โฆษณา: บางลิงก์จองและซื้อตั๋วในเว็บนี้เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate) อาจทำให้เราได้ค่าคอมมิชชันโดยคุณไม่เสียเพิ่ม ปุ่มโรงแรม (Agoda และ Trip.com) เป็นลิงก์พันธมิตร ส่วนลิงก์ไปเว็บทางการของโรงแรม หน่วยงานรัฐ และแหล่งข้อมูลเป็นการอ้างอิงธรรมดาที่เราไม่ได้ค่าตอบแทน รายละเอียด
วัฒนธรรมวางแผน

สทิงพระ วัดจะทิ้งพระ วัดพะโคะ เขาแดง คาบสมุทรสทิงพระ

เที่ยวคาบสมุทรสทิงพระ สงขลา วัดจะทิ้งพระ วัดพะโคะ ซากเมืองสิงขรา หัวเขาแดง ระโนด ทะเลสาบสงขลา ระยะทาง ตัวเลขขัดกัน ตรวจ 20 ต.ค. 2569

อัปเดต 2026-10-20 · 16 นาทีอ่าน · โดยทีมบรรณาธิการ AsiaRoamer

ภาพประกอบ สงขลา: สทิงพระ วัดจะทิ้งพระ วัดพะโคะ เขาแดง คาบสมุทรสทิงพระ
ภาพ: Oisamu, CC BY-SA 4.0 / Wikimedia Commons

คาบสมุทรสทิงพระคือแผ่นดินแคบยาวที่ทอดจากตัวเมืองสงขลาขึ้นไปทางเหนือ ขนานไปกับอ่าวไทยทางตะวันออกและทะเลสาบสงขลาทางตะวันตก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ข้ามไปทางสะพานติณสูลานนท์ไปเกาะยอแล้วกลับ แต่ฝั่งนี้เป็นที่ที่เอกสารเก่าเล่าว่าเคยมีเมืองท่าใหญ่ก่อนที่เมืองสงขลาจะย้ายมาอยู่ตรงปากทะเลสาบ มีวัดเก่าแก่ที่คนในพื้นที่ยังใช้งานอยู่ และมีซากป้อมของเมืองสิงขราที่สุลต่านเคยประกาศอิสระจากอยุธยา หน้านี้รวมสิ่งที่เราตรวจได้เมื่อ 20 ตุลาคม 2569 เรียงตามทางที่คนมักขับจากใต้ขึ้นเหนือ คือสิงหนคร สทิงพระ และระโนด

เราไม่ได้ไปที่นั่นด้วยตัวเอง ข้อมูลทั้งหมดมาจากเอกสารที่อ่านได้ ส่วนใหญ่เป็นวิกิพีเดียซึ่งไม่ใช่แหล่งทางการ บวกข่าวของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บทความของ KTC และข่าว Nation Thailand เวลาเปิดของวัดแทบทุกแห่งยังหาแหล่งทางการยืนยันไม่ได้ เราจึงเขียนว่ายังไม่ยืนยัน ไม่เดาตัวเลข ภาพรวมของจังหวัดอยู่ในคู่มือเที่ยวสงขลา ส่วนเมืองเก่า หาดสมิหลา และเกาะยอมีหน้าเฉพาะแล้ว ดูเมืองเก่าสงขลา และหาดสมิหลา เขาตังกวน เกาะยอ

เจดีย์ขาวและวิหารในวัดที่ติดป้ายว่าวัดจะทิ้งพระ จังหวัดสงขลา ภาพประกอบจากคอมมอนส์ ถ่ายโดย Oisamu ใบอนุญาต CC BY-SA 4.0 Commons
เจดีย์ขาวและวิหารในวัดที่ติดป้ายว่าวัดจะทิ้งพระ จังหวัดสงขลา ภาพประกอบจากคอมมอนส์ ถ่ายโดย Oisamu ใบอนุญาต CC BY-SA 4.0 Commons ภาพ: Oisamu, CC BY-SA 4.0 / Wikimedia Commons

ข้อมูลที่ตรวจแล้ว และสิ่งที่ยืนยันไม่ได้

เรื่องที่เราพบแหล่งและสถานะ
อำเภอสทิงพระพื้นที่ 120 ตร.กม. ประชากร 47,759 คน (ปี 2564) 11 ตำบล 79 หมู่บ้าน ติดระโนดทางเหนือ สิงหนครทางใต้ อ่าวไทยทางตะวันออกวิกิพีเดียไทย ไม่ใช่ทางการ
ระยะทางถนนจากเมืองสงขลาสิงหนคร 21 กม. สทิงพระ 50 กม. ระโนด 90 กม.วิกิพีเดียไทย หน้าจังหวัดสงขลา
วัดจะทิ้งพระเจดีย์พระมหาธาตุสูง 20 ม. วิหารพระพุทธไสยาสน์ยาว 14 ม. หอระฆังสมัยรัชกาลที่ 5วิกิพีเดียไทย
วัดพะโคะเขาพัทธสิงค์ ตำบลชุมพล สร้างปี 2057 เป็นพระอารามหลวงเดือนพฤษภาคม 2569วิกิพีเดียไทย
ป้อมและกำแพงเมืองเก่าฝั่งสิงหนครป้อมหมายเลข 1 8 9 และวัดเขาน้อยบนยอดเขาแดงKTC (ม.ค. 2568) และ ONEP (มี.ค. 2565)
เวลาเปิดและค่าเข้าวัดทุกแห่งในหน้านี้ไม่พบจากแหล่งทางการยังไม่ยืนยัน
ขนส่งสาธารณะไปสทิงพระและระโนดไม่พบตารางที่ตรวจได้ยังไม่ยืนยัน
สถานะบัญชีเบื้องต้นมรดกโลกข่าว Nation (7 มี.ค. 2567) เล่าการเสนอสี่พื้นที่ หน้า UNESCO เปิดอ่านตรงไม่ได้ (403)ข่าวเท่านั้น

ภาพรวมของคาบสมุทรและทะเลสาบ

วิกิพีเดียไทยเรื่องทะเลสาบสงขลาบอกว่าทะเลสาบมีพื้นที่ผิวน้ำ 1,040 ตารางกิโลเมตร ลึกเฉลี่ย 1.4 เมตร และมีปากเปิดออกอ่าวไทยที่สงขลา ทะเลสาบแบ่งเป็นสี่ตอน คือทะเลน้อยที่อยู่ปลายบน ทะเลสาบตอนบน ตอนกลาง และตอนล่างซึ่งล้อมเกาะยอไว้และมีทางออกสู่ทะเล หน้าเดียวกันเล่าว่าแผนที่ฝรั่งเศสปี 2229 ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์บันทึกเกาะห้าเกาะที่แหลมสทิงพระ เกาะใหญ่อยู่ทางเหนือและเกาะเล็กสี่เกาะกระจายทางใต้ เมื่อน้ำทะเลลดและตะกอนทับถม เกาะเล็กเชื่อมกันเป็นเกาะเดียว แล้วต่อกับแผ่นดินใหญ่จนเกิดเป็นคาบสมุทรอย่างที่เห็นปัจจุบัน วิกิพีเดียไทยเรื่องอำเภอสทิงพระเล่าไว้สอดคล้องกันว่าตะกอนค่อยๆ เชื่อมเกาะกับแผ่นดินจนเกิดแหลมสทิงพระ

