บ้านขุนสมุทรจีนเป็นหนึ่งในที่เที่ยวที่ผู้เขียนคู่มือมักเขียนเป็นประโยคเดียวว่าเป็นวัดกลางทะเลที่ถ่ายรูปสวย แต่เรื่องจริงหนักกว่านั้นมาก หมู่บ้านนี้เคยเป็นชุมชนค้าขายของคนจีนบนแหลมที่ยื่นออกไปในอ่าวไทย วันนี้เป็นจุดที่ทะเลกัดแผ่นดินจนชาวบ้านต้องรื้อบ้านถอยเข้าฝั่งหลายรอบ หน้านี้รวบรวมสิ่งที่ผู้มาเยือนควรรู้ก่อนไป ตั้งแต่ประวัติ สิ่งที่ดูได้ วิธีไปที่แหล่งข้อมูลยังพูดไม่ตรงกัน ไปจนถึงมารยาทเมื่อไปเยือนชุมชนที่ยังมีคนอาศัยอยู่
เราไม่ได้ไปที่นี่เอง ทุกข้อมูลมาจากหน้าเว็บที่ระบุในรายการแหล่งข้อมูล โดยเว็บทางการที่อ่านตรงได้คือเว็บจังหวัดสมุทรปราการและเว็บสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ส่วนเว็บ ททท. ตอบ HTTP 403 กับเครื่องมือของเรา เว็บ อบต.แหลมฟ้าผ่าที่ลองโดเมนเดาไว้เปิดไม่ได้ และหน้าแรกของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเปิดได้แต่ไม่มีเนื้อหาเฉพาะที่นี่ เราจึงแยกชัดว่าตัวเลขไหนมาจากเว็บทางการ ตัวเลขไหนมาจากวิกิพีเดียหรือสื่อ ภาพรวมของจังหวัดดูที่หน้า เที่ยวสมุทรปราการ และฝั่งปากน้ำที่ต้องผ่านระหว่างทางอยู่ในหน้า พระสมุทรเจดีย์ ป้อมพระจุล ปากน้ำ

จองที่ไหนดี
เทียบตั๋วและกิจกรรมในสมุทรปราการจากเว็บเหล่านี้ ดูหน้าทางการของผู้ให้บริการด้วย และยืนยันราคาตามวันที่ไปก่อนจ่าย
เปิดเผยข้อมูลพันธมิตร: ลิงก์เหล่านี้อาจทำให้เราได้ค่าคอมมิชชันเมื่อคุณจอง โดยคุณไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม และไม่เปลี่ยนสิ่งที่เราเขียน
ข้อมูลหลักที่ตรวจแล้ว
| หัวข้อ | ข้อมูลที่แหล่งบอก | แหล่งและสถานะ |
|---|---|---|
| ที่ตั้ง | หมู่ที่ 9 ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ | เว็บจังหวัด เว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ และวิกิพีเดียไทยตรงกัน |
| ลักษณะที่ตั้ง | หมู่บ้านเล็กบนแหลมที่ยื่นไปในทะเลปากอ่าวไทย พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าชายเลน | เว็บจังหวัด (ไม่ลงวันที่) |
| อายุหมู่บ้าน | มากกว่า 300 ปี ตามเว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ | ทางการ ลง 24 พ.ค. 2561 ยังไม่พบเอกสารประวัติศาสตร์รองรับ |
| นก | มากกว่า 200 ชนิด เช่น นกกระเต็น นกกระยาง กาน้ำ นกนางนวล | เว็บจังหวัด และเว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ ตรงกันเรื่อง 200 ชนิด |
