โฆษณา: บางลิงก์จองและซื้อตั๋วในเว็บนี้เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate) อาจทำให้เราได้ค่าคอมมิชชันโดยคุณไม่เสียเพิ่ม ปุ่มโรงแรม (Agoda และ Trip.com) เป็นลิงก์พันธมิตร ส่วนลิงก์ไปเว็บทางการของโรงแรม หน่วยงานรัฐ และแหล่งข้อมูลเป็นการอ้างอิงธรรมดาที่เราไม่ได้ค่าตอบแทน รายละเอียด
ญี่ปุ่น เกาหลี และต่างประเทศวางแผนวัฒนธรรม

เที่ยวโพบจิกา กังเตย ภูฏาน 2569 นกกระเรียนคอดำ ค่าเข้า

โพบจิกาและวัดกังเตย ภูฏาน ค่าเข้าวัด 100 งุลตรัม ศูนย์นกกระเรียน 200 งุลตรัม เทศกาลนกกระเรียน 11 พ.ย. ฤดูที่นกมา เดินทางจากทิมพู พูนาคา และบุมทัง

อัปเดต 2026-10-22 · 13 นาทีอ่าน · โดยทีมบรรณาธิการ AsiaRoamer

ภาพประกอบ ภูฏาน: เที่ยวโพบจิกา กังเตย ภูฏาน 2569 นกกระเรียนคอดำ ค่าเข้า
ภาพ: Christopher J Fynn, CC BY-SA 4.0 / Wikimedia Commons

โพบจิกา (Phobjikha) เป็นหุบเขากว้างรูปตัวยูในเขตวังดูพโฮดรัง ภาคกลางของภูฏาน และเป็นที่ที่นกกระเรียนคอดำจากที่ราบสูงทิเบตบินมาพักหนาวทุกปี บนสันเขาที่ยื่นลงมากลางหุบเขามีวัดกังเตย (Gangtey Gonpa หรือ Gangteng Monastery) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของสายปัทมลิงปะในนิกายนยิงมา หน้านี้รวมสองสิ่งนี้ไว้ด้วยกันเพราะเที่ยวพร้อมกันเสมอ ได้แก่ วัดและหมู่บ้านบนสันเขา กับพื้นที่ชุ่มน้ำที่นกใช้หากิน

หน้านี้เป็นหน้าใหม่ของคู่มือภูฏานในเว็บเรา ต่อยอดจากคู่มือเที่ยวพูนาคา ซึ่งเป็นเมืองที่คนส่วนใหญ่แวะก่อนขึ้นมาโพบจิกา และจากภาพรวมภูฏานจากไทย เราไม่ได้ไปเอง ข้อมูลมาจากแหล่งที่เปิดอ่านจริงเมื่อ 22 ต.ค. 2569 ได้แก่ ตารางค่าเข้าของ Bhutan Travel ปฏิทินเทศกาลของสมาคมผู้ประกอบการทัวร์ภูฏาน และบทความ Wikipedia กับ Wikivoyage ซึ่งเป็นแหล่งรอง เราจึงแยกให้ชัดว่าตัวเลขไหนเป็นข้อมูลทางการ ตัวเลขไหนเป็นแหล่งรอง และตัวเลขไหนที่แหล่งต่าง ๆ เขียนไม่ตรงกัน สำหรับเว็บไซต์ของ RSPN ที่ดูแลศูนย์นกกระเรียน เราเปิดได้เฉพาะหน้าแรกซึ่งไม่มีรายละเอียดค่าเข้าหรือเวลา

ลานหน้าวัดกังเตย พื้นหลังเป็นเขาสีเขียวของหุบเขาโพบจิกา ภาพจาก Wikimedia Commons ผู้ถ่าย Arian Zwegers สัญญา CC BY 2.0
ลานหน้าวัดกังเตย พื้นหลังเป็นเขาสีเขียวของหุบเขาโพบจิกา ภาพจาก Wikimedia Commons ผู้ถ่าย Arian Zwegers สัญญา CC BY 2.0 ภาพ: Arian Zwegers from Brussels, Belgium, CC BY 2.0 / Wikimedia Commons

ข้อมูลหลักที่ตรวจแล้ว

ข้อมูลค่าที่พบแหล่งและสถานะ
ค่าเข้าวัดกังเตย100 งุลตรัม (ราว 35 บาท คำนวณโดยเรา)ตารางค่าเข้า Bhutan Travel ไฟล์สร้าง มี.ค. 2566 ทางการ แต่เก่า
เวลาเปิดวัดกังเตย08.00-17.00 น. พักเที่ยง 11.30-13.00 น.ตารางเดียวกัน
ศูนย์การศึกษานกกระเรียนคอดำ200 งุลตรัม (ราว 71 บาท) เวลา 09.00-17.00 น.ตารางเดียวกัน ผู้ติดต่อในตารางเป็นองค์กร RSPN
ความสูงของหุบเขาราว 3,000 เมตรWikipedia และ Wikivoyage แหล่งรอง
พื้นที่แรมซาร์ราว 970 เฮกตาร์ ประกาศ 2 พ.ค. 2557 บริหารโดย RSPNWikipedia แหล่งรอง
ช่วงที่นกอยู่ในหุบเขามาถึงปลายตุลาคม บินกลับกลางกุมภาพันธ์Wikipedia และ Bhutan Travel (ปลายตุลาคมถึงกุมภาพันธ์)
เทศกาลนกกระเรียนคอดำ11 พ.ย. 2569 และ 11 พ.ย. 2570 ที่วัดกังเตยปฏิทินชั่วคราว สมาคมผู้ประกอบการทัวร์ภูฏาน
กังเตยเซชู 257013 ถึง 15 ต.ค. 2570ปฏิทินชั่วคราวปี 2570

อัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้คือหนึ่งงุลตรัมเท่าหนึ่งรูปีอินเดียตาม Bhutan Travel และ 0.353 บาทต่อรูปีจาก ExchangeRate-API เมื่อ 20 ต.ค. 2569 ตัวเลขบาทเป็นการคำนวณของเราและอาจคลาดเคลื่อนตามวันที่จ่ายจริง

ข้อควรระวัง

ตารางค่าเข้าที่ใช้เป็นไฟล์ที่ข้อมูลในตัวไฟล์ระบุว่าสร้างเมื่อ 14 มี.ค. 2566 ราคาปี 2569 อาจเปลี่ยนไปแล้ว ถ้าเที่ยวกับไกด์ ให้ถามราคาและเวลาเปิดก่อนไปอีกครั้ง ค่าเข้าสถานที่มักจ่ายหน้างานเป็นเงินสดหรือผ่านแอป goBoB ตาม FAQ ของ Bhutan Travel

หุบเขาโพบจิกาคืออะไร

Wikipedia อธิบายว่าโพบจิกาเป็นหุบเขารูปตัวยูที่ความสูงราว 3,000 เมตร ด้านตะวันตกถูกกั้นด้วยเทือกเขาดำ (Black Mountains) ที่สูงกว่า 5,000 เมตรและแบ่งภาคตะวันตกกับภาคกลางของประเทศ หุบเขาครอบคลุมส่วนใหญ่ของตำบลโพบจิและกังเตย บางส่วนของตำบลอาทัง มีแม่น้ำ Nake Chuu และ Phag Chuu ไหลผ่าน พื้นกว้างเป็นทุ่งหญ้าและพื้นที่ชื้นแฉะที่มีไผ่แคระชนิด Yushania microphylla ขึ้นอยู่ซึ่งเป็นแหล่งอาหารของนก ชื่อโพบจิกาตามเรื่องเล่าในท้องถิ่นหมายถึงหุบเขากว้าง Wikipedia ย้ำว่าที่มาของชื่อมีหลายตำนานและเป็นเรื่องเล่าปากต่อปากมากกว่าหลักฐานเอกสาร

ประชากรราว 4,500 คน (Wikipedia ลงตัวเลข 4,716 ไว้ด้วย) ชาวบ้านจำนวนมากพูดภาษาถิ่นเญนคาหรือเฮนคา ซึ่ง Wikipedia อธิบายว่าเป็นภาษาถิ่นที่พบเฉพาะบางหย่อมของเขตตรงซาและวังดูพโฮดรัง พืชเศรษฐกิจคือมันฝรั่งพันธุ์ ซึ่งส่งไปอินเดีย Wikipedia เล่าว่าเคยมีแผนระบายน้ำพื้นที่ชุ่มน้ำเพื่อทำไร่มันฝรั่ง แต่องค์กรอนุรักษ์ รวมถึง RSPN ผลักดันให้รัฐบาลหยุดแผนนั้น เพราะนกกระเรียนมีความสำคัญทางศาสนาและทางการท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังระบุว่าการวางสายไฟลอยฟ้าไม่ได้รับอนุญาตเพื่อปกป้องนก ปัจจุบันหุบเขาใช้สายไฟฟ้าฝังดินเชื่อมโครงข่ายแห่งชาติ

ข้อเท็จจริงเรื่องภูมิอากาศจาก Wikipedia คืออุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยเดือนธันวาคม -4.8 องศาเซลเซียส สูงสุดเฉลี่ยเดือนสิงหาคม 19.9 องศา ฝนตกปีละ 1,472 ถึง 2,189 มิลลิเมตร และหิมะตกในช่วงหนาว Wikipedia เขียนว่าชาวบ้านบางส่วนและพระย้ายลงไปอยู่ที่วังดูพโฮดรังช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์เพราะหนาว ซึ่งเป็นข้อมูลที่ควรรู้ถ้าจะมาตอนนกยังอยู่

ที่นาและบ้านเรือนบนพื้นหุบเขาโพบจิกา ภาพจาก Wikimedia Commons ผู้ถ่าย stull17 สัญญา CC BY 2.0 ภาพช่วงฤดูเขียว
ที่นาและบ้านเรือนบนพื้นหุบเขาโพบจิกา ภาพจาก Wikimedia Commons ผู้ถ่าย stull17 สัญญา CC BY 2.0 ภาพช่วงฤดูเขียว ภาพ: stull17, CC BY 2.0 / Wikimedia Commons

วัดกังเตย

วัดกังเตย (Gangteng Sang-ngak Chöling) ตั้งอยู่บนสันเขาที่ยื่นออกมาเหนือหุบเขา Wikipedia ระบุว่าก่อตั้งปี 1613 โดยเกียลเซ ปัทมะ ทินเลย์ (Rigdzin Pema Tinley 1564 ถึง 1642) หลานของปัทมลิงปะนักค้นพบสมบัติธรรม (เตอร์ตอน) ผู้มีชื่อเสียงของภูฏาน ชื่อกังเตยแปลว่ายอดเขา ตามคำทำนายของปัทมลิงปะที่ว่าลูกหลานจะสร้างวัดบนจุดนี้ ตอนแรกเป็นวัดหมู่บ้านเล็ก ต่อมาถูกขยายเป็นอาคารแบบซองโดยบุตรของท่าน