หน้านี้ไม่พยายามชี้ว่าสมัยไหนแน่ เราเพียงรายงานว่าสองหน้าของวิกิพีเดียไทยเล่าตรงกัน และแหล่งทั้งสองเป็นการสรุปจากเอกสารอื่น ไม่ใช่งานวิจัยที่เราอ่านต้นฉบับ ความเกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวคือภูมิประเทศ ถนนส่วนใหญ่วิ่งตามแนวเหนือใต้ขนานกับทะเลสาบ ระยะที่ดูใกล้บนแผนที่จึงมักกินเวลาขับนานกว่าที่คิด

วิกิท่องเที่ยวซึ่งเป็นแหล่งที่ชุมชนเขียนระบุว่าทะเลสาบยาวราว 80 กม. กว้าง 20-25 กม. ส่วนวิกิพีเดียไทยให้พื้นที่ผิวน้ำ 1,040 ตร.กม. สองตัวเลขนี้คนละชนิด จึงไม่ขัดกันโดยตรง แต่ถ้ามีคนบอกขนาดอื่นให้ถามว่าวัดตรงไหน และวัดที่ฤดูไหนเพราะระดับน้ำเปลี่ยนตามฤดู

ซากเมืองท่าโบราณสทิงพระ

วิกิพีเดียอังกฤษเรื่อง Satingpra บอกว่าเมืองท่าเก่าแห่งนี้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้าสำคัญของอาณาจักรตามพรลิงค์ งานโบราณคดีในช่วงใกล้สิ้นศตวรรษที่ 20 พบเมืองก่ออิฐมีคูน้ำและกำแพงด้านนอกเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีระบบคลองเชื่อมทะเลกับทะเลสาบสงขลาให้เรือผ่านได้ และขุดพบโบราณวัตถุที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปะ แหล่งอ้างอิงของหน้านั้นคือหนังสือของ Michel Jacq-Hergoualc'h ปี 2002 ซึ่งเราไม่ได้อ่านต้นฉบับ ส่วนหน้าจังหวัดสงขลาของวิกิพีเดียอังกฤษระบุว่าตัวเมืองสทิงพระที่มีคูน้ำล้อมครอบคลุมพื้นที่ราว 0.9 ตร.กม. และหน้าเมืองสงขลาเล่าว่าคอคอดระหว่างทะเลสาบกับทะเลเป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเลของเมืองใหญ่ในช่วงศตวรรษที่ 10-14 มีสายสัมพันธ์การค้ากับเมืองฉวนโจวของจีน

มีจุดหนึ่งที่เราต้องบอกให้ระวัง วิกิพีเดียอังกฤษเรื่องเมืองสงขลาเขียนว่าซากเมืองท่า Satingpra อยู่ห่างจากเมืองสงขลาไปทางเหนือไม่กี่กิโลเมตร แต่วิกิพีเดียไทยเรื่องจังหวัดสงขลาระบุว่าตัวอำเภอสทิงพระห่างเมืองสงขลา 50 กม. ทางถนน สองตัวเลขนี้ห่างกันมาก เป็นไปได้ว่าอธิบายถึงของคนละจุดหรือคนละการวัด เราไม่มีแหล่งที่ระบุพิกัดชัดเจนของซากเมืองสำหรับนักท่องเที่ยว จึงไม่แนะนำให้วางแผนไปหาซากเมืองตามคำว่าไม่กี่กิโลเมตร ให้เริ่มที่วัดซึ่งมีที่ตั้งชัดเจน แล้วถามคนในพื้นที่หรือที่ว่าการอำเภอเรื่องโบราณสถานที่เปิดให้ชม

เคล็ดลับ

ถ้าอยากเห็นหลักฐานของเมืองเก่าสทิงพระ ให้ถือวัดจะทิ้งพระและวัดพะโคะเป็นจุดหมายหลัก ซากเมืองและกำแพงที่ขุดพบไม่มีแหล่งทางการที่เราตรวจได้ว่าเปิดให้เข้าชมหรือไม่

วัดจะทิ้งพระ

วิกิพีเดียไทยบรรยายว่าวัดจะทิ้งพระเป็นวัดราษฎร์ นิกายมหานิกาย อยู่ตำบลจะทิ้งพระ อำเภอสทิงพระ พื้นที่ราว 8 ไร่ 55 ตารางวา บนที่ราบริมอ่าวไทย ใกล้ที่ว่าการอำเภอ ชาวบ้านมักเรียกว่าวัดสทิงพระตามชื่ออำเภอ ที่มาของชื่อมีหลายความเห็น บางคนว่ามาจากชื่อสทิงปุราพาราณสีซึ่งเป็นชื่อเก่าของเมืองพัทลุง บางคนว่าสทิงพระเป็นคำเขมรแปลว่าอ่างหรือคลอง แต่หน้าเดียวกันเรียกความเห็นหลังว่าไม่แน่ชัด เรื่องชื่ออำเภอ วิกิพีเดียไทยเรื่องอำเภอสทิงพระเล่าสามทฤษฎีไว้เช่นกัน คือคันดี บารัต ภาษามลายูแปลว่าวัดตะวันออก ตามที่ขุนพิสาลศิลปกิจเสนอ คำเขมรแปลว่าแม่น้ำหรือคลองของพระพุทธ ตามที่ ม.ศรีสุบสาระเสนอ และชิต ภูมิศักดิ์ที่โยงกับคำเขมรเก่าว่าจะทิ้งพระ แปลว่าคลองพระพุทธรูป