| สถานที่ในชุมชนที่หน้าทางการลง | วัดขุนสมุทรจีน พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นชุมชนบ้านขุนสมุทรจีน โฮมสเตย์ และศาลเจ้าพ่อหนุ่มน้อยลอยชาย | เว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ ลง 24 พ.ค. 2561 |
| ค่าเข้า ค่าเรือ เวลาเปิด | ไม่พบตัวเลขจากแหล่งทางการที่ลงวันที่ | ยังไม่ยืนยัน ต้องถามชุมชนหรือจังหวัดก่อนไป |
| จำนวนครัวเรือน | กว่า 2,000 ครัวเรือนปี 2517 เหลือ 70 ถึง 80 ครัวเรือน | คำของอดีตผู้ใหญ่บ้านในบทความไทยพีบีเอสปี 2566 ไม่ใช่ตัวเลขทางการ ยังไม่ยืนยัน |
หน้าของสำนักงานการท่องเที่ยวฯ ที่เราใช้เป็นหลักลงวันที่ 24 พ.ค. 2561 คือเก่ากว่าแปดปี ส่วนหน้าของเว็บจังหวัดไม่ลงวันที่ ข้อมูลเรื่องเรือ ที่พัก และกิจกรรมจึงเป็นภาพของปี 2561 ไม่ใช่ตารางบริการปี 2569 อ่านทุกตัวเลขในหน้านี้โดยคำนึงเรื่องนี้
หมู่บ้านบนแหลมที่เคยเป็นท่าเรือสำเภา
เว็บสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเล่าว่าหมู่บ้านขุนสมุทรจีนมีอายุมากกว่า 300 ปี ตั้งบนแหลมเล็ก ๆ ที่ยื่นออกไปในทะเลใกล้ปากแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านของเรือสินค้าจากหลายประเทศที่เข้ากรุงเทพและกรุงศรีอยุธยา อดีตเป็นแหล่งขนถ่ายสินค้าจากเรือสำเภาจีน ประชากรส่วนใหญ่มีบรรพบุรุษเป็นชาวจีนที่อพยพมากับเรือสำเภา และส่วนใหญ่มาค้าขายบริเวณวัดแหลมฟ้าผ่าเดิม เว็บเดียวกันบอกว่าบางส่วนของชาวบ้านมาจากมณฑลกวางตุ้ง ขณะที่โบราณวัตถุที่พบส่วนใหญ่มาจากมณฑลฝูเจี้ยน จึงเห็นว่าสองข้อนี้เป็นคนละเรื่องกัน คือที่มาของคนกับที่มาของข้าวของที่ค้าขาย
เว็บจังหวัดเขียนในทำนองเดียวกันว่าในอดีตเป็นชุมชนจีนขนาดใหญ่เพราะเป็นแหล่งขนถ่ายสินค้าจากเรือสำเภาจีนและเรือพาณิชย์ต่างชาติ ก่อนที่วิกฤตน้ำทะเลกัดเซาะจะทำให้ดินพังและเกิดน้ำท่วม จนชาวบ้านรวมกลุ่มอนุรักษ์ชายฝั่งและผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ซึ่งเป็นที่มาของโฮมสเตย์ติดทะเลที่ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาพักและชมสถานที่ต่าง ๆ ในชุมชน
เว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ เปรียบหมู่บ้านในอดีตว่าคล้ายเมืองปากน้ำสมุทรปราการ คือปลูกผักและผลไม้ได้ ทำประมงได้ และเดินเรือได้ดี เพราะแผ่นดินยื่นออกไปในทะเลไกลกว่าปัจจุบันกว่า 4 กิโลเมตร ถ้าเทียบกับที่อดีตผู้ใหญ่บ้านเล่าในบทความไทยพีบีเอสปี 2566 ว่าบ้านหลังแรกของครอบครัวอยู่ไกลจากบ้านปัจจุบันหลายกิโลเมตร จะเห็นตัวเลขสองชุดชี้ไปทางเดียวกัน แม้ไม่ใช่การวัดทางวิทยาศาสตร์ทั้งคู่ ตารางความขัดแย้งด้านล่างเรียงตัวเลขการสูญเสียแผ่นดินทุกชุดที่เราพบ
