คาบสมุทรสทิงพระคือแผ่นดินแคบยาวที่ทอดจากตัวเมืองสงขลาขึ้นไปทางเหนือ ขนานไปกับอ่าวไทยทางตะวันออกและทะเลสาบสงขลาทางตะวันตก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ข้ามไปทางสะพานติณสูลานนท์ไปเกาะยอแล้วกลับ แต่ฝั่งนี้เป็นที่ที่เอกสารเก่าเล่าว่าเคยมีเมืองท่าใหญ่ก่อนที่เมืองสงขลาจะย้ายมาอยู่ตรงปากทะเลสาบ มีวัดเก่าแก่ที่คนในพื้นที่ยังใช้งานอยู่ และมีซากป้อมของเมืองสิงขราที่สุลต่านเคยประกาศอิสระจากอยุธยา หน้านี้รวมสิ่งที่เราตรวจได้เมื่อ 20 ตุลาคม 2569 เรียงตามทางที่คนมักขับจากใต้ขึ้นเหนือ คือสิงหนคร สทิงพระ และระโนด
เราไม่ได้ไปที่นั่นด้วยตัวเอง ข้อมูลทั้งหมดมาจากเอกสารที่อ่านได้ ส่วนใหญ่เป็นวิกิพีเดียซึ่งไม่ใช่แหล่งทางการ บวกข่าวของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บทความของ KTC และข่าว Nation Thailand เวลาเปิดของวัดแทบทุกแห่งยังหาแหล่งทางการยืนยันไม่ได้ เราจึงเขียนว่ายังไม่ยืนยัน ไม่เดาตัวเลข ภาพรวมของจังหวัดอยู่ในคู่มือเที่ยวสงขลา ส่วนเมืองเก่า หาดสมิหลา และเกาะยอมีหน้าเฉพาะแล้ว ดูเมืองเก่าสงขลา และหาดสมิหลา เขาตังกวน เกาะยอ

จองที่ไหนดี
เทียบตั๋วและกิจกรรมในสงขลาจากเว็บเหล่านี้ ดูหน้าทางการของผู้ให้บริการด้วย และยืนยันราคาตามวันที่ไปก่อนจ่าย
เปิดเผยข้อมูลพันธมิตร: ลิงก์เหล่านี้อาจทำให้เราได้ค่าคอมมิชชันเมื่อคุณจอง โดยคุณไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม และไม่เปลี่ยนสิ่งที่เราเขียน
ข้อมูลที่ตรวจแล้ว และสิ่งที่ยืนยันไม่ได้
| เรื่อง | ที่เราพบ | แหล่งและสถานะ |
|---|---|---|
| อำเภอสทิงพระ | พื้นที่ 120 ตร.กม. ประชากร 47,759 คน (ปี 2564) 11 ตำบล 79 หมู่บ้าน ติดระโนดทางเหนือ สิงหนครทางใต้ อ่าวไทยทางตะวันออก | วิกิพีเดียไทย ไม่ใช่ทางการ |
| ระยะทางถนนจากเมืองสงขลา | สิงหนคร 21 กม. สทิงพระ 50 กม. ระโนด 90 กม. | วิกิพีเดียไทย หน้าจังหวัดสงขลา |
| วัดจะทิ้งพระ | เจดีย์พระมหาธาตุสูง 20 ม. วิหารพระพุทธไสยาสน์ยาว 14 ม. หอระฆังสมัยรัชกาลที่ 5 | วิกิพีเดียไทย |
| วัดพะโคะ | เขาพัทธสิงค์ ตำบลชุมพล สร้างปี 2057 เป็นพระอารามหลวงเดือนพฤษภาคม 2569 | วิกิพีเดียไทย |
| ป้อมและกำแพงเมืองเก่าฝั่งสิงหนคร | ป้อมหมายเลข 1 8 9 และวัดเขาน้อยบนยอดเขาแดง | KTC (ม.ค. 2568) และ ONEP (มี.ค. 2565) |
| เวลาเปิดและค่าเข้าวัดทุกแห่งในหน้านี้ | ไม่พบจากแหล่งทางการ | ยังไม่ยืนยัน |
| ขนส่งสาธารณะไปสทิงพระและระโนด | ไม่พบตารางที่ตรวจได้ | ยังไม่ยืนยัน |
| สถานะบัญชีเบื้องต้นมรดกโลก | ข่าว Nation (7 มี.ค. 2567) เล่าการเสนอสี่พื้นที่ หน้า UNESCO เปิดอ่านตรงไม่ได้ (403) | ข่าวเท่านั้น |
ภาพรวมของคาบสมุทรและทะเลสาบ
วิกิพีเดียไทยเรื่องทะเลสาบสงขลาบอกว่าทะเลสาบมีพื้นที่ผิวน้ำ 1,040 ตารางกิโลเมตร ลึกเฉลี่ย 1.4 เมตร และมีปากเปิดออกอ่าวไทยที่สงขลา ทะเลสาบแบ่งเป็นสี่ตอน คือทะเลน้อยที่อยู่ปลายบน ทะเลสาบตอนบน ตอนกลาง และตอนล่างซึ่งล้อมเกาะยอไว้และมีทางออกสู่ทะเล หน้าเดียวกันเล่าว่าแผนที่ฝรั่งเศสปี 2229 ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์บันทึกเกาะห้าเกาะที่แหลมสทิงพระ เกาะใหญ่อยู่ทางเหนือและเกาะเล็กสี่เกาะกระจายทางใต้ เมื่อน้ำทะเลลดและตะกอนทับถม เกาะเล็กเชื่อมกันเป็นเกาะเดียว แล้วต่อกับแผ่นดินใหญ่จนเกิดเป็นคาบสมุทรอย่างที่เห็นปัจจุบัน วิกิพีเดียไทยเรื่องอำเภอสทิงพระเล่าไว้สอดคล้องกันว่าตะกอนค่อยๆ เชื่อมเกาะกับแผ่นดินจนเกิดแหลมสทิงพระ