ของที่ดูในวัด วิกิพีเดียไทยระบุสี่อย่างตามลำดับ ได้แก่

  • เจดีย์พระมหาธาตุ ทรงลังกา สูง 20 เมตร ฐานกว้างด้านละ 17 เมตร ระฆังกว้าง 6 เมตร ทรงเดียวกับพระบรมธาตุเจดีย์ที่นครศรีธรรมราชแต่ไม่มีรัตนบัลลังก์
  • เจดีย์บริวารทางใต้ของเจดีย์องค์ใหญ่ ฐานสี่เหลี่ยม ส่วนระฆังพังลงแล้ว
  • วิหารพระพุทธไสยาสน์ ก่ออิฐถือปูน อาจสร้างสมัยอยุธยา บูรณะสมัยรัชกาลที่ 5 มีพระพุทธไสยาสน์ยาว 14 เมตร ชื่อพระเจตุพนพุทธไสยาสน์ ชาวบ้านเรียกว่าพ่อเฒ่านอน
  • หอระฆัง ก่ออิฐถือปูน สร้างสมัยรัชกาลที่ 5 ฐานสี่เหลี่ยม มีลายปูนปั้นรูปหน้าหนังตะลุง

หนังตะลุงเป็นมหรสพพื้นบ้านของภาคใต้ ถ้าสนใจต่อ ดูหน้าหนังตะลุงและโนราของพัทลุง ซึ่งเป็นจังหวัดข้างเคียง งานสมโภชประจำปีของวัดตามหน้านี้ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 6 ซึ่งแต่ละปีตกวันที่ไม่เหมือนกัน ต้องดูปฏิทินจันทรคติของปีที่ไป เรายังไม่มีแหล่งทางการที่บอกวันที่ของปี 2570

อีกด้านของเรื่องวัดคือเรื่องอายุ ซึ่งแหล่งที่เราอ่านไม่ตรงกัน ตารางด้านล่างแยกให้เห็น

ซากอิฐเก่ากับศาลาประดิษฐานพระพุทธรูปในวัดที่คอมมอนส์ระบุว่าเป็นวัดพะโคะ จังหวัดสงขลา ภาพประกอบ ถ่ายโดย Tunyakamon ใบอนุญาต CC BY-SA 3.0 Commons
ซากอิฐเก่ากับศาลาประดิษฐานพระพุทธรูปในวัดที่คอมมอนส์ระบุว่าเป็นวัดพะโคะ จังหวัดสงขลา ภาพประกอบ ถ่ายโดย Tunyakamon ใบอนุญาต CC BY-SA 3.0 Commons ภาพ: Tunyakamon, CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons

วัดพะโคะ บนเขาพัทธสิงค์

วิกิพีเดียไทยใช้ชื่อบทความว่าวัดราชประดิษฐาน (วัดพะโคะ) ที่ตั้งบนเขาพัทธสิงค์ หมู่ 6 ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ นิกายมหานิกาย ลำดับเหตุการณ์ที่หน้านั้นให้ไว้มีดังนี้

ปีเหตุการณ์ตามวิกิพีเดียไทย
พ.ศ. 2057รัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 สร้างวัดพะโคะ เดิมชื่อวัดหลวง ต่อมาสร้างวัดบนเขาพะโคะ ซึ่งปัจจุบันเรียกเขาพัทธสิงค์
พ.ศ. 2091-2111สมเด็จพระมหาจักรพรรดิพระราชทานที่กัลปนา เรียกว่าวัดราชประดิษฐาน
พ.ศ. 2148-2158สมเด็จพระเอกาทศรถบูรณะพระมาลิกเจดีย์ สูง 1 เส้น 5 วา และพระราชทานยอดเนื้อเบญจโลหะ
19 พ.ค. 2569ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

หมายเหตุที่หน้าเดียวกันเขียนไว้คือเอกสารอ้างอิงลงวันที่ราชกิจจานุเบกษาเป็น 20 พฤษภาคม 2569 ไม่ใช่ 19 พฤษภาคม เราจึงเขียนว่าเดือนพฤษภาคม 2569 ในกล่องสรุป และบอกทั้งสองวันที่ไว้ที่นี่ ถ้าต้องการวันที่แน่นอนให้ดูราชกิจจานุเบกษาโดยตรง

ของที่น่าสนใจที่หน้านั้นเล่า ได้แก่ พระมาลิกเจดีย์ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบลังกาสมัยอยุธยาและบรรจุพระบรมธาตุ พระพุทธไสยาสน์หรือพระโคตมะในวิหาร รอยพระพุทธบาทข้างซ้ายบนหินยาว 17 นิ้ว และโบราณสถานอื่นเช่นศาลาตัดสินความ พระพุทธรูปทรงเครื่อง หลักล่ามช้าง และศิวลึงค์ ที่เดียวกันเคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีดื่มน้ำพระพิพัฒน์สัตยา

หน่วยเส้นและวาในเอกสารเก่าแปลงเป็นเมตรได้โดยประมาณ 1 เส้นเท่ากับ 20 วา และ 1 วาเท่ากับ 2 เมตร ดังนั้น 1 เส้น 5 วา ได้ราว 50 เมตร นี่คือการคำนวณของเราเอง ไม่ใช่ตัวเลขที่แหล่งใดให้ไว้ ถ้าจะอ้างต่อควรบอกที่มา

บทความวิชาการในฐานข้อมูลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (วิทยานิพนธ์ปี 2557 ของจารุวรรณ ธนะกิจ เรื่องการสื่อความหมายเพื่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่วัดพะโคะ) แสดงว่าวัดนี้เคยถูกศึกษาในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แต่หน้าที่เราเปิดได้เป็นข้อมูลรายการหนังสือ ไม่ใช่เนื้อหา จึงไม่ใช้เป็นหลักฐานเรื่องใด

เรื่องหลวงปู่ทวด ตารางจุดเที่ยวอื่นในหน้าแรกของคู่มือสงขลาซึ่งอิงบทความ Trip.com ระบุว่าวัดพะโคะเกี่ยวกับตำนานหลวงปู่ทวด แต่หน้าวิกิพีเดียไทยที่เราอ่านไม่เอ่ยถึงหลวงปู่ทวดเลย เราจึงถือเป็นข้อมูลแหล่งเดียวที่ยังไม่ยืนยัน และไม่เล่าเรื่องตำนานในหน้านี้

เมื่อแหล่งข้อมูลอายุวัดและชื่อไม่ตรงกัน

เรื่องที่นักท่องเที่ยวพบบ่อยคือป้ายและบทความพูดถึงอายุวัดไม่เท่ากัน ตารางต่อไปนี้รวมตัวเลขที่เราเห็น

แหล่งที่ระบุเกี่ยวกับวัดจะทิ้งพระ
วิกิพีเดียไทย (แก้ไขล่าสุด ก.พ. 2566)ตำนานนางเลือดขาวว่าเจ้าพระยากรุงทองสร้างปี พ.ศ. 1542 ถูกโจรสลัดทำลายครั้งหนึ่ง แล้วบูรณะสมัยพระเอกาทศรถ
หัวข้อบทความ TrueID (เปิดได้เฉพาะพาดหัว)ครบรอบ 1,080 ปี ไม่ระบุวันที่ ไม่มีรายละเอียดในหน้าที่เราอ่านได้
ศิลปวัฒนธรรม (ผลค้นหา เปิดหน้าเต็มไม่ได้)เดิมชื่อวัดสทิงพระ เจดีย์พระมหาธาตุเชื่อว่าสร้างก่อนตั้งวัด บูรณะสมัยอยุธยา พ.ศ. 2109-2111 โดยพระครูอินทเมาลี