ชื่อ ขุนสมุทรจีน เองยังไม่พบหน้าทางการที่อธิบายที่มา ชื่อวัดมีหลายรูป ทั้งวัดขุนสมุทราวาส วัดขุนสมุทรจีน วัดขุนสมุทรทราวาส และวัดขุนสมุทรธาวาส ตามหน้าที่เราอ่าน วิกิพีเดียไทยให้ชื่อสามัญเพิ่มว่า วัดกลางทะเล และ วัดทะเล และระบุว่าวัดตั้งชื่อตามบ้านขุนสมุทร (จีน) เราใช้ชื่อวัดขุนสมุทราวาสเป็นชื่อหลักในหน้านี้ตามวิกิพีเดียไทยและเว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ และใช้ชื่อวัดขุนสมุทรจีนเมื่อพูดแบบที่คนทั่วไปเรียก

ทะเลกัดเซาะ สาเหตุและตัวเลขที่ยังชนกัน
หน้าของสำนักงานการท่องเที่ยวฯ ระบุสาเหตุของการพังทลายว่ามาจากการใช้เรือขุดโคลนสันดอนไปทิ้งกลางทะเล ทำให้ดินชายฝั่งไหลเลื่อนลงทะเล ร่วมกับการตัดไม้ป่าชายเลนและภาวะโลกร้อน ชาวบ้านริมน้ำต้องย้ายบ้านทุก 10 ปี บางบ้านย้ายมาแล้วครั้งที่ 7 และยังมีภัยธรรมชาติอื่น เช่น คลื่นยักษ์ น้ำเค็ม สัตว์น้ำน้อยลง และแผ่นดินทรุด นี่เป็นคำบรรยายของหน่วยงานรัฐด้านท่องเที่ยว ไม่ใช่รายงานทางวิชาการ เราไม่พบรายงานของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ระบุสาเหตุเฉพาะจุดนี้
บทความของไทยพีบีเอสปี 2566 ให้สาเหตุอีกชุดผ่านคำของอดีตผู้ใหญ่บ้าน คือธรรมชาติของชายฝั่งที่น้ำกัดเซาะ ตะกอนที่ไหลมาปากอ่าวน้อยลง พายุที่รุนแรงขึ้น และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่วนวิกิพีเดียอังกฤษในหัวข้อสิ่งแวดล้อมของอำเภอพระสมุทรเจดีย์เขียนว่าตลอดชายฝั่งของอำเภอเกิดการกัดเซาะรุนแรงตั้งแต่ทศวรรษ 1990 ป่าชายเลนถูกทำลายและแทนที่ด้วยบ่อกุ้ง ชายฝั่งจมหายปีละ 3 ถึง 5 เมตร รวมเป็นแผ่นดินกว่า 4,000 ไร่ ตามที่อ้างบางกอกโพสต์ฉบับ 10 ธ.ค. 2560 และอ้างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งว่าหนึ่งในสี่ของชายฝั่งไทย ราว 700 กิโลเมตร กำลังถูกกัดเซาะ บางแห่งรุนแรง เรายังไม่ได้เปิดต้นฉบับบางกอกโพสต์หรือรายงานของกรมโดยตรง จึงถือเป็นตัวเลขของวิกิพีเดียที่ยังไม่ยืนยัน
สิ่งที่แหล่งทุกแหล่งตรงกันคือที่นี่เป็นจุดที่ปัญหารุนแรง วิกิพีเดียไทยทั้งหน้าวัดและหน้า อบต.แหลมฟ้าผ่าเขียนว่าบริเวณบ้านขุนสมุทรจีนเป็นจุดที่มีการกัดเซาะรุนแรงมากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งหน้าวัดอ้างบทความ PDF ชื่อ ทะเลกลืนแผ่นดิน บ้านขุนสมุทรจีน (เราเปิดต้นฉบับ PDF นั้นไม่ได้) เว็บจังหวัดใช้คำว่าเผชิญภาวะน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง ซึ่งเบากว่าคำว่ามากที่สุดในประเทศ เราจึงไม่ใช้คำจัดอันดับในหน้านี้เป็นข้อเท็จจริง