หน้านี้ไม่พยายามชี้ว่าสมัยไหนแน่ เราเพียงรายงานว่าสองหน้าของวิกิพีเดียไทยเล่าตรงกัน และแหล่งทั้งสองเป็นการสรุปจากเอกสารอื่น ไม่ใช่งานวิจัยที่เราอ่านต้นฉบับ ความเกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวคือภูมิประเทศ ถนนส่วนใหญ่วิ่งตามแนวเหนือใต้ขนานกับทะเลสาบ ระยะที่ดูใกล้บนแผนที่จึงมักกินเวลาขับนานกว่าที่คิด
วิกิท่องเที่ยวซึ่งเป็นแหล่งที่ชุมชนเขียนระบุว่าทะเลสาบยาวราว 80 กม. กว้าง 20-25 กม. ส่วนวิกิพีเดียไทยให้พื้นที่ผิวน้ำ 1,040 ตร.กม. สองตัวเลขนี้คนละชนิด จึงไม่ขัดกันโดยตรง แต่ถ้ามีคนบอกขนาดอื่นให้ถามว่าวัดตรงไหน และวัดที่ฤดูไหนเพราะระดับน้ำเปลี่ยนตามฤดู
ซากเมืองท่าโบราณสทิงพระ
วิกิพีเดียอังกฤษเรื่อง Satingpra บอกว่าเมืองท่าเก่าแห่งนี้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้าสำคัญของอาณาจักรตามพรลิงค์ งานโบราณคดีในช่วงใกล้สิ้นศตวรรษที่ 20 พบเมืองก่ออิฐมีคูน้ำและกำแพงด้านนอกเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีระบบคลองเชื่อมทะเลกับทะเลสาบสงขลาให้เรือผ่านได้ และขุดพบโบราณวัตถุที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปะ แหล่งอ้างอิงของหน้านั้นคือหนังสือของ Michel Jacq-Hergoualc'h ปี 2002 ซึ่งเราไม่ได้อ่านต้นฉบับ ส่วนหน้าจังหวัดสงขลาของวิกิพีเดียอังกฤษระบุว่าตัวเมืองสทิงพระที่มีคูน้ำล้อมครอบคลุมพื้นที่ราว 0.9 ตร.กม. และหน้าเมืองสงขลาเล่าว่าคอคอดระหว่างทะเลสาบกับทะเลเป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเลของเมืองใหญ่ในช่วงศตวรรษที่ 10-14 มีสายสัมพันธ์การค้ากับเมืองฉวนโจวของจีน
มีจุดหนึ่งที่เราต้องบอกให้ระวัง วิกิพีเดียอังกฤษเรื่องเมืองสงขลาเขียนว่าซากเมืองท่า Satingpra อยู่ห่างจากเมืองสงขลาไปทางเหนือไม่กี่กิโลเมตร แต่วิกิพีเดียไทยเรื่องจังหวัดสงขลาระบุว่าตัวอำเภอสทิงพระห่างเมืองสงขลา 50 กม. ทางถนน สองตัวเลขนี้ห่างกันมาก เป็นไปได้ว่าอธิบายถึงของคนละจุดหรือคนละการวัด เราไม่มีแหล่งที่ระบุพิกัดชัดเจนของซากเมืองสำหรับนักท่องเที่ยว จึงไม่แนะนำให้วางแผนไปหาซากเมืองตามคำว่าไม่กี่กิโลเมตร ให้เริ่มที่วัดซึ่งมีที่ตั้งชัดเจน แล้วถามคนในพื้นที่หรือที่ว่าการอำเภอเรื่องโบราณสถานที่เปิดให้ชม
ถ้าอยากเห็นหลักฐานของเมืองเก่าสทิงพระ ให้ถือวัดจะทิ้งพระและวัดพะโคะเป็นจุดหมายหลัก ซากเมืองและกำแพงที่ขุดพบไม่มีแหล่งทางการที่เราตรวจได้ว่าเปิดให้เข้าชมหรือไม่
วัดจะทิ้งพระ
วิกิพีเดียไทยบรรยายว่าวัดจะทิ้งพระเป็นวัดราษฎร์ นิกายมหานิกาย อยู่ตำบลจะทิ้งพระ อำเภอสทิงพระ พื้นที่ราว 8 ไร่ 55 ตารางวา บนที่ราบริมอ่าวไทย ใกล้ที่ว่าการอำเภอ ชาวบ้านมักเรียกว่าวัดสทิงพระตามชื่ออำเภอ ที่มาของชื่อมีหลายความเห็น บางคนว่ามาจากชื่อสทิงปุราพาราณสีซึ่งเป็นชื่อเก่าของเมืองพัทลุง บางคนว่าสทิงพระเป็นคำเขมรแปลว่าอ่างหรือคลอง แต่หน้าเดียวกันเรียกความเห็นหลังว่าไม่แน่ชัด เรื่องชื่ออำเภอ วิกิพีเดียไทยเรื่องอำเภอสทิงพระเล่าสามทฤษฎีไว้เช่นกัน คือคันดี บารัต ภาษามลายูแปลว่าวัดตะวันออก ตามที่ขุนพิสาลศิลปกิจเสนอ คำเขมรแปลว่าแม่น้ำหรือคลองของพระพุทธ ตามที่ ม.ศรีสุบสาระเสนอ และชิต ภูมิศักดิ์ที่โยงกับคำเขมรเก่าว่าจะทิ้งพระ แปลว่าคลองพระพุทธรูป
ของที่ดูในวัด วิกิพีเดียไทยระบุสี่อย่างตามลำดับ ได้แก่
- เจดีย์พระมหาธาตุ ทรงลังกา สูง 20 เมตร ฐานกว้างด้านละ 17 เมตร ระฆังกว้าง 6 เมตร ทรงเดียวกับพระบรมธาตุเจดีย์ที่นครศรีธรรมราชแต่ไม่มีรัตนบัลลังก์
- เจดีย์บริวารทางใต้ของเจดีย์องค์ใหญ่ ฐานสี่เหลี่ยม ส่วนระฆังพังลงแล้ว
- วิหารพระพุทธไสยาสน์ ก่ออิฐถือปูน อาจสร้างสมัยอยุธยา บูรณะสมัยรัชกาลที่ 5 มีพระพุทธไสยาสน์ยาว 14 เมตร ชื่อพระเจตุพนพุทธไสยาสน์ ชาวบ้านเรียกว่าพ่อเฒ่านอน
- หอระฆัง ก่ออิฐถือปูน สร้างสมัยรัชกาลที่ 5 ฐานสี่เหลี่ยม มีลายปูนปั้นรูปหน้าหนังตะลุง