คำนวณจากปี 2569 ไปถึง พ.ศ. 1542 ได้ราว 1,027 ปี ซึ่งไม่เท่ากับ 1,080 ปีที่พาดหัวใช้ ส่วนความต่างอาจมาจากวิธีนับหรือจากตำนานคนละฉบับ เราไม่รู้ว่าตัวเลขไหนมาจากหลักฐานทางโบราณคดี เพราะไม่พบรายงานการขุดค้นวัดนี้ที่อ่านได้ และตำนานนางเลือดขาวเป็นเรื่องเล่า ไม่ใช่เอกสารยืนยันปีสร้าง

ชื่อวัดพะโคะก็มีสองแบบ หน้าวิกิพีเดียไทยใช้ชื่อวัดราชประดิษฐาน ขณะที่บทความ Trip.com ในหน้าแรกของคู่มือเรียกวัดราชประดิษฐ์ ซึ่งสะกดต่างกัน ถ้าค้นแผนที่ ให้ลองทั้งวัดพะโคะ และวัดราชประดิษฐาน

ฝั่งสิงหนคร: เขาแดงและเมืองสิงขราเก่า

ทางใต้ของสทิงพระคืออำเภอสิงหนคร อำเภอนี้ห่างตัวเมืองสงขลา 21 กม. ตามวิกิพีเดียไทย พื้นที่ 228 ตร.กม. ประชากร 84,104 คน (ปี 2564) 11 ตำบล 77 หมู่บ้าน หน้าวิกิพีเดียไทยเรียกสิงหนครว่าเมืองโบราณที่เคยเป็นที่ตั้งและชื่อของเมืองสงขลาก่อนย้ายไปฝั่งตะวันออกของปากทะเลสาบ เล่าตำนานเมืองคชราชาที่ตั้งเมื่อ พ.ศ. 1899 และผู้ครองเมืองคนแรกในบันทึกคือดาโต๊ะโมกอล ซึ่งปกครองปี 2146-2163 ตามหน้านั้น

หน้าวิกิพีเดียอังกฤษเรื่องรัฐสุลต่านสิงขรา (Singora) ให้ลำดับต่างออกไป ว่าก่อตั้งต้นศตวรรษที่ 17 โดยกล่องข้อมูลให้ปี 1605 โดยดาโต๊ะโมกอลเสียชีวิตปี 1620 และลูกชายคนโตชื่อสุลัยมานสืบต่อ ป้ายหลุมศพให้ปีขึ้นครองราชย์เป็น 1619 ทั้งสองหน้านับปีต่างระบบ พ.ศ. 2146-2163 เท่ากับ ค.ศ. 1603-1620 ดังนั้นปีเริ่มต้นต่างกันสองปี และปีสิ้นสุดตรงกันคือ 1620 เราจึงสรุปแค่ว่าดาโต๊ะโมกอลปกครองสิงขราราวต้นศตวรรษที่ 17 จนถึงราวปี 1620

เรื่องที่ระบุแหล่ง
ผู้ปกครองคนแรกดาโต๊ะโมกอล 2146-2163 (ค.ศ. 1603-1620)วิกิพีเดียไทย อำเภอสิงหนคร
ปีตั้งรัฐ1605 ผู้ก่อตั้งเสียชีวิต 1620วิกิพีเดียอังกฤษ Sultanate of Singora
ประกาศอิสระปี 1642 สุลัยมานใช้ตำแหน่งสุลต่านสุลัยมานชาห์วิกิพีเดียอังกฤษ
รายงานของแวนฟลีต3 กุมภาพันธ์ 2185 (ค.ศ. 1642)วิกิพีเดียไทย อำเภอสิงหนคร
สิ้นสุดรัฐถูกล้อมกว่าหกเดือน ถูกทำลายและทิ้งร้างปี 1680วิกิพีเดียอังกฤษ

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2185 ตรงกับปี 1642 ซึ่งสอดคล้องกับที่วิกิพีเดียอังกฤษเล่าว่าทูตชาวดัตช์เยเรเมียส ฟาน ฟลีต แวะสิงขราในเดือนกุมภาพันธ์ 1642 ก่อนที่สุลัยมานจะประกาศอิสระในปีเดียวกัน วิกิพีเดียอังกฤษเล่าต่อว่าสุลัยมานสร้างกำแพง คูเมือง และป้อมเรียงจากท่าเรือถึงยอดเขาแดง การรบจากอยุธยาที่เล่ากันว่าล้มเหลวอย่างน้อยสามครั้ง สุลัยมานเสียชีวิตปี 1668 มุสตาฟาลูกชายสืบต่อ แล้วอยุธยาเปิดการโจมตีครั้งสุดท้ายปี 1679 ล้อมเมืองเกินหกเดือนจนเมืองถูกทำลายปี 1680 เรื่องการจับสุลต่านที่ชาวฝรั่งเศสเล่าไว้ในปี 1693 นักประวัติศาสตร์ถือว่าน่าสงสัย ตามที่หน้านั้นระบุ

ป้อมและโบราณสถานบนเขาแดง

วิกิพีเดียอังกฤษระบุว่ากระทรวงวัฒนธรรมบันทึกป้อมสิบสี่แห่งบนและรอบเขาแดง ป้อมหมายเลข 4 8 และ 9 สภาพดีที่สุด ขณะที่ KTC ซึ่งเป็นบทความท่องเที่ยวอัปเดต 16 มกราคม 2568 ระบุว่าป้อมหมายเลข 9 สมบูรณ์ที่สุด ผังสี่เหลี่ยมมีช่องปืนทั้งสี่ด้าน เดินเข้าไปได้ ส่วนป้อมหมายเลข 8 หรือป้อมปืนปากน้ำอยู่ที่เนินริมปากทะเลสาบ ชมวิวทั้งอ่าวไทยและทะเลสาบ และกำแพงเมืองเก่าหมายเลข 1 อยู่ถนนหัวเขาแดง-ระโนด ตำบลหัวเขา ก่ออิฐ กว้างราว 17 เมตร ยาวราว 22 เมตร สูงราว 4.5 เมตร สภาพดีตาม KTC