Wikipedia ระบุว่าวัดได้รับการบูรณะทั้งหมดระหว่างปี 2002 ถึง 2008 และสถาปนาใหม่เมื่อ 10 ต.ค. 2551 โดยมีพระบาทสมเด็จพระราชาธิบดีองค์ที่สี่ของภูฏานเสด็จ ปัจจุบันเป็นสำนักใหญ่ของสายปัทมลิงปะ และเหนือหมู่บ้านมีวิทยาลัยสงฆ์ชื่อ Do-ngag Tösam Rabgayling รายละเอียดสถาปัตยกรรม เช่น ไม้เสา หน้าต่างและจิตรกรรมภายใน เราไม่ได้ตรวจเป็นรายห้อง และไม่ขอเล่าเกินกว่าที่แหล่งอ่านได้

ค่าเข้าตามตารางทางการคือ 100 งุลตรัม เวลา 08.00-17.00 น. พักเที่ยง 11.30-13.00 น. ซึ่งแปลว่าถ้าไปช่วงเที่ยงอาจเข้าไม่ได้ ควรวางเวลามาถึงช่วงเช้าหรือบ่าย ข้อควรทำคือแต่งกายเรียบร้อย ถอดรองเท้าและหมวกตามที่ไกด์บอกเมื่อเข้าห้องพระ และถามไกด์ก่อนถ่ายภาพภายใน เพราะ Bhutan Travel ระบุกฎถ่ายภาพภายในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ไว้ในหน้า Visit

หมายเหตุ

ตามความเชื่อที่ Wikipedia บันทึกไว้ นกกระเรียนคอดำที่มาถึงจะบินวนรอบวัดกังเตยสามรอบ และทำซ้ำอีกครั้งตอนบินกลับทิเบต เป็นเรื่องเล่าเชิงความเชื่อ ไม่ใช่ข้อมูลที่เราตรวจได้ด้วยการสังเกตเอง

ด้านหน้าวัดกังเตย ถ่ายสิงหาคม 2562 ตามชื่อไฟล์ ภาพจาก Wikimedia Commons ผู้ถ่าย Christopher J Fynn สัญญา CC BY-SA 4.0
ด้านหน้าวัดกังเตย ถ่ายสิงหาคม 2562 ตามชื่อไฟล์ ภาพจาก Wikimedia Commons ผู้ถ่าย Christopher J Fynn สัญญา CC BY-SA 4.0 ภาพ: Christopher J Fynn, CC BY-SA 4.0 / Wikimedia Commons

นกกระเรียนคอดำ

นกกระเรียนคอดำ (Grus nigricollis) เป็นนกกระเรียนขนาดกลางที่ Wikipedia ระบุว่าสูงยาวราว 139 เซนติเมตร กางปีกกว้างราว 235 เซนติเมตร หนักราว 5.5 กิโลกรัม ตัวสีเทาอมขาว หัวและคอตอนบนสีดำ มีแต้มสีแดงบนหัว และขนปีกบินสีดำ มันผสมพันธุ์บนที่ราบสูงทิเบตและพื้นที่ห่างไกลบางแห่ง แล้วเคลื่อนลงมาที่ต่ำกว่าในหน้าหนาว ภูฏานเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่นกมาหากิน Bhutan Travel เขียนว่านกสายพันธุ์นี้พบเฉพาะบางส่วนของจีน อินเดีย และภูฏาน และมาถึงภูฏานตั้งแต่ปลายตุลาคมถึงกุมภาพันธ์

พฤติกรรมที่ Wikipedia บันทึกไว้เป็นประโยชน์กับคนที่จะไปดู นกค่อนข้างระแวง ในบางพื้นที่คุ้นกับคนท้องถิ่นที่ไม่รบกวน และดูเหมือนแยกแยะผู้ที่แต่งชุดท้องถิ่นออกจากคนอื่น นกใช้เวลาราวร้อยละ 75 ของวันในการหากิน ช่วงที่หากินมากที่สุดคือเช้ามืดและเย็น กินหัวของกกและต้นไม้ รากพืช ไส้เดือน แมลง และสัตว์เล็ก และบางครั้งกินเมล็ดข้าวบาร์เลย์ที่ตกหล่น ข้อสรุปสำหรับนักท่องเที่ยวคือช่วงเช้าและเย็นเป็นเวลาที่มีโอกาสเห็นนกมากกว่า และการเดินเข้าไปใกล้เกินไปทำให้นกหนี ซึ่งเป็นข้อสรุปของเราจากพฤติกรรมที่บันทึก ไม่ใช่กฎทางการ

Wikipedia ระบุว่าพื้นที่คุ้มครอง 163 ตารางกิโลเมตรของโพบจิกาในตำบลโพบจิ กังเตย และเบียนา ถูกให้ RSPN ดูแลเพื่อวางแผนอนุรักษ์ และยังมีสัตว์ที่ถูกคุกคามระดับโลกอีก 13 ชนิดในหุบเขา เช่น ไก่ฟ้าเทรโกปันของบลีธ์ และนกอินทรีจุดใหญ่ ส่วนสัตว์ป่าบนเขารอบ ๆ มีกวางเห่า หมูป่า เก้งแซมเบอร์ หมีดำหิมาลัย และเสือดาว

ข้อควรระวัง

Wikivoyage เขียนว่าการทำร้ายนกกระเรียนโดยตั้งใจเป็นความผิดทางอาญาที่โทษหนักมาก เราไม่ได้ตรวจตัวบทกฎหมายภูฏาน ยังไม่ยืนยันโทษที่แน่นอน แต่ข้อควรปฏิบัติชัดเจนคือห้ามเข้าใกล้ ห้ามให้อาหาร ห้ามใช้โดรน (Bhutan Travel เขียนว่านักท่องเที่ยวโดยทั่วไปไม่ได้รับอนุญาตให้นำโดรนเข้า) และฟังไกด์และเจ้าหน้าที่ศูนย์