หนังตะลุงเป็นมหรสพพื้นบ้านของภาคใต้ ถ้าสนใจต่อ ดูหน้าหนังตะลุงและโนราของพัทลุง ซึ่งเป็นจังหวัดข้างเคียง งานสมโภชประจำปีของวัดตามหน้านี้ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 6 ซึ่งแต่ละปีตกวันที่ไม่เหมือนกัน ต้องดูปฏิทินจันทรคติของปีที่ไป เรายังไม่มีแหล่งทางการที่บอกวันที่ของปี 2570
อีกด้านของเรื่องวัดคือเรื่องอายุ ซึ่งแหล่งที่เราอ่านไม่ตรงกัน ตารางด้านล่างแยกให้เห็น

วัดพะโคะ บนเขาพัทธสิงค์
วิกิพีเดียไทยใช้ชื่อบทความว่าวัดราชประดิษฐาน (วัดพะโคะ) ที่ตั้งบนเขาพัทธสิงค์ หมู่ 6 ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ นิกายมหานิกาย ลำดับเหตุการณ์ที่หน้านั้นให้ไว้มีดังนี้
| ปี | เหตุการณ์ตามวิกิพีเดียไทย |
|---|---|
| พ.ศ. 2057 | รัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 สร้างวัดพะโคะ เดิมชื่อวัดหลวง ต่อมาสร้างวัดบนเขาพะโคะ ซึ่งปัจจุบันเรียกเขาพัทธสิงค์ |
| พ.ศ. 2091-2111 | สมเด็จพระมหาจักรพรรดิพระราชทานที่กัลปนา เรียกว่าวัดราชประดิษฐาน |
| พ.ศ. 2148-2158 | สมเด็จพระเอกาทศรถบูรณะพระมาลิกเจดีย์ สูง 1 เส้น 5 วา และพระราชทานยอดเนื้อเบญจโลหะ |
| 19 พ.ค. 2569 | ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี |
หมายเหตุที่หน้าเดียวกันเขียนไว้คือเอกสารอ้างอิงลงวันที่ราชกิจจานุเบกษาเป็น 20 พฤษภาคม 2569 ไม่ใช่ 19 พฤษภาคม เราจึงเขียนว่าเดือนพฤษภาคม 2569 ในกล่องสรุป และบอกทั้งสองวันที่ไว้ที่นี่ ถ้าต้องการวันที่แน่นอนให้ดูราชกิจจานุเบกษาโดยตรง
ของที่น่าสนใจที่หน้านั้นเล่า ได้แก่ พระมาลิกเจดีย์ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบลังกาสมัยอยุธยาและบรรจุพระบรมธาตุ พระพุทธไสยาสน์หรือพระโคตมะในวิหาร รอยพระพุทธบาทข้างซ้ายบนหินยาว 17 นิ้ว และโบราณสถานอื่นเช่นศาลาตัดสินความ พระพุทธรูปทรงเครื่อง หลักล่ามช้าง และศิวลึงค์ ที่เดียวกันเคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีดื่มน้ำพระพิพัฒน์สัตยา
หน่วยเส้นและวาในเอกสารเก่าแปลงเป็นเมตรได้โดยประมาณ 1 เส้นเท่ากับ 20 วา และ 1 วาเท่ากับ 2 เมตร ดังนั้น 1 เส้น 5 วา ได้ราว 50 เมตร นี่คือการคำนวณของเราเอง ไม่ใช่ตัวเลขที่แหล่งใดให้ไว้ ถ้าจะอ้างต่อควรบอกที่มา
บทความวิชาการในฐานข้อมูลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (วิทยานิพนธ์ปี 2557 ของจารุวรรณ ธนะกิจ เรื่องการสื่อความหมายเพื่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่วัดพะโคะ) แสดงว่าวัดนี้เคยถูกศึกษาในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แต่หน้าที่เราเปิดได้เป็นข้อมูลรายการหนังสือ ไม่ใช่เนื้อหา จึงไม่ใช้เป็นหลักฐานเรื่องใด
เรื่องหลวงปู่ทวด ตารางจุดเที่ยวอื่นในหน้าแรกของคู่มือสงขลาซึ่งอิงบทความ Trip.com ระบุว่าวัดพะโคะเกี่ยวกับตำนานหลวงปู่ทวด แต่หน้าวิกิพีเดียไทยที่เราอ่านไม่เอ่ยถึงหลวงปู่ทวดเลย เราจึงถือเป็นข้อมูลแหล่งเดียวที่ยังไม่ยืนยัน และไม่เล่าเรื่องตำนานในหน้านี้
เมื่อแหล่งข้อมูลอายุวัดและชื่อไม่ตรงกัน
เรื่องที่นักท่องเที่ยวพบบ่อยคือป้ายและบทความพูดถึงอายุวัดไม่เท่ากัน ตารางต่อไปนี้รวมตัวเลขที่เราเห็น
| แหล่ง | ที่ระบุเกี่ยวกับวัดจะทิ้งพระ |
|---|---|
| วิกิพีเดียไทย (แก้ไขล่าสุด ก.พ. 2566) | ตำนานนางเลือดขาวว่าเจ้าพระยากรุงทองสร้างปี พ.ศ. 1542 ถูกโจรสลัดทำลายครั้งหนึ่ง แล้วบูรณะสมัยพระเอกาทศรถ |
| หัวข้อบทความ TrueID (เปิดได้เฉพาะพาดหัว) | ครบรอบ 1,080 ปี ไม่ระบุวันที่ ไม่มีรายละเอียดในหน้าที่เราอ่านได้ |
| ศิลปวัฒนธรรม (ผลค้นหา เปิดหน้าเต็มไม่ได้) | เดิมชื่อวัดสทิงพระ เจดีย์พระมหาธาตุเชื่อว่าสร้างก่อนตั้งวัด บูรณะสมัยอยุธยา พ.ศ. 2109-2111 โดยพระครูอินทเมาลี |