สองแหล่งนี้ไม่ได้ขัดกันทั้งหมด เพราะแหล่งหนึ่งนับป้อมที่สภาพดีสามแห่ง อีกแหล่งชี้เฉพาะแห่งที่สมบูรณ์ที่สุด แต่ถ้าสงสัยว่าป้อมไหนเข้าไปเดินได้ ให้ใช้ข้อความของ KTC ว่าป้อมหมายเลข 9 เดินเข้าไปได้ และถามที่นั่นก่อนเมื่อไปถึง

ข่าวของ ONEP ลงวันที่ 11 มีนาคม 2565 อ้างข่าวช่อง 7 เล่าว่าหัวเขาแดงเป็นโบราณสถานเขตหนึ่ง มีป้อมปราการและซากกำแพงเมืองโบราณ บนยอดเขามีเจดีย์สององค์เรียกเจดีย์ขาวและเจดีย์ดำ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์สร้างองค์หนึ่งปี 2375 และสมเด็จเจ้าพระยามหาพิชัยญาติสร้างอีกองค์ปี 2382 เพื่อระลึกถึงชัยชนะในศึกชายแดนภาคใต้ ข่าวเดียวกันรายงานการบุกรุกพื้นที่ มีถนนดินกว้างราว 4 เมตร ยาว 1,500 เมตร ตัดผ่านโบราณสถาน และพบถนน 220 เมตรใกล้ป้อมหมายเลข 9 บนเขาน้อย พร้อมฐานเจดีย์ดำที่ถูกทุบ เจ้าหน้าที่กำลังสืบหาผู้กระทำ ข่าวนี้เป็นสามปีก่อนวันที่เราอ่าน สถานะปัจจุบันของเส้นทางเดินและโบราณสถานเราไม่ทราบ

KTC ยังระบุรายการที่ 17 วัดเขาน้อยบนยอดเขาแดง หมู่ 78 ตำบลหัวเขา มีซากฐานเจดีย์อิฐ พระพุทธรูปปูนปั้นสมัยอยุธยา และใบเสมาหินทรายแดง ชื่อหมู่ 78 ที่เห็นในตัวบทอาจเป็นการสะกดผิดของเว็บ เพราะหมู่บ้านเลขสองหลักขนาดนั้นไม่ตรงกับ 8 หมู่บ้านของตำบลหัวเขาที่วิกิพีเดียไทยให้ไว้ เราจึงไม่ใช้เลขหมู่นี้ในการนำทาง

สุสานสุลต่านสุลัยมาน

วิกิพีเดียอังกฤษระบุว่าสุสานของสุลต่านสุลัยมานชาห์อยู่ห่างเขาแดงไปทางเหนือราว 1 กม. ในสุสานมุสลิม ภายในศาลาทรงไทย เป็นที่แสวงบุญของทั้งชาวมุสลิมและชาวพุทธ และสุสานดัตช์ที่ชาวบ้านเรียกวิลันดาอยู่ห่างจากสุสานราว 300 เมตร ภายในพื้นที่คลังน้ำมันของ ปตท. ซึ่งการสำรวจด้วยเรดาร์เจาะพื้นดินปี 1998 พบโลงศพปูนขาวจากชุมชนชาวดัตช์สมัยศตวรรษที่ 17 เราไม่พบแหล่งทางการที่บอกเวลาเปิดหรือมารยาทการเข้าชมสุสาน ถ้าไปควรแต่งกายสุภาพและถามผู้ดูแลก่อนถ่ายรูป

กลุ่มเจดีย์สีขาวในวัดที่คอมมอนส์ระบุชื่อวัดเจดีย์งาม จังหวัดสงขลา ภาพประกอบ ถ่ายโดย Tunyakamon ใบอนุญาต CC BY-SA 3.0 Commons
กลุ่มเจดีย์สีขาวในวัดที่คอมมอนส์ระบุชื่อวัดเจดีย์งาม จังหวัดสงขลา ภาพประกอบ ถ่ายโดย Tunyakamon ใบอนุญาต CC BY-SA 3.0 Commons ภาพ: Tunyakamon, CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons

ระโนด ตลาดน้ำ และทางไปทะเลน้อย

ระโนดอยู่เหนือสุดของจังหวัด ตัวเลขจากวิกิพีเดียไทยคือพื้นที่ 783.8 ตร.กม. ประชากร 63,961 คน (ปี 2564) 12 ตำบล 73 หมู่บ้าน ติดอำเภอหัวไทรของนครศรีธรรมราชทางเหนือ ติดสทิงพระและกระแสสินธุ์ทางใต้ ติดอำเภอควนขนุนของพัทลุงทางตะวันตก และอ่าวไทยทางตะวันออก คำขวัญอำเภอเอ่ยถึงทุ่งรวงทอง ลูกตาล และนากุ้ง

หน้าเดียวกันระบุแหล่งท่องเที่ยวสามอย่าง คือตลาดน้ำคลองระโนดที่เปิดเฉพาะวันศุกร์ 16.00-20.30 น. ตลาดน้ำคลองแดนที่เปิดเฉพาะวันเสาร์ และศูนย์ศิลปวัฒนธรรมและสวนบุรพาจารย์ ภาพหลักของหน้าเป็นวัดพระเจดีย์งาม แต่เนื้อหาไม่ได้อธิบายวัดนี้ เราจึงไม่สามารถบอกประวัติหรือเวลาเปิดได้ เวลาตลาดมาจากวิกิพีเดียซึ่งไม่ลงวันที่ปรับปรุงรายตลาด และตลาดน้ำมักเปลี่ยนวันหรือหยุดตามฤดูกาล ให้ถือว่ายังไม่ยืนยัน

ทะเลน้อยตามวิกิพีเดียไทยเป็นปลายบนของทะเลสาบ ใช้ร่วมกันระหว่างอำเภอควนขนุนของพัทลุงกับระโนดของสงขลา เป็นน้ำจืด พื้นที่น้ำราว 30 ตร.กม. และพรุควนขี้เสี้ยนในอำเภอควนขนุนได้รับขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำแรมซาร์เมื่อปี 2541 ซึ่งหน้านั้นระบุว่าเป็นแห่งแรกของไทยและลำดับที่ 110 ของโลก คู่มือเรื่องนกและเรือชมทะเลน้อยอยู่ในหน้าทะเลน้อยของพัทลุง และเรื่องฝั่งพัทลุงของทะเลสาบอยู่ในลำปำ ทะเลสาบสงขลา และนาปอก