พื้นที่ทุ่งชุ่มน้ำกว้างของโพบจิกาที่นกใช้หากิน ในภาพไม่เห็นนก ภาพจาก Wikimedia Commons ผู้ถ่าย David Broad สัญญา CC BY 3.0
พื้นที่ทุ่งชุ่มน้ำกว้างของโพบจิกาที่นกใช้หากิน ในภาพไม่เห็นนก ภาพจาก Wikimedia Commons ผู้ถ่าย David Broad สัญญา CC BY 3.0 ภาพ: David Broad, CC BY 3.0 / Wikimedia Commons

ศูนย์การศึกษานกกระเรียนคอดำ

ตารางค่าเข้าทางการลง Black-necked Crane Education Center ที่โพบจิกา ค่าเข้า 200 งุลตรัม เวลา 09.00-17.00 น. และระบุผู้ติดต่อเป็นองค์กร RSPN Wikivoyage ลงรายการ Black-necked Crane Visitor Centre ที่หมู่บ้านนูบดิง เวลา 09.00-17.00 น. เหมือนกัน และอธิบายว่าเป็นพื้นที่เรียนรู้เรื่องพฤติกรรม ที่อยู่อาศัยและสถานะการอนุรักษ์ ชื่อสองแห่งนี้น่าจะเป็นสถานที่เดียวกันแต่เรายังไม่ยืนยัน เพราะตารางทางการเรียก Education Center และ Wikivoyage เรียก Visitor Centre

สิ่งที่แนะนำตามเหตุผลคือแวะศูนย์ก่อนเดินในทุ่ง เพราะได้รู้ว่านกอยู่ตรงไหนและควรเข้าใกล้แค่ไหน คำแนะนำนี้เป็นข้อเสนอของเรา ไม่ใช่ข้อมูลทางการ และเราไม่ได้ตรวจว่าศูนย์มีกล้องส่องทางไกลให้ยืมหรือมีนิทรรศการอะไรบ้าง

เทศกาลนกกระเรียนคอดำและกังเตยเซชู

เทศกาลนกกระเรียนคอดำที่วัดกังเตยลงในปฏิทินชั่วคราวของสมาคมผู้ประกอบการทัวร์ภูฏานวันที่ 11 พ.ย. ทั้งปี 2569 และ 2570 Wikipedia เขียนวันที่ 12 พ.ย. จึงเป็นข้อขัดแย้งเล็กน้อย เราใช้ปฏิทินของสมาคมเป็นหลักเพราะเป็นไฟล์ล่าสุดที่เปิดอ่านได้ และบอกให้ตรวจอีกครั้งเมื่อใกล้วัน Wikipedia อธิบายว่าเทศกาลจัดหลังนกมาถึง เด็กแต่งชุดนกเต้นรำเป็นท่าที่จัดไว้ในลานวัดและทั่วหุบเขา และมีคนในท้องถิ่นเข้าร่วมจำนวนมาก Wikivoyage เขียนว่ามีค่าเข้าร่วมงาน 50 ดอลลาร์สหรัฐนำไปใช้กับโครงการชุมชน เราไม่พบตัวเลขนี้ในแหล่งทางการ ยังไม่ยืนยัน

กังเตยเซชู (เทศกาลระบำหน้ากาก) ตามปฏิทินชั่วคราวปี 2570 คือ 13 ถึง 15 ต.ค. 2570 โดยวันสุดท้ายมีพิธีแขวนผ้าทองดรัลบนลานวัด ส่วนปี 2569 ไฟล์ปฏิทินเรียงตัวอักษรสลับกันเล็กน้อย เราอ่านได้ว่ากังเตยเซชูตกประมาณ 24 ถึง 26 ก.ย. 2569 ซึ่งผ่านไปแล้ว ยังไม่ยืนยันเพราะการเรียงคอลัมน์ของไฟล์ Wikipedia อธิบายช่วงเซชูตามปฏิทินจันทรคติภูฏานว่าเป็นวันที่ 5 ถึง 10 ของเดือนแปด ซึ่งไม่ได้ให้วันที่ตามปฏิทินสากล

ผู้ชมเต็มลานวัดกังเตยในวันเทศกาล ภาพจาก Wikimedia Commons ผู้ถ่าย ShrutiAD สัญญา CC BY-SA 4.0 มีลายน้ำของผู้ถ่ายมุมบนขวา ปีที่ถ่ายไม่ระบุ
ผู้ชมเต็มลานวัดกังเตยในวันเทศกาล ภาพจาก Wikimedia Commons ผู้ถ่าย ShrutiAD สัญญา CC BY-SA 4.0 มีลายน้ำของผู้ถ่ายมุมบนขวา ปีที่ถ่ายไม่ระบุ ภาพ: ShrutiAD, CC BY-SA 4.0 / Wikimedia Commons
นักเต้นระบำหน้ากากในชุดสีเหลืองและน้ำเงินที่ลานวัดกังเตย ในงานเทศกาลนกกระเรียนคอดำตามชื่อไฟล์ ภาพจาก Wikimedia Commons ผู้ถ่าย Richapandkar สัญญา CC BY-SA 4.0
นักเต้นระบำหน้ากากในชุดสีเหลืองและน้ำเงินที่ลานวัดกังเตย ในงานเทศกาลนกกระเรียนคอดำตามชื่อไฟล์ ภาพจาก Wikimedia Commons ผู้ถ่าย Richapandkar สัญญา CC BY-SA 4.0 ภาพ: Richapandkar, CC BY-SA 4.0 / Wikimedia Commons