คำนวณจากปี 2569 ไปถึง พ.ศ. 1542 ได้ราว 1,027 ปี ซึ่งไม่เท่ากับ 1,080 ปีที่พาดหัวใช้ ส่วนความต่างอาจมาจากวิธีนับหรือจากตำนานคนละฉบับ เราไม่รู้ว่าตัวเลขไหนมาจากหลักฐานทางโบราณคดี เพราะไม่พบรายงานการขุดค้นวัดนี้ที่อ่านได้ และตำนานนางเลือดขาวเป็นเรื่องเล่า ไม่ใช่เอกสารยืนยันปีสร้าง
ชื่อวัดพะโคะก็มีสองแบบ หน้าวิกิพีเดียไทยใช้ชื่อวัดราชประดิษฐาน ขณะที่บทความ Trip.com ในหน้าแรกของคู่มือเรียกวัดราชประดิษฐ์ ซึ่งสะกดต่างกัน ถ้าค้นแผนที่ ให้ลองทั้งวัดพะโคะ และวัดราชประดิษฐาน
ฝั่งสิงหนคร: เขาแดงและเมืองสิงขราเก่า
ทางใต้ของสทิงพระคืออำเภอสิงหนคร อำเภอนี้ห่างตัวเมืองสงขลา 21 กม. ตามวิกิพีเดียไทย พื้นที่ 228 ตร.กม. ประชากร 84,104 คน (ปี 2564) 11 ตำบล 77 หมู่บ้าน หน้าวิกิพีเดียไทยเรียกสิงหนครว่าเมืองโบราณที่เคยเป็นที่ตั้งและชื่อของเมืองสงขลาก่อนย้ายไปฝั่งตะวันออกของปากทะเลสาบ เล่าตำนานเมืองคชราชาที่ตั้งเมื่อ พ.ศ. 1899 และผู้ครองเมืองคนแรกในบันทึกคือดาโต๊ะโมกอล ซึ่งปกครองปี 2146-2163 ตามหน้านั้น
หน้าวิกิพีเดียอังกฤษเรื่องรัฐสุลต่านสิงขรา (Singora) ให้ลำดับต่างออกไป ว่าก่อตั้งต้นศตวรรษที่ 17 โดยกล่องข้อมูลให้ปี 1605 โดยดาโต๊ะโมกอลเสียชีวิตปี 1620 และลูกชายคนโตชื่อสุลัยมานสืบต่อ ป้ายหลุมศพให้ปีขึ้นครองราชย์เป็น 1619 ทั้งสองหน้านับปีต่างระบบ พ.ศ. 2146-2163 เท่ากับ ค.ศ. 1603-1620 ดังนั้นปีเริ่มต้นต่างกันสองปี และปีสิ้นสุดตรงกันคือ 1620 เราจึงสรุปแค่ว่าดาโต๊ะโมกอลปกครองสิงขราราวต้นศตวรรษที่ 17 จนถึงราวปี 1620
| เรื่อง | ที่ระบุ | แหล่ง |
|---|---|---|
| ผู้ปกครองคนแรก | ดาโต๊ะโมกอล 2146-2163 (ค.ศ. 1603-1620) | วิกิพีเดียไทย อำเภอสิงหนคร |
| ปีตั้งรัฐ | 1605 ผู้ก่อตั้งเสียชีวิต 1620 | วิกิพีเดียอังกฤษ Sultanate of Singora |
| ประกาศอิสระ | ปี 1642 สุลัยมานใช้ตำแหน่งสุลต่านสุลัยมานชาห์ | วิกิพีเดียอังกฤษ |
| รายงานของแวนฟลีต | 3 กุมภาพันธ์ 2185 (ค.ศ. 1642) | วิกิพีเดียไทย อำเภอสิงหนคร |
| สิ้นสุดรัฐ | ถูกล้อมกว่าหกเดือน ถูกทำลายและทิ้งร้างปี 1680 | วิกิพีเดียอังกฤษ |
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2185 ตรงกับปี 1642 ซึ่งสอดคล้องกับที่วิกิพีเดียอังกฤษเล่าว่าทูตชาวดัตช์เยเรเมียส ฟาน ฟลีต แวะสิงขราในเดือนกุมภาพันธ์ 1642 ก่อนที่สุลัยมานจะประกาศอิสระในปีเดียวกัน วิกิพีเดียอังกฤษเล่าต่อว่าสุลัยมานสร้างกำแพง คูเมือง และป้อมเรียงจากท่าเรือถึงยอดเขาแดง การรบจากอยุธยาที่เล่ากันว่าล้มเหลวอย่างน้อยสามครั้ง สุลัยมานเสียชีวิตปี 1668 มุสตาฟาลูกชายสืบต่อ แล้วอยุธยาเปิดการโจมตีครั้งสุดท้ายปี 1679 ล้อมเมืองเกินหกเดือนจนเมืองถูกทำลายปี 1680 เรื่องการจับสุลต่านที่ชาวฝรั่งเศสเล่าไว้ในปี 1693 นักประวัติศาสตร์ถือว่าน่าสงสัย ตามที่หน้านั้นระบุ
ป้อมและโบราณสถานบนเขาแดง
วิกิพีเดียอังกฤษระบุว่ากระทรวงวัฒนธรรมบันทึกป้อมสิบสี่แห่งบนและรอบเขาแดง ป้อมหมายเลข 4 8 และ 9 สภาพดีที่สุด ขณะที่ KTC ซึ่งเป็นบทความท่องเที่ยวอัปเดต 16 มกราคม 2568 ระบุว่าป้อมหมายเลข 9 สมบูรณ์ที่สุด ผังสี่เหลี่ยมมีช่องปืนทั้งสี่ด้าน เดินเข้าไปได้ ส่วนป้อมหมายเลข 8 หรือป้อมปืนปากน้ำอยู่ที่เนินริมปากทะเลสาบ ชมวิวทั้งอ่าวไทยและทะเลสาบ และกำแพงเมืองเก่าหมายเลข 1 อยู่ถนนหัวเขาแดง-ระโนด ตำบลหัวเขา ก่ออิฐ กว้างราว 17 เมตร ยาวราว 22 เมตร สูงราว 4.5 เมตร สภาพดีตาม KTC
สองแหล่งนี้ไม่ได้ขัดกันทั้งหมด เพราะแหล่งหนึ่งนับป้อมที่สภาพดีสามแห่ง อีกแหล่งชี้เฉพาะแห่งที่สมบูรณ์ที่สุด แต่ถ้าสงสัยว่าป้อมไหนเข้าไปเดินได้ ให้ใช้ข้อความของ KTC ว่าป้อมหมายเลข 9 เดินเข้าไปได้ และถามที่นั่นก่อนเมื่อไปถึง
