพณีฝังศพนอนหงายเหยียดยาวและการฝังครั้งที่สอง ต่อมาสมัยทวารวดีมีหลักฐานการสร้างเมือง ผู้คนนับถือศาสนาพราหมณ์ ก่อนเปลี่ยนเป็นพุทธศาสนา และเมืองถูกทิ้งร้างราวพุทธศตวรรษที่ 17-18
ลักษณะทางกายภาพคือเนินดินรูปวงรีมีคูน้ำคันดินล้อมรอบ ขนาดเฉลี่ย 650x360 เมตร ด้านเหนือพบซากเทวาลัยก่ออิฐไม่สอปูน หันหน้าไปทางตะวันออก ผังสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีมุขยื่น บันไดแบบอัฒจันทร์ และกูฑุหรือซุ้มเล็กที่สลักใบหน้าบุคคล เทวาลัยสร้างเป็นเทวสถานของพระอิศวรตามจารึกหินทรายสีแดงอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต อายุราวพุทธศตวรรษที่ 12 กล่าวถึงการสร้างเทวสถานถวายพระอิศวรโดยพระนางศรีมานุญชลี ธิดาคนที่ 12 ของพระศรีมารประวรเสนะผู้เป็นใหญ่ในเมืองศังขปุระ และพบสิงห์หินทรายขาวสภาพสมบูรณ์ ศิลปะเขมรสมัยแปรรูป อายุราวพุทธศตวรรษที่ 15 กรมศิลปากรบอกว่าจุดเด่นคือบันไดอัฒจันทร์และกูฑุที่คล้ายศิลปะทวารวดีที่ได้อิทธิพลคุปตะ-หลังคุปตะแบบเจดีย์จุลประโทน จังหวัดนครปฐม
วิกิท่องเที่ยวเขียนว่าที่หมู่บ้านสงเปือยซึ่งอยู่ใกล้ดงเมืองเตยมีพิพิธภัณฑ์ของโบราณที่เก็บโบราณวัตถุจากดงเมืองเตย เช่นแท่นศิลา และจารึกอักษรขอมโบราณ รวมทั้งพระพุทธรูปอิฐขนาดใหญ่ สูง 8 เมตร กว้าง 3 เมตร อายุกว่า 200 ปี และเจดีย์บรรจุดินจากสังเวชนียสถานอายุกว่า 200 ปี ข้อความเหล่านี้มาจากวิกิท่องเที่ยว ไม่ใช่กรมศิลปากร และเราไม่พบเวลาเปิดพิพิธภัณฑ์
ดงศิลาแลง กรมศิลปากรบอกว่าเป็นเนินกลมกว้างกว่า 300 เมตร ชาวบ้านเรียกดงศิลาเลข มีใบเสมาสมัยทวารวดีปักเป็นกลุ่มสามใบที่มุมทั้งสี่ของเนินและกึ่งกลางสามด้าน และมีใบเสมาหินทรายแดงอีก 6 ใบทางตะวันออกที่เก็บไว้ที่วัดศรีฐานใน บ้านศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว ใบเสมาแบบเดียวกันที่บ้านตาดทองเก็บไว้ที่วัดอัมพวันเหนือและวัดศรีมงคลธาตุทอง ผู้ที่ไปบ้านศรีฐานเพื่อดูหมอนขิดตามหน้าหมู่บ้านและงานฝีมือ จึงเป็นคนละเรื่องกับที่ไปดูใบเสมา ถ้าจะดูใบเสมาที่วัดศรีฐานในต้องถามวัดก่อน เราไม่ทราบว่าจัดแสดงให้ดูหรือไม่
หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์ ทรายมูล