เทศกาลเป็นพิธีทางศาสนาที่คนท้องถิ่นให้ความสำคัญ ควรแต่งกายเรียบร้อย ไม่เดินเข้าไปกลางลาน ไม่ขวางทางเดินของพระและนักเต้น และถามไกด์ก่อนถ่ายภาพคนใกล้ ๆ ถ้าคุณจะมาช่วงเทศกาล ห้องพักในหุบเขาที่มีจำกัดมักเต็มก่อน เรื่องนี้เป็นข้อสังเกตทั่วไปของเรา เรายังไม่ได้ตรวจจำนวนห้องจริง และเที่ยวบิน เที่ยวต่อไปทิมพูและปาโรอยู่ที่เทศกาลและฤดูกาลภูฏาน

เดินในหุบเขา เส้นทางและวัดเล็ก

Wikipedia ลงเส้นทางเดินที่คนนิยมสองแบบ แบบแรกคือเส้นธรรมชาติกังเตย (Gangte Nature Trail) ใช้เวลาราว 90 นาที เริ่มจากกำแพงหินมณีทางเหนือของวัดและไปจบที่วัดเคอวัง (Khewang Lhakhang) อีกแบบคือเส้นเดินสามวันของหุบเขาโพบจิกา ซึ่งออกจากวัดกังเตย ผ่านหมู่บ้านกุมบู เกดาเชน เคบายทัง และไปจบที่วัดกิลคอร์ทัง เราไม่ได้ตรวจระยะทาง ความสูงสะสม หรือสภาพทางเดินปัจจุบัน และถ้าจะเดินต้องมีไกด์ตามกฎของ Bhutan Travel

วัดเล็กในหุบเขาที่ Wikipedia ลงไว้ ได้แก่ วัดกุมบู (Kumbu Lhakhang) ทางเหนือของวัดใหญ่ ซึ่งอธิบายว่าเดิมเป็นวัดของศาสนาบอน วัดเกนลุงเดรชากลิง (Ngenlung Drechagling) หนึ่งในแปดวัดที่ลองเชนปะสร้างศตวรรษที่ 14 วัดดัมเช และวัดเคอวังซึ่งอยู่บนพื้นหุบเขาและสร้างศตวรรษที่ 15 มีสามชั้นแทนพระพุทธเจ้าสามกาล เราไม่ได้ตรวจค่าเข้าหรือเวลาเปิดของวัดเหล่านี้ ตารางทางการลงเฉพาะวัดกังเตยและศูนย์นกกระเรียน และไม่ควรเข้าใจว่าวัดเล็กทุกแห่งเปิดให้นักท่องเที่ยว

ทุ่งหญ้าและเนินเขารอบพื้นหุบเขาโพบจิกา ภาพจาก Wikimedia Commons ผู้ถ่าย Phuentsho สัญญา CC BY-SA 4.0
ทุ่งหญ้าและเนินเขารอบพื้นหุบเขาโพบจิกา ภาพจาก Wikimedia Commons ผู้ถ่าย Phuentsho สัญญา CC BY-SA 4.0 ภาพ: Phuentsho, CC BY-SA 4.0 / Wikimedia Commons

เดินทางไปโพบจิกา

จากไหนวิธีและเวลาแหล่งและสถานะ
ทิมพูทางรถราว 5 ถึง 6 ชั่วโมงผ่านทางหลวงวังดู-ซีรังWikivoyage แหล่งรอง
ปาโร (สนามบินนานาชาติ)ระยะทาง 172 กิโลเมตรWikivoyage แหล่งรอง
วังดูพโฮดรังราว 60 กิโลเมตรทางถนนWikipedia ขัดกับ 45 กิโลเมตรจากหมู่บ้านนูบดิง ดูตารางข้อขัดแย้ง
พูนาคายังไม่ยืนยัน ระยะเวลาและค่ารถไม่พบตัวเลขจากแหล่งทางการ
บุมทังและตรงซายังไม่ยืนยัน เป็นเส้นทางต่อไปภาคกลางดูบุมทังและจาการ์ และตรงซา

ภูฏานไม่มีรถเช่าขับเองสำหรับนักท่องเที่ยวตาม FAQ ของ Bhutan Travel เมื่อต้องมีไกด์และรถพร้อมคนขับตลอดการเดินทาง เรื่องรถและไกด์สรุปไว้ที่วีซ่าภูฏานและ SDF เส้นทางจากทิมพูผ่านโดชูลาพาสและพูนาคาก่อนขึ้นช่องเขาเปเลลา (Pele La) แล้วจึงแยกเข้าโพบจิกา Wikipedia ลงความสูงของเปเลลาที่ 3,420 เมตรในบทความช่องเขา แต่บทความตรงซาซองเขียน 3,330 เมตร ดูตารางข้อขัดแย้ง ถนนช่วงมรสุมอาจถูกตัดด้วยดินถล่มตามที่ GOV.UK เตือน จึงควรเผื่อวันสำรอง ไปปาโรจากกรุงเทพ ดูไปภูฏานจากกรุงเทพ

ที่พักและการตัดสินใจนอนหรือไม่นอน

เราไม่ได้ตรวจรายชื่อหรือราคาโรงแรมในโพบจิกา จึงไม่ลงชื่อที่พักและไม่ใส่ปุ่มจองที่พักในหน้านี้ หลักการที่ใช้ได้คือหุบเขาอยู่สูงราว 3,000 เมตรและไกลจากทิมพูหลายชั่วโมง การมาเช้าไปเย็นกลับจากทิมพูจะเหลือเวลาในหุบเขาน้อย ผู้ที่อยากเห็นนกตอนเช้ามืดหรือเย็นควรพิจารณานอนในหุบเขาหนึ่งคืน ข้อเสนอนี้เป็นของเรา และต้องจองผ่านผู้ให้บริการที่ได้รับอนุมัติเพราะในภูฏานต้องพักที่พักที่ได้รับอนุมัติตามกฎเว็บทางการ ข้อมูลที่พักในปาโรและทิมพูดูที่พักปาโรและทิมพู