ผลกระทบต่อชีวิตที่สื่อเล่าอย่างละเอียดคือเรื่องบ้าน อดีตผู้ใหญ่บ้านที่ไทยพีบีเอสสัมภาษณ์ย้ายบ้านมาแล้วอย่างน้อย 9 ครั้ง นับรวมรุ่นพ่อแม่ 5 หลังและของตนเอง 4 หลัง จากบ้านชั้นเดียวที่เคยอยู่ได้ ต้องสร้างให้ยกสูงจากพื้นดินราว 1 เมตร แล้วเป็น 3 เมตร ตามที่บทความเขียน อีกด้านคือประมงชายฝั่งที่ทำรายได้ไม่พอเลี้ยงครอบครัวเหมือนเดิม หลายครอบครัวจึงมีรายได้ทางที่สองหรือสาม เช่น รับจ้างนอกหมู่บ้าน ทำงานโรงงาน และทำโฮมสเตย์ ซึ่งอดีตผู้ใหญ่บ้านเองบอกว่าไม่แน่นอน บางเสาร์อาทิตย์ไม่มีคนมาเลย
ตัวเลขและคำพูดเรื่องผลกระทบมาจากบทความสื่อที่ให้เสียงชาวบ้าน และบทความของนักศึกษาฝึกงาน ไม่ใช่รายงานของหน่วยงานทางการ เราใช้เพื่อให้เห็นภาพชีวิตจริง ไม่ใช่เป็นสถิติที่ตรวจสอบแล้ว
ในงานสัมมนาที่ไทยพีบีเอส The Active รายงานเมื่อ 11 ส.ค. 2567 ตัวแทนชุมชนเล่าถึงสิ่งที่ชาวบ้านลงมือเองมาตลอด คือยกพื้นบ้านให้สูงขึ้น ปลูกป่าชายเลน พยายามจัดการขยะและรีไซเคิลในพื้นที่ และบอกว่าที่ผ่านมาหลังประสบปัญหา ชาวบ้านยังไม่เคยได้รับเงินเยียวยา ต้องถอยร่นที่ทำกินจนเป็นวังวนหนี้สินและภาระ ข้อนี้เป็นคำของตัวแทนชุมชนตามที่ข่าวรายงาน เรายังไม่ได้ตรวจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
วัดขุนสมุทราวาส วัดที่ทะเลล้อมรอบ
ข้อมูลพื้นฐานของวัดตรงกันระหว่างวิกิพีเดียไทยกับเว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ วัดอยู่หมู่ที่ 9 สร้างเมื่อ 17 กรกฎาคม 2510 โดยนายประเทือง เจริญนาค และผู้ใหญ่หั่น เข่งสมุทร วิกิพีเดียไทยเพิ่มว่าผู้ถวายที่ดินคือนายสง่า สนเจริญ และนายชลอ ฮวดสุวรรณ เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2505 กระทรวงศึกษาธิการประกาศตั้งเป็นวัดเมื่อ 22 สิงหาคม 2516 เจ้าอาวาสรูปแรกคือหลวงตาใบ วัดเป็นวัดราษฎร์ มหานิกาย ตั้งอยู่บนแหลมเล็ก ๆ ที่ยื่นเข้าไปในอ่าวไทย
เรื่องที่ดินวิกิพีเดียไทยเขียนว่าในอดีตมีกว่า 76 ไร่ ได้รับบริจาคจากชาวบ้าน แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 5 ไร่ เพราะถูกน้ำทะเลกัดเซาะ ตัวเลขนี้อ้างบทความ PDF เดียวกับข้างต้น ไม่มีเว็บทางการรองรับ เราจึงยังไม่ยืนยัน วิธีสู้ที่วิกิพีเดียไทยเล่า คือใช้เสาไฟฟ้าเก่าปักเป็นแถวเป็นแนวป้องกันคลื่นและดักตะกอน ให้เกิดแผ่นดินใหม่ ชาวบ้านและพระช่วยกันปลูกต้นไม้ชายเลนให้หนาแน่นขึ้นเป็นกำแพงธรรมชาติ และยกพื้นอุโบสถกับกุฏิให้สูงขึ้น