นิเวศของทะเลสาบที่เกี่ยวกับคนที่มาเที่ยว

วิกิพีเดียไทยบอกว่าน้ำในทะเลสาบเปลี่ยนความเค็มตามฤดูกาลตามปริมาณน้ำจากแม่น้ำและน้ำทะเลที่ไหลเข้า ปลาที่พบมากที่สุดคือปลาดุกด้าน ซึ่งใช้ทำปลาร้าแบบท้องถิ่นที่ต่างจากของอีสาน ปลาหายากที่หน้านั้นเอ่ยถึงคือปลาดุกลำพัน ปลาตือ และปลาตุ่ม และมีโลมาอิรวดีกลุ่มเล็กใกล้เกาะสี่เกาะห้าในพัทลุง ซึ่งหน้านั้นเรียกว่าเป็นแหล่งน้ำจืดที่มีโลมาอิรวดีน้อยที่สุดในโลกและวิกฤตที่สุด ภัยคุกคามคือการทำประมงเกินและมลพิษ เกาะสี่เกาะห้าเป็นพื้นที่สัมปทานรังนกนางแอ่น

ในเชิงนักท่องเที่ยว นี่หมายความว่าเรือชมทะเลสาบในบริเวณที่มีโลมาควรเลือกผู้ให้บริการที่ไม่ไล่ตามสัตว์ และเราไม่มีแหล่งทางการที่ระบุว่ามีทัวร์ชมโลมาที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ จึงไม่แนะนำบริษัทใด Thai Holiday Guide (ปรับปรุง มิ.ย. 2569) ระบุสถานที่ชื่อ Khu Khut Waterbirds Sanctuary ว่าเป็นจุดดูนกด้วยเรือ ช่วงตุลาคมถึงมีนาคม สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน ชื่อตำบลคูขุดอยู่ในรายการตำบลของอำเภอสทิงพระตามวิกิพีเดียไทย แต่แหล่งไม่ได้บอกว่าสถานที่นี้อยู่ในตำบลนั้น ถ้าจะไปให้ถือเป็นข้อมูลแหล่งเดียวและโทรถามก่อน

หาดมหาราชหรือหาดสทิงพระเป็นชื่อหาดที่ Thai Holiday Guide ระบุในรายการชายหาดของสงขลา และวิกิพีเดียไทยเรื่องสทิงพระมีภาพหาดมหาราชพร้อมวัดบ่อดานตก แต่เราไม่พบแหล่งที่บอกลักษณะหาด ความปลอดภัยการเล่นน้ำ หรือสิ่งอำนวยความสะดวก

มรดกโลก: สี่พื้นที่ที่ถูกเสนอ

ข่าว Nation Thailand ลงวันที่ 7 มีนาคม 2567 รายงานว่าคณะกรรมการมรดกโลกแห่งชาติเห็นชอบในหลักการให้เสนอโครงการสงขลาและชุมชนริมลากูน (Songkhla and its Associated Lagoon Settlements) เข้าบัญชีเบื้องต้นของยูเนสโก โดยมีสี่พื้นที่

พื้นที่ตามข่าวลักษณะที่ข่าวเล่า
พังยาง พะโคะ สีหยังสามเมืองเก่าทางเหนือของตัวเมืองสงขลา เห็นสถาปัตยกรรมไทยดั้งเดิม โยงกับเส้นทางการค้าโบราณ
สทิงพระเมืองเก่าบนเกาะในทะเลสาบสงขลา บรรยากาศสงบ เคยเป็นศูนย์กลางการปกครอง
ป้อมค่ายสิงขรา และแหลมสนสองเมืองเก่าฝั่งตะวันออกของลากูน โยงกับการค้าทางทะเลโบราณ
บ่อยางติดเมืองเก่าสงขลา ชุมชนมุสลิมเก่าแก่ ตลาดสินค้าท้องถิ่นและหัตถกรรม

ข่าวนี้ระบุว่าสี่พื้นที่อยู่ในอำเภอระโนด สทิงพระ สิงหนคร และเมือง ชื่อ พะโคะ ในข่าวตรงกับวัดพะโคะที่อธิบายข้างต้น ข่าวไม่ได้เอ่ยถึงเกาะยอหรือหัวเขาแดง หน้าเมืองเก่าของเราอธิบายสถานะนี้ไว้แล้ว ดูเมืองเก่าสงขลา เราลองเปิดหน้าบัญชีเบื้องต้นของ UNESCO ได้รับคำตอบ 403 จึงอ่านเนื้อหาตรงไม่ได้ และหน้าแรกของคู่มือสงขลาเขียนไว้ว่าเข้าบัญชีเบื้องต้นตั้งแต่เมษายน 2567 ซึ่งตรงกับผลค้นหาแต่เราไม่ได้ยืนยันกับ UNESCO ในรอบนี้ คำสำคัญคือบัญชีเบื้องต้นยังไม่ใช่การขึ้นทะเบียนมรดกโลก

ไปอย่างไร และใช้เวลาเท่าไร

ไม่พบขนส่งสาธารณะที่มีตารางไปสทิงพระหรือระโนดจากแหล่งที่ตรวจได้ วิกิพีเดียไทยเรื่องจังหวัดสงขลาระบุว่าถนนหลวงหมายเลข 4 42 43 406 407 408 และ 414 อยู่ในจังหวัด แต่ไม่ได้บอกว่าสายไหนไปสทิงพระ และเรื่องสถานีรถไฟ ดูวิธีไปสงขลา ที่อธิบายว่าตัวเมืองสงขลาไม่มีสถานี ตัวเลขที่ตรวจได้มีเพียงระยะทางถนนตามตารางด้านล่าง

จากตัวเมืองสงขลาไประยะถนนตามวิกิพีเดียไทยหมายเหตุของเรา
สิงหนคร21 กม.ที่ว่าการอำเภออยู่ตำบลสทิงหม้อ ป้อมและเขาแดงอยู่ตำบลหัวเขา ระยะจริงต่างกัน
สทิงพระ50 กม.ระยะไปที่ว่าการอำเภอ ไม่ใช่ถึงวัดแต่ละแห่ง
ระโนด90 กม.ใกล้ชายแดนนครศรีธรรมราช

ตัวเลขเวลาขับเราไม่ให้ เพราะแหล่งที่อ่านไม่ได้ระบุ มีเพียงบล็อกท่องเที่ยวที่ผลค้นหาสรุปว่าจากหาดใหญ่ไปวัดจะทิ้งพระราว 1 ชั่วโมง 20 นาที ซึ่งเราไม่ได้เปิดอ่านต้นฉบับจึงไม่ยืนยัน Ao Thai Resort ซึ่งอยู่ในคู่มือที่พักสงขลาของเรา ตั้งอยู่ฝั่งอ่าวไทยที่บ่อดาน เสนอทัวร์ไปหาดใหญ่ สงขลา และเรือเที่ยวทะเลสาบ แต่ต้องมีรถของตัวเอง ตามที่เขียนไว้ในหน้าแรกของคู่มือ

แผนหนึ่งวันที่วางจากข้อมูลข้างต้น

แผนนี้เป็นข้อเสนอของเราจากระยะทางและรายการสถานที่ในหน้านี้ ไม่ได้ผ่านการลองเดินทางจริง