กรมศิลปากรบอกว่าวัดสระไตรนุรักษ์ หรือวัดนาเวียง บ้านนาเวียง ตำบลนาเวียง อำเภอทรายมูล สร้างในพุทธศตวรรษที่ 23-24 ตามคำบอกเล่าท้องถิ่นว่าเกี่ยวกับการอพยพของชาวลาวเวียงจันทน์ที่มากับพระวอพระตา สร้างโดยพระครูหลักคำ (ชา) ภิกษุชาวลาว บูรณะปี 2450 หอไตรเป็นหอไตรกลางน้ำ อาคารไม้ผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 8.30 เมตร ยาว 10.50 เมตร ตั้งบนเสาไม้กลม 30 ต้น หันไปทางตะวันออก ภายในมีห้องเก็บคัมภีร์ทึบกับระเบียงโดยรอบ ประตูแกะลายพันธุ์พฤกษา ผนังระเบียงตีไม้ระแนงทแยงรูปก้างปลา หลังคาแบบปั้นหยาซ้อนสามชั้นตอนกลาง ชั้นล่างปั้นหยา ชั้นบนสองชั้นเป็นจั่วประดับโหง่ ใบระกา หางหงส์ มุงแป้นเกล็ด มีสะพานไม้มุงหลังคาจั่วเชื่อมกับฝั่ง ปัจจุบันใช้เป็นพิพิธภัณฑ์หอไตรประวัติศาสตร์
วิกิท่องเที่ยวเขียนต่างไปเล็กน้อยว่าเป็นสถาปัตยกรรมไม้แบบพม่า มีหลังคาสังกะสีสี่ชั้นและชายคายาวรอบด้าน อายุกว่าร้อยปี กรมศิลปากรเป็นแหล่งที่ละเอียดกว่าและเขียนว่าหลังคาสามชั้นมุงแป้นเกล็ด ไม่ใช่โลหะ เราถือกรมศิลปากรสำหรับรูปทรง ส่วนสิ่งที่เห็นตอนไปอาจต่างจากหน้ากรมศิลปากรถ้ามีการซ่อมหลังจากปี 2539 ซึ่งเป็นปีบูรณะครั้งหลังสุดตามกรมศิลปากร
วัดพระพุทธบาทยโสธร
กรมศิลปากรบอกว่าวัดพระพุทธบาทยโสธรสังกัดธรรมยุต มีที่ดิน 55 ไร่ ตั้งเมื่อ 29 พ.ย. 2517 โดยพระราชมุนีวัดปทุมวนาราม กรุงเทพฯ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา 1 มิ.ย. 2521 เขตกว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร ศาลาการเปรียญกว้าง 17 เมตร ยาว 34 เมตร สร้างปี 2527 ปูชนียวัตถุหลักคือพระพุทธรูปปางนาคปรกและรอยพระพุทธบาทจำลอง โดยรอยพระพุทธบาทเป็นรอยจำลองตามคตินิยมสมัยอยุธยา และบริเวณเดียวกันพบพระพุทธรูปหินทรายปางนาคปรกพร้อมศิลาจารึกอักษรไทยน้อยซึ่งเป็นศิลปะลาวรุ่นเก่า จารึกกล่าวว่าพระมหาอุตตมปัญญาอาราธนารอยพระพุทธบาทมาจากกรุงศรีอยุธยา กรมศิลปากรบอกว่าปัจจุบันวัดสร้างอาคารครอบโบราณสถานทั้งสองไว้ และสร้างถนนเชื่อมกับถนนสายมหาชนะชัย-พนมไพร ที่แยกบ้านหนองยาง
Thai Holiday Guide เล่าถึงพระพุทธรูปหยกขาวสูง 3.7 เมตร หน้าตักกว้าง 2.31 เมตร ในอุโบสถสีขาวหลังคาสีน้ำเงิน ซึ่งเว็บบอกว่าเป็นพระพุทธรูปหยกขาวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และมีเจดีย์สามชั้นเฉลิมพระเกียรติปีกาญจนาภิเษก ข้อมูลหยกขาวและขนาดนี้ไม่อยู่ในหน้ากรมศิลปากร ซึ่งเน้นเฉพาะรอยพระพุทธบาทจำลองและพระนาคปรก เราไม่ยืนยันข้อความว่าใหญ่ที่สุดในประเทศ ป้ายในวัดตามเว็บดังกล่าวเขียนเป็นภาษาไทยเป็นหลัก
ที่อื่นที่กรมศิลปากรลงไว้