เว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ อธิบายสิ่งที่น่าดูในวัดว่าเป็นโบสถ์ที่จมน้ำทะเลไปเกือบครึ่งหลัง ปัจจุบันยังใช้ประกอบพิธีทางศาสนาได้ ด้านนอกมีศาลาไม้ริมทะเลประดิษฐานหลวงพ่อโตและหลวงปู่ทวด อีกด้านเป็นเก๋งจีนประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม บริเวณภายนอกเงียบสงบ มีที่นั่งพักรับลมริมทะเล และรอบตัวโบสถ์ยังมีร่องรอยน้ำทะเลท่วม ซึ่งทางวัดไม่ได้ปรับแต่งอะไร คงสภาพเดิมตลอดเวลา
พระประธานในโบสถ์เป็นจุดที่แหล่งข้อมูลเรียกไม่ตรงกัน วิกิพีเดียไทยเรียกว่า หลวงพ่อรุ่งสมุทรศักดิ์สิทธิ์ ส่วนเว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ เรียกว่า หลวงพ่อปากแดง เรายังไม่ทราบว่าสองชื่อนี้เป็นองค์เดียวกันหรือไม่ เพราะไม่มีหน้าของวัดเองให้ตรวจ
บทความไทยพีบีเอสปี 2566 เขียนเสริมว่าวัดมีการสร้างอาคารยกสูงหลังใหม่เพื่อประกอบศาสนกิจ และบอกว่าโบสถ์หลังเดิมจะวางไว้ที่เดิมเป็นหลักฐานของการกัดเซาะ จนกว่าน้ำทะเลจะคืบเข้ามามิดโบสถ์ ซึ่งสอดคล้องกับที่เว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ ว่าวัดไม่ปรับแต่งร่องรอยน้ำท่วม แต่เรายังไม่ทราบสถานะปัจจุบัน เช่น ผู้มาเยือนเข้าโบสถ์เดิมได้หรือไม่ และอาคารใหม่ใช้งานแล้วหรือยัง

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นชุมชนบ้านขุนสมุทรจีน
รายการนี้เป็นจุดที่เนื้อหาทางการละเอียดที่สุด เว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ เล่าว่าพิพิธภัณฑ์เริ่มจากชาวบ้านพบเศษวัตถุโบราณในป่าชายเลนทางทิศใต้ที่ติดกับวัด และตามชายฝั่งไปจนถึงหมู่ที่ 8 บ้านแหลมสิงห์ ที่พบมีทั้งถ้วยชามกระเบื้อง ไห ซากเตาเผาโบราณ เครื่องใช้ เครื่องประดับ เงินตราที่ใช้แลกเปลี่ยนในสมัยโบราณ แหวนทองคำ สร้อยข้อมือ เบี้ย และเหรียญกษาปณ์หลายรัชกาล ซึ่งสำรวจแล้วคาดว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 200 ปี ยังพบเศษถ้วยชามและไหโบราณปะปนอยู่ในสุสานหอยและชายฝั่งอีกมาก ส่วนใหญ่ชำรุดแตกหักเพราะชาวบ้านไม่ทราบวิธีเก็บรักษา มีเพียงส่วนน้อยที่เก็บถูกวิธีและยังสมบูรณ์ โบราณวัตถุเก็บรวบรวมไว้ที่พิพิธภัณฑ์ชุมชนและบ้านผู้ใหญ่สมร เข่งสมุทร