ช่วงทำอะไรสิ่งที่ต้องเช็กก่อน
เช้าออกจากสงขลาไปสิงหนคร เดินป้อมหมายเลข 9 และกำแพงเมืองเก่าตามข้อความ KTCทางเข้าและความปลอดภัยของเส้นทางเดิน เพราะข่าวปี 2565 มีรายงานบุกรุก
สายขับขึ้นเหนือไปสทิงพระ ราว 50 กม. จากเมืองเวลาเปิดวัด ยังไม่ยืนยัน
เที่ยงอาหารกลางวันตามทางไปวัดจะทิ้งพระเราไม่มีรายชื่อร้านที่ตรวจได้
บ่ายวัดจะทิ้งพระ พระพุทธไสยาสน์ เจดีย์พระมหาธาตุ หอระฆังแต่งกายสุภาพ เวลาเปิด
ปลายบ่ายวัดพะโคะบนเขาพัทธสิงค์ ถ้าเวลาเหลือ ไม่เช่นนั้นแยกอีกวันทางขึ้นเขาและเวลาปิด ยังไม่ยืนยัน

ถ้าเริ่มจากหาดใหญ่ ให้เผื่อเวลาเดินทางมาสงขลาก่อน ดูวิธีไปสงขลา และถ้าพักที่หาดใหญ่ก่อนหน้า ดูที่เที่ยวหาดใหญ่ ที่มีตลาดน้ำคลองแหและน้ำตกโตนงาช้างที่ไม่ซ้ำกับหน้านี้

ข้อควรระวัง

รายการป้อมและวัดในหน้านี้เป็นข้อมูลจากเอกสาร ไม่ได้ผ่านการสำรวจหน้างาน ก่อนขับไปไกลให้โทรถามที่ว่าการอำเภอหรือวัดโดยตรง เพราะเราไม่พบเบอร์โทรที่ตรวจได้ของแต่ละที่

ความปลอดภัยและมารยาท

พื้นที่ในหน้านี้คือสิงหนคร สทิงพระ และระโนด อยู่ทางเหนือของตัวเมืองสงขลา ไม่ใช่อำเภอจะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อยที่รัฐบาลอังกฤษ (FCDO) แนะนำให้งดเดินทางที่ไม่จำเป็น เรื่องคำเตือนการเดินทางของรัฐบาลต่างประเทศอยู่ในหน้าสงขลาตอนใต้และคำเตือนการเดินทาง ที่เปรียบเทียบข้อความของอังกฤษ แคนาดา และออสเตรเลียพร้อมวันที่อ่าน

เรื่องมารยาทในวัดและสุสาน ให้แต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าตามจุดที่มีป้าย และถามก่อนถ่ายรูปในเขตสุสานมุสลิม ฤดูฝนหนักของภาคใต้ตอนล่างอยู่ราวตุลาคมถึงธันวาคม ตามที่ Thai Holiday Guide ระบุว่าพฤศจิกายนเป็นเดือนฝนสูงสุดราว 575 มม. และวิกิพีเดียอังกฤษให้พฤศจิกายน 587.9 มม. ที่นี่ทางลงเขาและทางเดินในป้อมอาจลื่น ส่วนถนนริมทะเลสาบอาจมีน้ำท่วมขัง ตัวเลขฝนสองแหล่งต่างกันเล็กน้อยเพราะใช้ช่วงข้อมูลคนละชุด

งบประมาณ

เราไม่พบค่าเข้าวัดหรือค่าเข้าโบราณสถานในหน้านี้จากแหล่งทางการ และไม่พบอัตราค่าจ้างรถหรือแท็กซี่ที่ตรวจได้ จึงให้งบเป็นรายการสิ่งที่ต้องจ่ายแทนตัวเลข

รายการสถานะข้อมูล
ค่าเข้าวัดจะทิ้งพระ วัดพะโคะไม่พบ ตามธรรมเนียมวัดมักไม่เก็บค่าเข้า ยังไม่ยืนยัน
ค่าเข้าป้อมและกำแพงเมืองเก่าไม่พบ ยังไม่ยืนยัน
รถเช่าหรือจ้างรถไม่มีอัตราที่ตรวจได้ ถามราคาก่อนออกเดินทาง
น้ำมันตามระยะ 21 50 และ 90 กม. ไปเที่ยวเดียวจากตัวเมือง
อาหารไม่มีรายชื่อร้านที่ตรวจได้ในพื้นที่นี้

ที่พักและทริปต่อ

ถ้าไม่มีรถ พักในตัวเมืองสงขลาหรือหาดใหญ่แล้วเช่ารถหรือจ้างรถเป็นรายวันสะดวกกว่า ดูที่พักสงขลา ที่ตรวจโรงแรมเจ็ดแห่งกับเว็บไซต์ทางการ เส้นทางต่อไปทางเหนือคือพัทลุง ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของทะเลสาบ ดูคู่มือเที่ยวพัทลุง และถ้าต้องการเมืองใหญ่ใกล้ที่สุด ดูหาดใหญ่

คำถามที่พบบ่อย

คาบสมุทรสทิงพระอยู่ตรงไหน

แผ่นดินแคบยาวระหว่างทะเลสาบสงขลากับอ่าวไทยทางเหนือของตัวเมืองสงขลา ครอบคลุมอำเภอสิงหนคร สทิงพระ และระโนด ตามที่วิกิพีเดียไทยบรรยายความสัมพันธ์ของอำเภอ ระยะถนนจากตัวเมืองสงขลาคือสิงหนคร 21 กม. สทิงพระ 50 กม. และระโนด 90 กม.

วัดจะทิ้งพระมีอะไรให้ดู

เจดีย์พระมหาธาตุทรงลังกาสูง 20 เมตร เจดีย์บริวาร วิหารพระพุทธไสยาสน์ยาว 14 เมตร และหอระฆังสมัยรัชกาลที่ 5 ตามวิกิพีเดียไทย เวลาเปิดและค่าเข้าเรายังไม่ยืนยัน

วัดจะทิ้งพระอายุเท่าไร

แหล่งไม่ตรงกัน วิกิพีเดียไทยเล่าตำนานว่าสร้างปี พ.ศ. 1542 หัวข้อ TrueID ระบุครบรอบ 1,080 ปี และศิลปวัฒนธรรมเล่าว่าบูรณะสมัยอยุธยา พ.ศ. 2109-2111 เราไม่พบหลักฐานทางโบราณคดีที่อ่านได้ จึงไม่ฟันธงปีสร้าง