วัดธาตุทอง ตำบลโพนงาม อำเภอกุดชุม ตามกรมศิลปากรสร้างปี 2400 โดยพ่อสีหาราชและแม่คำมีไชยแสงบริจาคที่ดิน มีเจดีย์ประธานทรงบัวเหลี่ยมก่ออิฐถือปูนผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส ล้อมกำแพงแก้วที่มีช่องทางเข้าสี่ด้าน เจดีย์รายหลังเจดีย์ประธาน และสิมไม้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ที่เป็นสิมพื้นถิ่นอีสาน สามห้อง ผนังห้องแรกตีไม้ระแนงก้างปลา ที่ยโสธรพบสิมไม้แบบเดียวกันอีกที่วัดสมสะอาดและวัดกุดชุมใน เอกลักษณ์ที่กรมศิลปากรเน้นคือเป็นงานสถาปัตยกรรมต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ที่สะท้อนความเป็นพื้นถิ่นอีสานชัดเจน กำหนดเขตที่ดิน 24 ธ.ค. 2536
วัดทุ่งสว่างชัยภูมิ ในเมืองยโสธร เป็นอีกจุดที่ Wikimedia Commons ระบุคำอธิบายภาพว่าเจดีย์เก้ายอดเป็นที่ตั้งค่ายของกองทัพที่ชนะเจ้าอนุวงศ์ ซึ่งสอดคล้องกับที่คู่มือจังหวัดของเราเขียนจากวิกิพีเดียอังกฤษ เรายังไม่พบหน้าทางการของวัดนี้ ไม่ทราบค่าเข้าและเวลาเปิด
เดินทางไปโบราณสถานรอบเมือง
เราไม่พบข้อมูลรถประจำทางหรือรถตู้ไปธาตุตาดทอง ดงเมืองเตย สงเปือย ทรายมูล หรือวัดพระพุทธบาท Thai Holiday Guide เขียนว่าธาตุตาดทองไม่มีขนส่งสาธารณะตรงไปและแนะนำรถหรือมอเตอร์ไซค์ ข้อเสนอของเราคือเช่ารถหรือจ้างแท็กซี่ในเมืองยโสธรครึ่งวัน เส้นทางที่เป็นเหตุเป็นผลคือธาตุตาดทอง (ทางหลวง 23 ไปอุบลฯ ราว 9 กม. ตาม Wikipedia และ TrueID) แล้วกลับเมืองก่อนไปอำเภออื่น วัดพระพุทธบาทอยู่อำเภอมหาชนะชัยซึ่งห่างตัวจังหวัดราว 41 กม. ตามวิกิพีเดียไทยหน้าอำเภอ (หน้าจังหวัดให้ 44 กม.) ดงเมืองเตยอยู่อำเภอคำเขื่อนแก้วซึ่งคู่มือจังหวัดของเราเขียนว่าห่างราว 25 กม. หอไตรสระไตรนุรักษ์อยู่อำเภอทรายมูลซึ่งเรายังไม่พบระยะ
ข้อเสนอของเรา (ไม่ใช่เส้นทางของแหล่งใด) คือแยกเป็นสองครึ่งวัน ครึ่งวันแรกธาตุตาดทอง วัดทุ่งสะเดา และตัวเมือง ครึ่งวันหลังเลือกอำเภอเดียว เช่นคำเขื่อนแก้ว ดงเมืองเตย และสงเปือย หรือมหาชนะชัยและวัดพระพุทธบาท รวมกับที่เที่ยวในตัวเมือง และแผนสองวัน
เมื่อไรควรไป
Thai Holiday Guide เสนอว่าช่วงข้าวเขียวราวกรกฎาคมถึงตุลาคมถ่ายภาพธาตุก่องข้าวน้อยได้งาม และหน้าแล้งทุ่งรอบองค์จะโล่งฝุ่นมาก TrueID เขียนว่าเดือน 5 มีชาวบ้านมาสรงน้ำและปิดทองพระของธาตุ โดยเชื่อว่าถ้าไม่สรงน้ำฝนจะแล้ง วันจริงเราไม่ได้ตรวจ ช่วงเดือนพฤษภาคมที่เป็นงานบุญบั้งไฟ ตัวเมืองจะแน่น ถ้าจะดูโบราณสถานเงียบ ๆ ควรเลี่ยงสุดสัปดาห์ของงาน