ของที่จัดแสดงส่วนใหญ่เป็นเครื่องถ้วยชามจีน พบเครื่องถ้วยเวียดนามและไทยบ้างแต่น้อย ชุดเครื่องถ้วยจีนเป็นเครื่องปั้นดินเผาเนื้อแกร่งเขียนสีครามใต้เคลือบ แบ่งลวดลายได้ 24 รูปแบบ ตัวอย่างที่เว็บยกคือถ้วยชามสีขาวที่มีลายครามลายก้านขดสลับอักษรจีนคำว่า ซ่วงสี่ แปลว่า มงคลคู่ จากแหล่งเตาเต๋อฮั่ว มณฑลฝูเจี้ยน สมัยราชวงศ์ชิงตอนปลาย นอกจากนั้นมีไหดินเผาเคลือบสีดำและสีน้ำตาลจากแหล่งเตาแม่น้ำน้อย จังหวัดสิงห์บุรี หม้อตาล หม้อดินเผา กระปุก เต้าปูน เครื่องประดับอย่างแหวนและกำไลสำริดและกำไลแก้ว รวมถึงเครื่องมืออาชีพ เช่น เครื่องชั่งจีน เครื่องโม่แป้ง เรือพาย เครื่องมือจับสัตว์น้ำ และแผนที่การเดินทางของบรรพบุรุษ
ที่มาของพิพิธภัณฑ์น่าสนใจเพราะเป็นงานของชุมชนเอง เว็บเล่าว่าเริ่มจากเวทีประชาคมครั้งที่ 1 เมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2550 ที่ชี้แจงวัตถุประสงค์และถามความเห็นคนในชุมชน โดยได้รับความช่วยเหลือจากองค์การบริหารส่วนตำบล มูลนิธิเล็ก-ประไพ และด้านวิชาการจากมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีและมหาวิทยาลัยศิลปากร บริหารโดยคณะกรรมการที่แบ่งเป็นฝ่ายมัคคุเทศก์ ฝ่ายสถานที่ ฝ่ายการเงินและจัดหาทุน ซึ่งมาจากคนในชุมชนทั้งหมด เป้าหมายคือเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ วัฒนธรรม วิถีชีวิต การเปลี่ยนแปลงภูมิศาสตร์ และสิ่งแวดล้อมที่กระทบการดำรงชีวิต
เรื่องที่ต้องระวังคือตำแหน่งที่ตั้งและเวลาเปิดของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งหน้าทางการไม่ลงไว้ และเว็บระบุว่าโบราณวัตถุบางส่วนเก็บที่บ้านผู้ใหญ่ ผู้ที่อยากชมควรติดต่อชุมชนล่วงหน้า ไม่ควรเดินเข้าบ้านใครเอง เราไม่ทราบว่าพิพิธภัณฑ์เปิดเป็นประจำหรือเปิดเมื่อมีกลุ่มมาเท่านั้น และไม่ทราบว่าเก็บค่าเข้าหรือรับบริจาค (ยังไม่ยืนยันทั้งสองข้อ)
ศาลเจ้าพ่อหนุ่มน้อยลอยชาย
หน้าทางการลงศาลเจ้าพ่อหนุ่มน้อยลอยชายเป็นหนึ่งในสามสถานที่ใกล้เคียงกันในชุมชน คู่กับวัดขุนสมุทรธาวาสและพิพิธภัณฑ์ และอยู่ในรายการกิจกรรมว่าให้สักการะ เราไม่พบหน้าทางการที่เล่าตำนานหรือปีสร้างศาล จึงไม่เขียนเรื่องที่มา สิ่งที่ยืนยันได้จากภาพบน Wikimedia Commons คือศาลตั้งอยู่ในชุมชนบ้านขุนสมุทรจีน หมู่ที่ 9 ผู้ถ่ายบรรยายว่าที่ประดิษฐานรูปสลักเจ้าพ่อหนุ่มน้อยลอยชายมีตัวอักษรจีนอยู่ด้านบน และมีรูปไม้แกะสลักของเจ้าพ่อ ภาพถ่ายทั้งสามภาพถ่ายเมื่อ 18 ส.ค. 2562


ศาลเจ้าเป็นที่บูชาของคนในชุมชน การเข้าชมควรทำตามมารยาททั่วไป ถอดรองเท้าตามที่ชุมชนแสดง ไม่แตะต้องของถวาย และขออนุญาตก่อนถ่ายภาพภายใน นี่เป็นคำแนะนำทั่วไปของเรา ไม่ใช่กติกาที่ชุมชนประกาศ และเราไม่พบกติกาเรื่องการถ่ายภาพที่เป็นลายลักษณ์อักษร