งบประมาณ

รายการจำนวนหมายเหตุ
SDF ต่อผู้ใหญ่ต่อคืน100 ดอลลาร์ (ราว 3,357 บาท)เว็บ Bhutan Travel ตรวจ 22 ต.ค. 2569 อัตรา 33.57 บาทต่อดอลลาร์เป็นการคำนวณของเรา
ค่าสมัครวีซ่า40 ดอลลาร์ครั้งเดียว (ราว 1,343 บาท)ไม่คืนเงิน ตามหน้า Visa
ค่าเข้าวัดกังเตย100 งุลตรัม (ราว 35 บาท)ตารางทางการ ไฟล์ มี.ค. 2566
ค่าเข้าศูนย์นกกระเรียน200 งุลตรัม (ราว 71 บาท)ตารางทางการ ไฟล์ มี.ค. 2566
ค่าไกด์ รถ ที่พัก อาหารยังไม่ยืนยันไม่มีราคากลาง ต้องขอใบเสนอราคา
งบประมาณ

ค่าเข้าสองแห่งรวมกัน 300 งุลตรัม หรือราว 106 บาทต่อผู้ใหญ่ตามตารางทางการ ต้นทุนใหญ่ของทริปคือ SDF ต่อคืน ไกด์ และรถ ซึ่งไม่ได้ขึ้นกับว่าไปที่ไหน ดูวิธีเช็กใบอนุญาตบริษัททัวร์ที่งบเที่ยวภูฏานและวิธีเช็กบริษัททัวร์ และซิมกับเงินสดที่ซิม อีซิม และเงินในภูฏาน

แผนเที่ยวตัวอย่าง (ข้อเสนอของเรา)

แผนลำดับหมายเหตุ
ครึ่งวันระหว่างทางไปภาคกลางศูนย์นกกระเรียน วัดกังเตย เดินเส้นธรรมชาติราว 90 นาทีดูเวลาพักเที่ยงของวัด 11.30-13.00 น.
หนึ่งคืนในหุบเขาเย็นดูนกที่ทุ่ง เช้าไปวัดและเดินสั้นที่พักต้องได้รับอนุมัติ ยังไม่ยืนยันห้องว่าง
ต่อทริปภาคกลางโพบจิกา ตรงซา บุมทังดูตรงซาและบุมทัง
ต่อภาคตะวันตกพูนาคา ทิมพู ปาโรดูทิมพูและปาโร

ถ้ามีเวลาไม่ถึงสี่คืนในภูฏาน โพบจิกาอาจเป็นส่วนที่ตัดได้ เพราะต้องขับไกล เราไม่ได้ตัดสินแทนคุณ แต่ถ้าคุณมาช่วงปลายตุลาคมถึงกุมภาพันธ์และอยากเห็นนก เหตุผลที่จะไปมีน้ำหนักขึ้น เมื่อเทียบกับฤดูอื่นที่ภูมิทัศน์เขียวแต่ไม่มีนก

ความปลอดภัยและข้อควรระวัง

  • ความสูงราว 3,000 เมตร GOV.UK เขียนว่าโรคแพ้ความสูงเป็นความเสี่ยงในบางพื้นที่ของภูฏาน ควรไปให้ร่างกายปรับตัว ดื่มน้ำ และบอกไกด์เมื่อไม่สบาย
  • อากาศหนาวและเปลี่ยนเร็ว Wikipedia ให้อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยเดือนธันวาคม -4.8 องศา เตรียมเสื้อกันหนาวและกันฝน
  • ถนนหุบเขาและช่องเขาเสี่ยงดินถล่มช่วงมรสุม GOV.UK เตือนให้เลี่ยงเดินทางกลางคืน ตามเว็บ FCDO ที่อัปเดตล่าสุด 10 ธ.ค. 2568 และยังเป็นปัจจุบัน ณ 21 ต.ค. 2569 ไม่มีคำแนะนำให้เลี่ยงการเดินทางไปภูฏาน
  • แคนาดาประกาศระดับ Take normal security precautions (ใช้ความระมัดระวังตามปกติ) ปรับปรุงล่าสุด 14 ต.ค. 2569 ส่วนออสเตรเลีย (Smartraveller) เปิดหน้าเว็บไม่สำเร็จด้วยระบบอ่านอัตโนมัติ ยังไม่ยืนยัน
  • ห้ามรบกวนนก ห้ามเข้าใกล้ ห้ามให้อาหาร ห้ามบินโดรน และเดินตามทางที่ไกด์หรือเจ้าหน้าที่ศูนย์บอก
  • ต้องมีไกด์ที่ได้รับรองตลอดการเดินทาง ตาม FAQ ของ Bhutan Travel
  • โรงพยาบาลที่ทำผ่าตัดและรักษาฉุกเฉินได้มีแห่งเดียวในทิมพู ตาม GOV.UK ผู้ป่วยหนักต้องส่งตัวไปต่างประเทศ ควรมีประกันที่ครอบคลุมการอพยพ
  • เบอร์ฉุกเฉินตาม Bhutan Travel คือ 110 ดับเพลิง 112 รถพยาบาล 113 ตำรวจ
  • ห่างไกลจากร้านค้า ควรเตรียมเงินสด ยาประจำตัว และถุงขยะเก็บขยะกลับ