วัดพะโคะเป็นพระอารามหลวงหรือยัง

ตามวิกิพีเดียไทย ได้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวงในเดือนพฤษภาคม 2569 โดยหน้านั้นให้ 19 พฤษภาคม และอ้างอิงลงราชกิจจานุเบกษา 20 พฤษภาคม ถ้าต้องการวันที่แน่นอนให้ดูราชกิจจานุเบกษา

เมืองสงขลาเดิมอยู่ตรงไหน

ตามหน้าวิกิพีเดียไทยเรื่องสิงหนคร เมืองสงขลาเดิมอยู่บริเวณสิงหนครฝั่งหัวเขาแดงก่อนย้ายมาฝั่งตรงข้ามของปากทะเลสาบ ONEP ก็เรียกหัวเขาแดงว่าที่ที่เริ่มตั้งเมืองสงขลา

ป้อมไหนบนเขาแดงเข้าไปเดินได้

KTC (ม.ค. 2568) ระบุว่าป้อมหมายเลข 9 เดินเข้าไปได้และสมบูรณ์ที่สุด วิกิพีเดียอังกฤษระบุป้อม 4 8 และ 9 สภาพดี เราไม่ได้ตรวจหน้างาน และข่าวปี 2565 รายงานการบุกรุกเขตนี้

ไปสทิงพระต้องมีรถไหม

ไม่พบขนส่งสาธารณะที่ตรวจได้ และ Ao Thai Resort ระบุว่าต้องมีรถของตัวเองในบริเวณใกล้เคียง จึงควรมีรถเช่าหรือจ้างรถ

สทิงพระอยู่ในมรดกโลกหรือยัง

ยัง ข่าว Nation (7 มี.ค. 2567) รายงานการเสนอสี่พื้นที่เข้าบัญชีเบื้องต้น ซึ่งเป็นขั้นตอนแรก ไม่ใช่การขึ้นทะเบียน

ตลาดน้ำคลองระโนดเปิดวันไหน

วิกิพีเดียไทยระบุวันศุกร์ 16.00-20.30 น. และตลาดน้ำคลองแดนเฉพาะวันเสาร์ เป็นข้อมูลแหล่งเดียว ยังไม่ยืนยัน

ทะเลสาบสงขลาใหญ่แค่ไหน

วิกิพีเดียไทยให้พื้นที่ผิวน้ำ 1,040 ตร.กม. ลึกเฉลี่ย 1.4 เมตร และพื้นที่รับน้ำ 8,020 ตร.กม. วิกิท่องเที่ยวให้ความยาวราว 80 กม. กว้าง 20-25 กม.

แหล่งข้อมูลทางการและอ่านเพิ่มเติม

ราคา ตารางเวลา และกฎการเข้าเมืองเปลี่ยนได้ ตัวเลขในหน้านี้เป็นค่าประมาณ ณ ปี 2569 (2026) โปรดยืนยันกับหน้าทางการหรือผู้ให้บริการก่อนจอง พบข้อมูลล้าสมัยหรือไม่? แจ้งเรา.

ดูตั๋วและทัวร์สงขลาบน Klook

คู่มือที่เกี่ยวข้อง

ภาพสงขลา: สวนสัตว์สงขลา เขารูปช้าง เขาเก้าเส้ง แหลมสนอ่อน วัดกลาง
วัฒนธรรม

สวนสัตว์สงขลา เขารูปช้าง เขาเก้าเส้ง แหลมสนอ่อน วัดกลาง

จุดเที่ยวฝั่งใต้และรอบตัวเมืองสงขลา สวนสัตว์ เขารูปช้าง เขาเก้าเส้ง แหลมสนอ่อน วัดมัชฌิมาวาส เขาน้อย บ้านศรัทธา ตัวเลขที่ขัดกัน ตรวจ 20 ต.ค. 2569

ภาพสงขลา: เมืองเก่าสงขลา เดินเที่ยว นครนอก นครใน นางงาม พิพิธภัณฑ์
วัฒนธรรม

เมืองเก่าสงขลา เดินเที่ยว นครนอก นครใน นางงาม พิพิธภัณฑ์

คู่มือเดินเมืองเก่าสงขลา ถนนนครนอก นครใน นางงาม สตรีทอาร์ต หับโห้หิ้น ศาลหลักเมือง พิพิธภัณฑ์ค่าเข้า 30/150-200 บาท และสถานะมรดกโลกปี 2569

ภาพสงขลา: หาดสมิหลา เขาตังกวน เกาะยอ นางเงือกทอง สะพานติณสูลานนท์
วัฒนธรรม

หาดสมิหลา เขาตังกวน เกาะยอ นางเงือกทอง สะพานติณสูลานนท์

คู่มือเที่ยวสงขลา หาดสมิหลา นางเงือกทอง เขาตังกวน ลิฟต์ 30-45 บาท เกาะยอ วัดแหลมพ้อ สถาบันทักษิณคดีศึกษา ค่าเข้า 30-100 บาท และสะพานติณสูลานนท์

ภาพสงขลา: สงขลาตอนใต้ จะนะ เทพา นาทวี สะบ้าย้อย สะเดา คำเตือนเดินทาง
วางแผน

สงขลาตอนใต้ จะนะ เทพา นาทวี สะบ้าย้อย สะเดา คำเตือนเดินทาง

สงขลาตอนใต้ จะนะ เทพา นาทวี สะบ้าย้อย สะเดา เขาน้ำค้าง เทียบคำเตือนของอังกฤษ แคนาดา ออสเตรเลีย อ่าน 20 ต.ค. 2569 สิ่งที่ยังไม่ยืนยัน

ภาพสงขลา: ไปสงขลา จากหาดใหญ่ สนามบิน รถตู้ รถไฟ แผน 1-3 วัน ฤดูฝน
เดินทางและซิม

ไปสงขลา จากหาดใหญ่ สนามบิน รถตู้ รถไฟ แผน 1-3 วัน ฤดูฝน

ไปสงขลาจากกรุงเทพฯ และหาดใหญ่ สนามบิน HDY รถตู้ รถสองแถว รถทัวร์ รถไฟ แผน 1-3 วัน ฤดูฝนและน้ำท่วม ตัวเลขที่ขัดกัน ตรวจ 20 ต.ค. 2569

ภาพสงขลา: ที่พักสงขลา: ตัวเมือง พะวงริมทะเลสาบ และสทิงพระ
ที่พัก

ที่พักสงขลา: ตัวเมือง พะวงริมทะเลสาบ และสทิงพระ

ที่พักสงขลา: เทียบตัวเมืองและแนวหาดสมิหลา พะวงริมทะเลสาบสงขลา และสทิงพระ พร้อมโรงแรม 7 แห่งที่ตรวจข้อมูลกับเว็บไซต์ทางการ

คู่มืออื่นที่เกี่ยวข้อง