ป่าชายเลน นก และกิจกรรมที่หน้าทางการลงไว้
เว็บจังหวัดบรรยายว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของหมู่บ้านเป็นป่าชายเลนที่ยังอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อาศัยของนกมากกว่า 200 ชนิด ที่พบบ่อยคือนกกระเต็น นกกระยาง กาน้ำ และนกนางนวล และมีทรัพยากรทะเลมากมายทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา รวมถึงบ่อเลี้ยงกุ้งเลี้ยงหอยของชาวบ้าน เว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ เพิ่มรายละเอียดว่ามีป่าชายเลนอุดมสมบูรณ์ราว 10 ไร่ และมีวังกุ้งวังปลาให้นักท่องเที่ยวจับหอยจับกุ้งแบบคนในชุมชนเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิต มีหอยกะพง ปู ปลา กุ้ง และปลูกต้นจากเรียงสองข้างทางให้ชาวบ้านตัดไปใช้ ช่วยป้องกันการกัดเซาะของบ้าน
รายการกิจกรรมที่เว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ ลงไว้ประกอบด้วย ชมพิพิธภัณฑ์ ศึกษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน ดูวิถีการตั้งถิ่นฐาน การอพยพ และอาชีพที่ชุมชนต่อสู้กับภัยธรรมชาติ ปั่นจักรยานดูวิถีชีวิต สักการะศาลเจ้าพ่อหนุ่มน้อยลอยชาย เที่ยวชมป่าชายเลน พายเรือ งมหอย และตกปลา ปู กุ้ง เว็บเดียวกันบอกว่าหลังลงเรือไปส่งที่ท่าของวัดแล้วต้องปั่นจักรยานต่ออีก 2 กิโลเมตร ซึ่งสะท้อนว่าในปี 2561 ที่เขียนหน้านี้ระยะจากท่าเรือถึงจุดชมอื่นในหมู่บ้านไม่ใช่ระยะเดินสั้น ๆ เราไม่ทราบว่าตอนนี้ยังมีจักรยานให้ยืมหรือเช่าหรือไม่ และไม่พบราคา
เราไม่ได้ตรวจว่ากิจกรรมงมหอยและตกปลาทำได้ตลอดปีหรือขึ้นกับน้ำขึ้นน้ำลง และไม่พบแหล่งที่บอกว่าเดือนไหนเหมาะดูนก ผู้ที่สนใจดูนกควรถามชุมชนเรื่องช่วงเวลาและเส้นทาง ข้อมูลที่แหล่งทางการให้มีแค่รายชื่อนกที่พบบ่อยและจำนวนชนิดเท่านั้น
ถ้าอยากใช้เวลาที่นี่จริง ๆ ให้โทรติดต่อโฮมสเตย์หรือชุมชนก่อนหนึ่งถึงสองวัน แล้วถามสี่เรื่อง คือไปทางเรือหรือทางถนน เวลาเปิดวัดและพิพิธภัณฑ์ วันนั้นมีคนพาเดินหรือไม่ และค่าใช้จ่ายรวมกี่บาท จดคำตอบไว้ เพราะข้อมูลในหน้านี้คือปี 2561 ถึง 2566
เดินทางไปบ้านขุนสมุทรจีน