ตรงไหนที่แหล่งข้อมูลพูดไม่ตรงกัน

หัวข้อค่าของแต่ละแหล่งค่าที่หน้านี้ใช้
วันเทศกาลนกกระเรียนปฏิทินสมาคมผู้ประกอบการทัวร์ (ปี 2569 และ 2570) 11 พ.ย. Wikipedia 12 พ.ย.ใช้ 11 พ.ย. ตามปฏิทิน ยังไม่ยืนยันวันจริง ตรวจอีกครั้งใกล้วัน
ค่าเข้าร่วมเทศกาลWikivoyage 50 ดอลลาร์ ไม่พบในเว็บทางการไม่ใช้ในงบ ยังไม่ยืนยัน
ระยะวังดูพโฮดรังถึงหุบเขาWikipedia บทความโพบจิกา ราว 60 กม. บทความกังเตยเขียน 45 กม. จากหมู่บ้านนูบดิงไม่ระบุตัวเลขเดียว ถามไกด์
ความสูงช่องเขาเปเลลาWikipedia บทความ Pele La 3,420 ม. บทความตรงซาซอง 3,330 ม.ไม่ใช้ตัวเลขเดียว ไม่กระทบแผน
ชื่อศูนย์นกกระเรียนตารางทางการ Education Center Wikivoyage Visitor Centreถือว่าเป็นที่เดียวกัน ยังไม่ยืนยัน
ปีของตารางค่าเข้าไฟล์สร้าง มี.ค. 2566 ใช้ราคา 100 และ 200 งุลตรัมใช้เป็นราคาอ้างอิง ยังไม่ยืนยันราคาปี 2569

สิ่งที่ยังไม่ยืนยัน

  • ค่าเข้าและเวลาเปิดวัดกังเตยและศูนย์นกกระเรียนปี 2569 ที่ตรงกับตาราง (ไฟล์สร้าง มี.ค. 2566)
  • ค่าเข้าร่วมเทศกาลนกกระเรียน และวันจริงของเทศกาลปี 2569 (ปฏิทินเป็นแบบชั่วคราว)
  • จำนวนนกกระเรียนที่มาปีนี้ และวันที่นกกลุ่มแรกมาถึงในปี 2569
  • โทษตามกฎหมายสำหรับการทำร้ายนกกระเรียน
  • ระยะเวลาเดินทางจากพูนาคาและค่ารถ
  • รายชื่อ ราคาและห้องว่างของที่พักในหุบเขา
  • ค่าเข้าและเวลาเปิดของวัดเล็กในหุบเขา เช่น วัดเคอวัง
  • คำแนะนำการเดินทางล่าสุดของออสเตรเลีย และของกระทรวงการต่างประเทศไทยสำหรับภูฏาน
  • สภาพถนนและช่องเขาเปเลลาช่วงที่คุณจะไปจริง

ลิงก์ที่หน้านี้ใช้ และรายได้ของเรา

ถ้ามีกล่องจองในหน้านี้ ปุ่มในกล่อง (Klook และ KKday) เป็นลิงก์พันธมิตร ถ้าคุณซื้อหลังกดเข้าไป เราอาจได้ค่าคอมมิชชัน โดยราคาที่คุณจ่ายไม่เพิ่ม ข้อมูลค่าเข้า เวลา กฎต่าง ๆ และข้อมูลสัตว์มาจากแหล่งที่ระบุ ไม่ได้มาจากผู้ขายทัวร์ ทัวร์ภูฏานที่ขายออนไลน์ส่วนใหญ่เป็นแพ็กเกจหลายวันที่รวม SDF ไกด์ และที่พัก ซึ่งอาจไม่ได้แวะโพบจิกา ควรอ่านรายการที่รวมก่อนจ่าย เราไม่แนะนำบริษัททัวร์เจ้าใดเป็นพิเศษ

คำถามที่พบบ่อย

โพบจิกาอยู่ตรงไหนของภูฏาน

อยู่ในเขตวังดูพโฮดรัง ภาคกลาง เป็นหุบเขารูปตัวยูสูงราว 3,000 เมตร ตาม Wikipedia และ Wikivoyage จากทิมพูใช้เวลาทางรถราว 5 ถึง 6 ชั่วโมงตาม Wikivoyage

ไปดูนกกระเรียนคอดำช่วงไหนดี

นกมาถึงปลายตุลาคมและกลับกลางกุมภาพันธ์ตาม Wikipedia ส่วน Bhutan Travel เขียนว่านกมาตั้งแต่ปลายตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ ช่วงที่แน่นอนแต่ละปีเปลี่ยนได้ ยังไม่ยืนยัน

เทศกาลนกกระเรียนคอดำวันไหน

ตามปฏิทินชั่วคราวของสมาคมผู้ประกอบการทัวร์ภูฏานคือ 11 พ.ย. 2569 และ 11 พ.ย. 2570 ที่วัดกังเตย Wikipedia เขียน 12 พ.ย. ให้ตรวจอีกครั้งก่อนจองเที่ยวบิน

ค่าเข้าวัดกังเตยและศูนย์นกกระเรียนเท่าไร

ตามตารางทางการ (ไฟล์สร้าง มี.ค. 2566) วัดกังเตย 100 งุลตรัม ศูนย์นกกระเรียน 200 งุลตรัม รวม 300 งุลตรัมหรือราว 106 บาทตามการคำนวณของเรา

ต้องมีไกด์ไหม

ต้อง ตาม FAQ ของ Bhutan Travel ไกด์ที่ได้รับรองต้องไปด้วยตลอดการเดินทางในภูฏาน

ไปโพบจิกาแล้วต้องนอนค้างไหม

ไม่บังคับ แต่เพราะหุบเขาไกลจากทิมพูหลายชั่วโมง การไปเช้าเย็นกลับจะเหลือเวลาน้อย ข้อเสนอของเราคือถ้าอยากดูนกช่วงเช้าหรือเย็นให้พิจารณานอนหนึ่งคืน