สิ่งที่เรายังไม่ยืนยัน (ยังไม่ยืนยัน)
- ค่าเข้าและเวลาเปิดของโบราณสถานทุกแห่งในหน้านี้ ยังไม่ยืนยัน
- ขนาดจริงของธาตุที่ตาดทอง (2 เมตรหรือใหญ่เท่าพระธาตุอานนท์) ยังไม่ยืนยัน
- ว่าธาตุที่ตาดทองหรือที่วัดทุ่งสะเดาคือองค์ในนิทานก่องข้าวน้อย ยังไม่ยืนยัน
- ปีสร้างพระธาตุตาดทอง กรมศิลปากรบอกว่า "ตามรูปแบบ" พุทธศตวรรษที่ 24 ไม่ใช่ปีจากเอกสาร
- ว่าพระพุทธบาทยโสธรอยู่ริมแม่น้ำมูลหรือชี ตามที่เราถือกรมศิลปากรแต่ยังไม่ตรวจแผนที่
- ขนาดและความเป็น "ใหญ่ที่สุดในประเทศ" ของพระหยกขาว ยังไม่ยืนยัน
- สถานะเปิดของพิพิธภัณฑ์หอไตรทรายมูลและพิพิธภัณฑ์สงเปือย ยังไม่ยืนยัน
- รถสาธารณะไปทุกแห่ง ยังไม่ยืนยัน (ไม่พบ)
จองที่ไหนดี
เทียบตั๋วและกิจกรรมในยโสธรจากเว็บเหล่านี้ ดูหน้าทางการของผู้ให้บริการด้วย และยืนยันราคาตามวันที่ไปก่อนจ่าย
เปิดเผยข้อมูล: เราเป็นพันธมิตรกับเว็บจองท่องเที่ยว แต่ตอนนี้ลิงก์เหล่านี้เปิดเว็บของผู้ให้บริการโดยตรง เรายังไม่ได้รับค่าตอบแทนจากลิงก์เหล่านี้
คำถามที่พบบ่อย
ธาตุก่องข้าวน้อยอยู่ที่ไหน
ที่ใช้กันมากคือพระธาตุตาดทอง ตำบลตาดทอง อำเภอเมืองยโสธร ห่างตัวจังหวัดราว 9 กม. ตามทางหลวง 23 สายยโสธร-อุบลฯ เลี้ยวซ้ายที่หลัก กม. 194 อีก 1 กม. ตามวิกิพีเดียและ TrueID แต่กรมศิลปากรมีหน้าอีกหน้าหนึ่งที่เรียกพระธาตุก่องข้าวน้อยที่วัดทุ่งสะเดา จึงควรถามทางให้ชัดว่าจะไปแห่งไหน
ธาตุก่องข้าวน้อยเข้าฟรีไหม
Thai Holiday Guide เขียนว่าเข้าฟรีและเปิด 07:00-17:00 TrueID เขียนว่า 08:30-16:30 และกรมศิลปากรไม่ลงอัตราค่าเข้า จึงยังไม่ยืนยัน ที่นี่เป็นลานโล่งกลางนาตามเว็บแรก
ธาตุก่องข้าวน้อยขึ้นทะเบียนเมื่อไร
ทั้งธาตุตาดทองและวัดทุ่งสะเดาประกาศในราชกิจจานุเบกษา 27 กันยายน 2479 ตามกรมศิลปากร ส่วนที่ตาดทองกำหนดเขตที่ดิน 15 มกราคม 2552 และบูรณะครั้งหลังสุด 2545
ดงเมืองเตยคืออะไร
เมืองโบราณที่กรมศิลปากรบอกว่าเป็นชุมชนมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ 2,500-1,600 ปีมาแล้ว มีเทวาลัยของพระอิศวรและจารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต อายุราวพุทธศตวรรษที่ 12 และถูกทิ้งร้างราวพุทธศตวรรษที่ 17-18 ขึ้นทะเบียน 27 กันยายน 2479
พระพุทธบาทยโสธรอยู่ที่ไหน
บ้านหนองยาง ตำบลหัวเมือง อำเภอมหาชนะชัย ตามกรมศิลปากร มีรอยพระพุทธบาทจำลองและพระนาคปรกหินทรายพร้อมจารึกอักษรไทยน้อย และตามเว็บท่องเที่ยวมีพระหยกขาวสูง 3.7 เมตร