ข่าวของ ONEP ลงวันที่ 11 มีนาคม 2565 อ้างข่าวช่อง 7 เล่าว่าหัวเขาแดงเป็นโบราณสถานเขตหนึ่ง มีป้อมปราการและซากกำแพงเมืองโบราณ บนยอดเขามีเจดีย์สององค์เรียกเจดีย์ขาวและเจดีย์ดำ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์สร้างองค์หนึ่งปี 2375 และสมเด็จเจ้าพระยามหาพิชัยญาติสร้างอีกองค์ปี 2382 เพื่อระลึกถึงชัยชนะในศึกชายแดนภาคใต้ ข่าวเดียวกันรายงานการบุกรุกพื้นที่ มีถนนดินกว้างราว 4 เมตร ยาว 1,500 เมตร ตัดผ่านโบราณสถาน และพบถนน 220 เมตรใกล้ป้อมหมายเลข 9 บนเขาน้อย พร้อมฐานเจดีย์ดำที่ถูกทุบ เจ้าหน้าที่กำลังสืบหาผู้กระทำ ข่าวนี้เป็นสามปีก่อนวันที่เราอ่าน สถานะปัจจุบันของเส้นทางเดินและโบราณสถานเราไม่ทราบ
KTC ยังระบุรายการที่ 17 วัดเขาน้อยบนยอดเขาแดง หมู่ 78 ตำบลหัวเขา มีซากฐานเจดีย์อิฐ พระพุทธรูปปูนปั้นสมัยอยุธยา และใบเสมาหินทรายแดง ชื่อหมู่ 78 ที่เห็นในตัวบทอาจเป็นการสะกดผิดของเว็บ เพราะหมู่บ้านเลขสองหลักขนาดนั้นไม่ตรงกับ 8 หมู่บ้านของตำบลหัวเขาที่วิกิพีเดียไทยให้ไว้ เราจึงไม่ใช้เลขหมู่นี้ในการนำทาง
สุสานสุลต่านสุลัยมาน
วิกิพีเดียอังกฤษระบุว่าสุสานของสุลต่านสุลัยมานชาห์อยู่ห่างเขาแดงไปทางเหนือราว 1 กม. ในสุสานมุสลิม ภายในศาลาทรงไทย เป็นที่แสวงบุญของทั้งชาวมุสลิมและชาวพุทธ และสุสานดัตช์ที่ชาวบ้านเรียกวิลันดาอยู่ห่างจากสุสานราว 300 เมตร ภายในพื้นที่คลังน้ำมันของ ปตท. ซึ่งการสำรวจด้วยเรดาร์เจาะพื้นดินปี 1998 พบโลงศพปูนขาวจากชุมชนชาวดัตช์สมัยศตวรรษที่ 17 เราไม่พบแหล่งทางการที่บอกเวลาเปิดหรือมารยาทการเข้าชมสุสาน ถ้าไปควรแต่งกายสุภาพและถามผู้ดูแลก่อนถ่ายรูป

ระโนด ตลาดน้ำ และทางไปทะเลน้อย
ระโนดอยู่เหนือสุดของจังหวัด ตัวเลขจากวิกิพีเดียไทยคือพื้นที่ 783.8 ตร.กม. ประชากร 63,961 คน (ปี 2564) 12 ตำบล 73 หมู่บ้าน ติดอำเภอหัวไทรของนครศรีธรรมราชทางเหนือ ติดสทิงพระและกระแสสินธุ์ทางใต้ ติดอำเภอควนขนุนของพัทลุงทางตะวันตก และอ่าวไทยทางตะวันออก คำขวัญอำเภอเอ่ยถึงทุ่งรวงทอง ลูกตาล และนากุ้ง
หน้าเดียวกันระบุแหล่งท่องเที่ยวสามอย่าง คือตลาดน้ำคลองระโนดที่เปิดเฉพาะวันศุกร์ 16.00-20.30 น. ตลาดน้ำคลองแดนที่เปิดเฉพาะวันเสาร์ และศูนย์ศิลปวัฒนธรรมและสวนบุรพาจารย์ ภาพหลักของหน้าเป็นวัดพระเจดีย์งาม แต่เนื้อหาไม่ได้อธิบายวัดนี้ เราจึงไม่สามารถบอกประวัติหรือเวลาเปิดได้ เวลาตลาดมาจากวิกิพีเดียซึ่งไม่ลงวันที่ปรับปรุงรายตลาด และตลาดน้ำมักเปลี่ยนวันหรือหยุดตามฤดูกาล ให้ถือว่ายังไม่ยืนยัน
ทะเลน้อยตามวิกิพีเดียไทยเป็นปลายบนของทะเลสาบ ใช้ร่วมกันระหว่างอำเภอควนขนุนของพัทลุงกับระโนดของสงขลา เป็นน้ำจืด พื้นที่น้ำราว 30 ตร.กม. และพรุควนขี้เสี้ยนในอำเภอควนขนุนได้รับขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำแรมซาร์เมื่อปี 2541 ซึ่งหน้านั้นระบุว่าเป็นแห่งแรกของไทยและลำดับที่ 110 ของโลก คู่มือเรื่องนกและเรือชมทะเลน้อยอยู่ในหน้าทะเลน้อยของพัทลุง และเรื่องฝั่งพัทลุงของทะเลสาบอยู่ในลำปำ ทะเลสาบสงขลา และนาปอก
นิเวศของทะเลสาบที่เกี่ยวกับคนที่มาเที่ยว
วิกิพีเดียไทยบอกว่าน้ำในทะเลสาบเปลี่ยนความเค็มตามฤดูกาลตามปริมาณน้ำจากแม่น้ำและน้ำทะเลที่ไหลเข้า ปลาที่พบมากที่สุดคือปลาดุกด้าน ซึ่งใช้ทำปลาร้าแบบท้องถิ่นที่ต่างจากของอีสาน ปลาหายากที่หน้านั้นเอ่ยถึงคือปลาดุกลำพัน ปลาตือ และปลาตุ่ม และมีโลมาอิรวดีกลุ่มเล็กใกล้เกาะสี่เกาะห้าในพัทลุง ซึ่งหน้านั้นเรียกว่าเป็นแหล่งน้ำจืดที่มีโลมาอิรวดีน้อยที่สุดในโลกและวิกฤตที่สุด ภัยคุกคามคือการทำประมงเกินและมลพิษ เกาะสี่เกาะห้าเป็นพื้นที่สัมปทานรังนกนางแอ่น