เดินในหุบเขาได้ไหม

ได้ Wikipedia ลงเส้นธรรมชาติกังเตยราว 90 นาที และเส้นเดินสามวัน ต้องมีไกด์ และเราไม่ได้ตรวจสภาพทางเดินปัจจุบัน

ช่วงหนาวจัดแค่ไหน

Wikipedia ให้อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยเดือนธันวาคม -4.8 องศาเซลเซียส และมีหิมะตก ชาวบ้านบางส่วนย้ายไปอยู่ที่วังดูพโฮดรังช่วงมกราคมถึงกุมภาพันธ์

โพบจิกาควรต่อกับที่ไหน

ไปต่อภาคกลางที่ตรงซาและบุมทัง หรือย้อนกลับพูนาคาและทิมพู ดูหน้าตรงซา บุมทัง และพูนาคาของเรา

แหล่งข้อมูลทางการและอ่านเพิ่มเติม

ราคา ตารางเวลา และกฎการเข้าเมืองเปลี่ยนได้ ตัวเลขในหน้านี้เป็นค่าประมาณ ณ ปี 2569 (2026) โปรดยืนยันกับหน้าทางการหรือผู้ให้บริการก่อนจอง พบข้อมูลล้าสมัยหรือไม่? แจ้งเรา.

ดูตั๋วและทัวร์ภูฏานบน Klook

คู่มือที่เกี่ยวข้อง

ภาพภูฏาน: เที่ยวบุมทัง จาการ์ ภูฏาน 2569 วัด ซอง เทศกาลจัมเบย์
ญี่ปุ่น เกาหลี และต่างประเทศ

เที่ยวบุมทัง จาการ์ ภูฏาน 2569 วัด ซอง เทศกาลจัมเบย์

บุมทังและจาการ์ ภูฏาน จาการ์ซอง วัดคูร์เจย์ จัมเบย์ ทัมชิง ทะเลสาบไฟลุก ค่าเข้าทางการ เทศกาลจัมเบย์ลาคังดรุบ 26 ถึง 29 ต.ค. 2569 เดินทางและแผนเที่ยว

ภาพภูฏาน: เที่ยวหุบเขาฮา ภูฏาน 2569 ช่องเขาเชเลลา วัดขาววัดดำ
ญี่ปุ่น เกาหลี และต่างประเทศ

เที่ยวหุบเขาฮา ภูฏาน 2569 ช่องเขาเชเลลา วัดขาววัดดำ

หุบเขาฮา ภูฏาน ช่องเขาเชเลลา 3,988 เมตร วัดขาววัดดำ เทศกาลฮาเซชู 6 ถึง 8 พ.ย. 2570 ระยะทางจากปาโร ค่าเข้าที่ยังไม่ยืนยัน ข้อมูลตรวจ 22 ต.ค. 2569

ภาพภูฏาน: เที่ยวตรงซา ภูฏาน 2569 ตรงซาซอง พิพิธภัณฑ์ เจดีย์เชนเดบจี
ญี่ปุ่น เกาหลี และต่างประเทศ

เที่ยวตรงซา ภูฏาน 2569 ตรงซาซอง พิพิธภัณฑ์ เจดีย์เชนเดบจี

ตรงซา ภูฏาน ตรงซาซองเข้าฟรี พิพิธภัณฑ์แห่งชาติตรงซา 300 งุลตรัม เจดีย์เชนเดบจี ช่องเขาเปเลลา เทศกาลตรงซาเซชู 17 ถึง 21 ธ.ค. 2569 ข้อมูลที่ขัดกัน แผนเที่ยว

ภาพภูฏาน: งบเที่ยวภูฏาน 2569 SDF ไกด์ ที่พัก และวิธีเช็กบริษัททัวร์
ญี่ปุ่น เกาหลี และต่างประเทศ

งบเที่ยวภูฏาน 2569 SDF ไกด์ ที่พัก และวิธีเช็กบริษัททัวร์

ค่าใช้จ่ายเที่ยวภูฏาน 2569 แยกส่วนที่รัฐกำหนด (SDF วีซ่า ค่าเข้า) กับส่วนที่แพ็กเกจกำหนด วิธีตรวจบริษัททัวร์ที่ได้รับอนุญาต โดยไม่แนะนำเจ้าใด

ภาพภูฏาน: ซิมและอีซิมภูฏาน 2569 งุลตรัม บัตร ATM goBoB
ญี่ปุ่น เกาหลี และต่างประเทศ

ซิมและอีซิมภูฏาน 2569 งุลตรัม บัตร ATM goBoB

ซิมนักท่องเที่ยวภูฏาน Bhutan Telecom และ TashiCell ราคา 100-1,900 งุลตรัม อีซิม เงินงุลตรัมเท่ารูปี บัตรเครดิต ATM แอป goBoB วงเงินเงินสด ตรวจ 20 ต.ค. 2569

ภาพภูฏาน: เทศกาลภูฏาน 2569 ถึง 2570 ปฏิทินเซชู วันที่ และฤดูไหนดี
ญี่ปุ่น เกาหลี และต่างประเทศ

เทศกาลภูฏาน 2569 ถึง 2570 ปฏิทินเซชู วันที่ และฤดูไหนดี

ปฏิทินเทศกาลภูฏานปี 2569 และ 2570 จากตารางชั่วคราวของสมาคมผู้ประกอบการทัวร์ ปาโรเซชู 18-22 มี.ค. 2570 ทิมพูเซชู 10-12 ต.ค. 2570 และเลือกฤดู

คู่มืออื่นที่เกี่ยวข้อง