หอไตรสระไตรนุรักษ์อยู่อำเภออะไร
อำเภอทรายมูล บ้านนาเวียง ตำบลนาเวียง ตามกรมศิลปากร เป็นหอไตรไม้กลางน้ำ ขึ้นทะเบียน 28 มิถุนายน 2533 บูรณะครั้งหลังสุดปี 2539 ปัจจุบันใช้เป็นพิพิธภัณฑ์
ไปโบราณสถานเหล่านี้โดยไม่มีรถได้ไหม
เราไม่พบรถประจำทางไปแต่ละแห่ง Thai Holiday Guide บอกว่าธาตุตาดทองไม่มีขนส่งสาธารณะ ข้อเสนอของเราคือเหมารถในเมืองยโสธรครึ่งวัน
เที่ยวโบราณสถานรอบยโสธรกี่วัน
เราเสนอสองครึ่งวันตามแผนข้างบน เป็นการประมาณของเรา ไม่ใช่เวลาจากแหล่งใด เพราะเราไม่พบระยะทางจากแหล่งทางการครบทุกแห่ง
แหล่งข้อมูลทางการและอ่านเพิ่มเติม
- กรมศิลปากร ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม ธาตุตาดทอง (ทางการ อ่านตรง 19 ต.ค. 2569)
- กรมศิลปากร ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม วัดทุ่งสะเดา (ธาตุลูกฆ่าแม่) (ทางการ อ่านตรง 19 ต.ค. 2569)
- กรมศิลปากร ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม ดงเมืองเตย (ทางการ อ่านตรง 19 ต.ค. 2569)
- กรมศิลปากร ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม ดงศิลาแลง (ทางการ อ่านตรง 19 ต.ค. 2569)
- กรมศิลปากร ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์ (ทางการ อ่านตรง 19 ต.ค. 2569)
- กรมศิลปากร ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม พระพุทธบาท วัดพระพุทธบาทยโสธร (ทางการ อ่านตรง 19 ต.ค. 2569)
- กรมศิลปากร ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม วัดธาตุทอง กุดชุม (ทางการ อ่านตรง 19 ต.ค. 2569)
- Thai Holiday Guide Phra That Kong Khao Noi (ไม่ใช่แหล่งทางการ ลง ก.ค. 2569 อ่านตรง 19 ต.ค. 2569)
- Thai Holiday Guide Wat Phra Phutthabat Yasothon (ไม่ใช่แหล่งทางการ ลง ก.ค. 2569 อ่านตรง 19 ต.ค. 2569)
- TrueID Travel ธาตุก่องข้าวน้อย เจดีย์เก่าแก่ ลง 8 ต.ค. 2563 (ไม่ใช่แหล่งทางการ อ่านตรง 19 ต.ค. 2569)
- วิกิพีเดียภาษาไทย ธาตุก่องข้าวน้อย (ไม่ใช่แหล่งทางการ อ่าน 19 ต.ค. 2569)
- วิกิพีเดียภาษาไทย วัดพระพุทธบาทยโสธร (ไม่ใช่แหล่งทางการ อ่าน 19 ต.ค. 2569)
- วิกิท่องเที่ยว Yasothon (ไม่ใช่แหล่งทางการ อ่าน 19 ต.ค. 2569)
ราคา ตารางเวลา และกฎการเข้าเมืองเปลี่ยนได้ ตัวเลขในหน้านี้เป็นค่าประมาณ ณ ปี 2569 (2026) โปรดยืนยันกับหน้าทางการหรือผู้ให้บริการก่อนจอง พบข้อมูลล้าสมัยหรือไม่? แจ้งเรา.