ในเชิงนักท่องเที่ยว นี่หมายความว่าเรือชมทะเลสาบในบริเวณที่มีโลมาควรเลือกผู้ให้บริการที่ไม่ไล่ตามสัตว์ และเราไม่มีแหล่งทางการที่ระบุว่ามีทัวร์ชมโลมาที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ จึงไม่แนะนำบริษัทใด Thai Holiday Guide (ปรับปรุง มิ.ย. 2569) ระบุสถานที่ชื่อ Khu Khut Waterbirds Sanctuary ว่าเป็นจุดดูนกด้วยเรือ ช่วงตุลาคมถึงมีนาคม สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน ชื่อตำบลคูขุดอยู่ในรายการตำบลของอำเภอสทิงพระตามวิกิพีเดียไทย แต่แหล่งไม่ได้บอกว่าสถานที่นี้อยู่ในตำบลนั้น ถ้าจะไปให้ถือเป็นข้อมูลแหล่งเดียวและโทรถามก่อน
หาดมหาราชหรือหาดสทิงพระเป็นชื่อหาดที่ Thai Holiday Guide ระบุในรายการชายหาดของสงขลา และวิกิพีเดียไทยเรื่องสทิงพระมีภาพหาดมหาราชพร้อมวัดบ่อดานตก แต่เราไม่พบแหล่งที่บอกลักษณะหาด ความปลอดภัยการเล่นน้ำ หรือสิ่งอำนวยความสะดวก
มรดกโลก: สี่พื้นที่ที่ถูกเสนอ
ข่าว Nation Thailand ลงวันที่ 7 มีนาคม 2567 รายงานว่าคณะกรรมการมรดกโลกแห่งชาติเห็นชอบในหลักการให้เสนอโครงการสงขลาและชุมชนริมลากูน (Songkhla and its Associated Lagoon Settlements) เข้าบัญชีเบื้องต้นของยูเนสโก โดยมีสี่พื้นที่
| พื้นที่ตามข่าว | ลักษณะที่ข่าวเล่า |
|---|---|
| พังยาง พะโคะ สีหยัง | สามเมืองเก่าทางเหนือของตัวเมืองสงขลา เห็นสถาปัตยกรรมไทยดั้งเดิม โยงกับเส้นทางการค้าโบราณ |
| สทิงพระ | เมืองเก่าบนเกาะในทะเลสาบสงขลา บรรยากาศสงบ เคยเป็นศูนย์กลางการปกครอง |
| ป้อมค่ายสิงขรา และแหลมสน | สองเมืองเก่าฝั่งตะวันออกของลากูน โยงกับการค้าทางทะเลโบราณ |
| บ่อยาง | ติดเมืองเก่าสงขลา ชุมชนมุสลิมเก่าแก่ ตลาดสินค้าท้องถิ่นและหัตถกรรม |
ข่าวนี้ระบุว่าสี่พื้นที่อยู่ในอำเภอระโนด สทิงพระ สิงหนคร และเมือง ชื่อ พะโคะ ในข่าวตรงกับวัดพะโคะที่อธิบายข้างต้น ข่าวไม่ได้เอ่ยถึงเกาะยอหรือหัวเขาแดง หน้าเมืองเก่าของเราอธิบายสถานะนี้ไว้แล้ว ดูเมืองเก่าสงขลา เราลองเปิดหน้าบัญชีเบื้องต้นของ UNESCO ได้รับคำตอบ 403 จึงอ่านเนื้อหาตรงไม่ได้ และหน้าแรกของคู่มือสงขลาเขียนไว้ว่าเข้าบัญชีเบื้องต้นตั้งแต่เมษายน 2567 ซึ่งตรงกับผลค้นหาแต่เราไม่ได้ยืนยันกับ UNESCO ในรอบนี้ คำสำคัญคือบัญชีเบื้องต้นยังไม่ใช่การขึ้นทะเบียนมรดกโลก
ไปอย่างไร และใช้เวลาเท่าไร
ไม่พบขนส่งสาธารณะที่มีตารางไปสทิงพระหรือระโนดจากแหล่งที่ตรวจได้ วิกิพีเดียไทยเรื่องจังหวัดสงขลาระบุว่าถนนหลวงหมายเลข 4 42 43 406 407 408 และ 414 อยู่ในจังหวัด แต่ไม่ได้บอกว่าสายไหนไปสทิงพระ และเรื่องสถานีรถไฟ ดูวิธีไปสงขลา ที่อธิบายว่าตัวเมืองสงขลาไม่มีสถานี ตัวเลขที่ตรวจได้มีเพียงระยะทางถนนตามตารางด้านล่าง
| จากตัวเมืองสงขลาไป | ระยะถนนตามวิกิพีเดียไทย | หมายเหตุของเรา |
|---|---|---|
| สิงหนคร | 21 กม. | ที่ว่าการอำเภออยู่ตำบลสทิงหม้อ ป้อมและเขาแดงอยู่ตำบลหัวเขา ระยะจริงต่างกัน |
| สทิงพระ | 50 กม. | ระยะไปที่ว่าการอำเภอ ไม่ใช่ถึงวัดแต่ละแห่ง |
| ระโนด | 90 กม. | ใกล้ชายแดนนครศรีธรรมราช |
ตัวเลขเวลาขับเราไม่ให้ เพราะแหล่งที่อ่านไม่ได้ระบุ มีเพียงบล็อกท่องเที่ยวที่ผลค้นหาสรุปว่าจากหาดใหญ่ไปวัดจะทิ้งพระราว 1 ชั่วโมง 20 นาที ซึ่งเราไม่ได้เปิดอ่านต้นฉบับจึงไม่ยืนยัน Ao Thai Resort ซึ่งอยู่ในคู่มือที่พักสงขลาของเรา ตั้งอยู่ฝั่งอ่าวไทยที่บ่อดาน เสนอทัวร์ไปหาดใหญ่ สงขลา และเรือเที่ยวทะเลสาบ แต่ต้องมีรถของตัวเอง ตามที่เขียนไว้ในหน้าแรกของคู่มือ
แผนหนึ่งวันที่วางจากข้อมูลข้างต้น
แผนนี้เป็นข้อเสนอของเราจากระยะทางและรายการสถานที่ในหน้านี้ ไม่ได้ผ่านการลองเดินทางจริง
| ช่วง | ทำอะไร | สิ่งที่ต้องเช็กก่อน |
|---|---|---|
| เช้า | ออกจากสงขลาไปสิงหนคร เดินป้อมหมายเลข 9 และกำแพงเมืองเก่าตามข้อความ KTC | ทางเข้าและความปลอดภัยของเส้นทางเดิน เพราะข่าวปี 2565 มีรายงานบุกรุก |
| สาย | ขับขึ้นเหนือไปสทิงพระ ราว 50 กม. จากเมือง | เวลาเปิดวัด ยังไม่ยืนยัน |
| เที่ยง | อาหารกลางวันตามทางไปวัดจะทิ้งพระ | เราไม่มีรายชื่อร้านที่ตรวจได้ |
| บ่าย | วัดจะทิ้งพระ พระพุทธไสยาสน์ เจดีย์พระมหาธาตุ หอระฆัง | แต่งกายสุภาพ เวลาเปิด |
| ปลายบ่าย | วัดพะโคะบนเขาพัทธสิงค์ ถ้าเวลาเหลือ ไม่เช่นนั้นแยกอีกวัน | ทางขึ้นเขาและเวลาปิด ยังไม่ยืนยัน |
ถ้าเริ่มจากหาดใหญ่ ให้เผื่อเวลาเดินทางมาสงขลาก่อน ดูวิธีไปสงขลา และถ้าพักที่หาดใหญ่ก่อนหน้า ดูที่เที่ยวหาดใหญ่ ที่มีตลาดน้ำคลองแหและน้ำตกโตนงาช้างที่ไม่ซ้ำกับหน้านี้
รายการป้อมและวัดในหน้านี้เป็นข้อมูลจากเอกสาร ไม่ได้ผ่านการสำรวจหน้างาน ก่อนขับไปไกลให้โทรถามที่ว่าการอำเภอหรือวัดโดยตรง เพราะเราไม่พบเบอร์โทรที่ตรวจได้ของแต่ละที่
ความปลอดภัยและมารยาท
พื้นที่ในหน้านี้คือสิงหนคร สทิงพระ และระโนด อยู่ทางเหนือของตัวเมืองสงขลา ไม่ใช่อำเภอจะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อยที่รัฐบาลอังกฤษ (FCDO) แนะนำให้งดเดินทางที่ไม่จำเป็น เรื่องคำเตือนการเดินทางของรัฐบาลต่างประเทศอยู่ในหน้าสงขลาตอนใต้และคำเตือนการเดินทาง ที่เปรียบเทียบข้อความของอังกฤษ แคนาดา และออสเตรเลียพร้อมวันที่อ่าน
เรื่องมารยาทในวัดและสุสาน ให้แต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าตามจุดที่มีป้าย และถามก่อนถ่ายรูปในเขตสุสานมุสลิม ฤดูฝนหนักของภาคใต้ตอนล่างอยู่ราวตุลาคมถึงธันวาคม ตามที่ Thai Holiday Guide ระบุว่าพฤศจิกายนเป็นเดือนฝนสูงสุดราว 575 มม. และวิกิพีเดียอังกฤษให้พฤศจิกายน 587.9 มม. ที่นี่ทางลงเขาและทางเดินในป้อมอาจลื่น ส่วนถนนริมทะเลสาบอาจมีน้ำท่วมขัง ตัวเลขฝนสองแหล่งต่างกันเล็กน้อยเพราะใช้ช่วงข้อมูลคนละชุด
งบประมาณ
เราไม่พบค่าเข้าวัดหรือค่าเข้าโบราณสถานในหน้านี้จากแหล่งทางการ และไม่พบอัตราค่าจ้างรถหรือแท็กซี่ที่ตรวจได้ จึงให้งบเป็นรายการสิ่งที่ต้องจ่ายแทนตัวเลข
| รายการ | สถานะข้อมูล |
|---|---|
| ค่าเข้าวัดจะทิ้งพระ วัดพะโคะ | ไม่พบ ตามธรรมเนียมวัดมักไม่เก็บค่าเข้า ยังไม่ยืนยัน |
| ค่าเข้าป้อมและกำแพงเมืองเก่า | ไม่พบ ยังไม่ยืนยัน |
| รถเช่าหรือจ้างรถ | ไม่มีอัตราที่ตรวจได้ ถามราคาก่อนออกเดินทาง |
| น้ำมัน | ตามระยะ 21 50 และ 90 กม. ไปเที่ยวเดียวจากตัวเมือง |
| อาหาร | ไม่มีรายชื่อร้านที่ตรวจได้ในพื้นที่นี้ |
ที่พักและทริปต่อ
ถ้าไม่มีรถ พักในตัวเมืองสงขลาหรือหาดใหญ่แล้วเช่ารถหรือจ้างรถเป็นรายวันสะดวกกว่า ดูที่พักสงขลา ที่ตรวจโรงแรมเจ็ดแห่งกับเว็บไซต์ทางการ เส้นทางต่อไปทางเหนือคือพัทลุง ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของทะเลสาบ ดูคู่มือเที่ยวพัทลุง และถ้าต้องการเมืองใหญ่ใกล้ที่สุด ดูหาดใหญ่
จองที่ไหนดี
เทียบตั๋วและกิจกรรมในสงขลาจากเว็บเหล่านี้ ดูหน้าทางการของผู้ให้บริการด้วย และยืนยันราคาตามวันที่ไปก่อนจ่าย
เปิดเผยข้อมูลพันธมิตร: ลิงก์เหล่านี้อาจทำให้เราได้ค่าคอมมิชชันเมื่อคุณจอง โดยคุณไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม และไม่เปลี่ยนสิ่งที่เราเขียน
คำถามที่พบบ่อย
คาบสมุทรสทิงพระอยู่ตรงไหน
แผ่นดินแคบยาวระหว่างทะเลสาบสงขลากับอ่าวไทยทางเหนือของตัวเมืองสงขลา ครอบคลุมอำเภอสิงหนคร สทิงพระ และระโนด ตามที่วิกิพีเดียไทยบรรยายความสัมพันธ์ของอำเภอ ระยะถนนจากตัวเมืองสงขลาคือสิงหนคร 21 กม. สทิงพระ 50 กม. และระโนด 90 กม.
วัดจะทิ้งพระมีอะไรให้ดู
เจดีย์พระมหาธาตุทรงลังกาสูง 20 เมตร เจดีย์บริวาร วิหารพระพุทธไสยาสน์ยาว 14 เมตร และหอระฆังสมัยรัชกาลที่ 5 ตามวิกิพีเดียไทย เวลาเปิดและค่าเข้าเรายังไม่ยืนยัน
วัดจะทิ้งพระอายุเท่าไร
แหล่งไม่ตรงกัน วิกิพีเดียไทยเล่าตำนานว่าสร้างปี พ.ศ. 1542 หัวข้อ TrueID ระบุครบรอบ 1,080 ปี และศิลปวัฒนธรรมเล่าว่าบูรณะสมัยอยุธยา พ.ศ. 2109-2111 เราไม่พบหลักฐานทางโบราณคดีที่อ่านได้ จึงไม่ฟันธงปีสร้าง
วัดพะโคะเป็นพระอารามหลวงหรือยัง
ตามวิกิพีเดียไทย ได้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวงในเดือนพฤษภาคม 2569 โดยหน้านั้นให้ 19 พฤษภาคม และอ้างอิงลงราชกิจจานุเบกษา 20 พฤษภาคม ถ้าต้องการวันที่แน่นอนให้ดูราชกิจจานุเบกษา
เมืองสงขลาเดิมอยู่ตรงไหน
ตามหน้าวิกิพีเดียไทยเรื่องสิงหนคร เมืองสงขลาเดิมอยู่บริเวณสิงหนครฝั่งหัวเขาแดงก่อนย้ายมาฝั่งตรงข้ามของปากทะเลสาบ ONEP ก็เรียกหัวเขาแดงว่าที่ที่เริ่มตั้งเมืองสงขลา
ป้อมไหนบนเขาแดงเข้าไปเดินได้
KTC (ม.ค. 2568) ระบุว่าป้อมหมายเลข 9 เดินเข้าไปได้และสมบูรณ์ที่สุด วิกิพีเดียอังกฤษระบุป้อม 4 8 และ 9 สภาพดี เราไม่ได้ตรวจหน้างาน และข่าวปี 2565 รายงานการบุกรุกเขตนี้
ไปสทิงพระต้องมีรถไหม
ไม่พบขนส่งสาธารณะที่ตรวจได้ และ Ao Thai Resort ระบุว่าต้องมีรถของตัวเองในบริเวณใกล้เคียง จึงควรมีรถเช่าหรือจ้างรถ
สทิงพระอยู่ในมรดกโลกหรือยัง
ยัง ข่าว Nation (7 มี.ค. 2567) รายงานการเสนอสี่พื้นที่เข้าบัญชีเบื้องต้น ซึ่งเป็นขั้นตอนแรก ไม่ใช่การขึ้นทะเบียน
ตลาดน้ำคลองระโนดเปิดวันไหน
วิกิพีเดียไทยระบุวันศุกร์ 16.00-20.30 น. และตลาดน้ำคลองแดนเฉพาะวันเสาร์ เป็นข้อมูลแหล่งเดียว ยังไม่ยืนยัน
ทะเลสาบสงขลาใหญ่แค่ไหน
วิกิพีเดียไทยให้พื้นที่ผิวน้ำ 1,040 ตร.กม. ลึกเฉลี่ย 1.4 เมตร และพื้นที่รับน้ำ 8,020 ตร.กม. วิกิท่องเที่ยวให้ความยาวราว 80 กม. กว้าง 20-25 กม.
แหล่งข้อมูลทางการและอ่านเพิ่มเติม
- อำเภอสทิงพระ (วิกิพีเดียภาษาไทย ไม่ใช่แหล่งทางการ อ่าน 20 ต.ค. 2569 พื้นที่ ประชากร ตำบล ประวัติการตั้งอำเภอ)
- วัดจะทิ้งพระ (วิกิพีเดียภาษาไทย ไม่ใช่แหล่งทางการ อ่าน 20 ต.ค. 2569 ปรับปรุงล่าสุด ก.พ. 2566)
- วัดราชประดิษฐาน วัดพะโคะ (วิกิพีเดียภาษาไทย ไม่ใช่แหล่งทางการ อ่าน 20 ต.ค. 2569)
- วัดจะทิ้งพระ ประวัติและความสำคัญ (นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ผลค้นหา 20 ต.ค. 2569 เปิดหน้าเต็มไม่ได้ ได้ 403 อ้างเฉพาะสรุปในผลค้นหา)
- Satingpra (วิกิพีเดียอังกฤษ ไม่ใช่แหล่งทางการ อ่าน 20 ต.ค. 2569 ซากเมืองท่า)
- อำเภอสิงหนคร (วิกิพีเดียภาษาไทย ไม่ใช่แหล่งทางการ อ่าน 20 ต.ค. 2569)
- Sultanate of Singora (วิกิพีเดียอังกฤษ ไม่ใช่แหล่งทางการ อ่าน 20 ต.ค. 2569)
- โบราณสถานหัวเขาแดง (สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม onep.go.th ข่าว 11 มี.ค. 2565 อ่าน 20 ต.ค. 2569)
- KTC ที่เที่ยวย่านเมืองเก่าสงขลา (อัปเดต 16 ม.ค. 2568 อ่าน 20 ต.ค. 2569 ป้อมหมายเลข 1 8 9)
- อำเภอระโนด (วิกิพีเดียภาษาไทย ไม่ใช่แหล่งทางการ อ่าน 20 ต.ค. 2569)
- ทะเลสาบสงขลา (วิกิพีเดียภาษาไทย ไม่ใช่แหล่งทางการ อ่าน 20 ต.ค. 2569)
- จังหวัดสงขลา (วิกิพีเดียภาษาไทย ไม่ใช่แหล่งทางการ อ่าน 20 ต.ค. 2569 ระยะทางจากเมืองสงขลา)
- Songkhla Province (วิกิพีเดียอังกฤษ ไม่ใช่แหล่งทางการ อ่าน 20 ต.ค. 2569)
- Four ancient town areas in Songkhla proposed as World Heritage Sites (Nation Thailand 7 มี.ค. 2567 อ่าน 20 ต.ค. 2569)
- Songkhla and its Associated Lagoon Settlements (บัญชีเบื้องต้น UNESCO หน้าเดิมตอบ 403 ตอนเปิดอ่าน 20 ต.ค. 2569 เห็นเฉพาะผลค้นหา)
- Thai Holiday Guide: Songkhla (ไม่ใช่ทางการ ปรับปรุง มิ.ย. 2569 อ่าน 20 ต.ค. 2569)
ราคา ตารางเวลา และกฎการเข้าเมืองเปลี่ยนได้ ตัวเลขในหน้านี้เป็นค่าประมาณ ณ ปี 2569 (2026) โปรดยืนยันกับหน้าทางการหรือผู้ให้บริการก่อนจอง พบข้อมูลล้าสมัยหรือไม่? แจ้งเรา.