แหล่งข้อมูลให้ภาพการเดินทางสองยุคที่ยังขัดกัน เว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ (24 พ.ค. 2561) เขียนว่าหมู่บ้านอยู่ห่างกรุงเทพฯ เพียง 20 กิโลเมตร (ตัวเลขนี้เราไม่แน่ใจ เพราะระยะจริงตามถนนจากใจกลางกรุงเทพฯ ถึงพระสมุทรเจดีย์ไกลกว่านั้น) และเป็นชุมชนที่ใช้เรือสัญจรจริง ต้องโดยสารเรือหางยาวจากท่าเรือป้าลี่ ส่วนบทความไทยพีบีเอสเดือน เม.ย. 2566 เล่าถึงผู้เขียนที่ขับมอเตอร์ไซค์บนถนนสายรองชื่อสายขุนสมุทรศิริโชติวัฒน์ ผ่านพื้นที่ที่ไม่มีร้านรวง ไม่มีบ้านเรือน และไม่มีปั๊มน้ำมัน เข้าไปถึงชุมชน และบทความเดือน ส.ค. 2566 เล่าว่าเดี๋ยวนี้มีถนนตัดผ่านหมู่บ้าน ต่างจากสมัยที่ครูในชุมชนยังเป็นนักเรียนและต้องเดินไปขึ้นเรือของชาวบ้าน
| จาก | วิธีไป | แหล่งและสถานะ |
|---|---|---|
| แยกพระประแดง | ถนนสุขสวัสดิ์ไปสามแยกพระสมุทรเจดีย์ เลี้ยวขวา ตรงไป 7 กม. ถึงสะพานสรรพสามิต เลี้ยวขวา อีก 7 กม. ถึงท่าเรือป้ารี่ แล้วต่อเรือไปวัด | เว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ 2561 ยังไม่ยืนยันว่าเส้นทางยังใช้ได้ |
| ถนนศรีนครินทร์ | สามแยกการไฟฟ้าปากน้ำ ไปทางศาลากลาง ข้ามฟากไปพระสมุทรเจดีย์ ถนนสุขสวัสดิ์ ไปทางป้อมพระจุลฯ ข้ามสะพานคลองสรรพสามิต เลี้ยวขวาเข้าบ้านสาขลา แล้วต่อเรือหางยาวที่ท่าเรือป้าลี่ | เว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ 2561 ยังไม่ยืนยัน |
| รถประจำทาง | สาย 20 ไปลงวัดพระสมุทรเจดีย์ ต่อรถสองแถวหรือรถตู้สายพระสมุทรเจดีย์ นาเกลือ ไปลงที่ท่าเรือป้าลี่ แล้วนั่งเรือราว 10 นาทีถึงหมู่ 9 | เว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ 2561 ยังไม่ยืนยันสายและเวลาปัจจุบัน |
| ทางถนนถึงหมู่บ้าน | ถนนสายขุนสมุทรศิริโชติวัฒน์ มีผู้ขับมอเตอร์ไซค์เข้าไปได้ | ไทยพีบีเอส เม.ย. 2566 ไม่ใช่แหล่งทางการ ยังไม่ยืนยัน |
เว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ สะกดชื่อท่าเรือทั้ง ป้ารี่ และ ป้าลี่ ในหน้าเดียว เราใช้ ป้าลี่ ตามที่ปรากฏบ่อยกว่า เส้นทางที่เว็บเขียนผ่านบ้านสาขลาและสะพานคลองสรรพสามิต ซึ่งเป็นสองจุดที่เราลงรายละเอียดข้างล่าง เมื่อไปจากปากน้ำจึงต้องข้ามเจ้าพระยาก่อน ฝั่งปากน้ำเป็นเรือข้ามฟากและรถไฟฟ้า BTS รายละเอียดของเรือข้ามฟากกับป้อมริมทางอยู่ในหน้า พระสมุทรเจดีย์ ป้อมพระจุล ปากน้ำ ส่วนคนที่มาจากสนามบินสุวรรณภูมิดูหน้า เดินทางไปสมุทรปราการจากสุวรรณภูมิ
คู่มือรุ่นก่อนของเราเคยอ้างวิกิท่องเที่ยวว่ามีเรือสาธารณะออกจากตลาดปากน้ำ 09:00 น. กลับ 15:00 น. ซึ่งไม่ลงวันที่และไม่มีแหล่งทางการ เราไม่เจอเรือเส้นนี้ในหน้าทางการที่อ่านวันนี้ และถือว่ายังไม่ยืนยัน ทางที่หลักฐานทางการรองรับคือข้ามจากฝั่งปากน้ำไปพระสมุทรเจดีย์แล้วต่อรถหรือขับไปท่าเรือป้าลี่

ระหว่างทาง บ้านสาขลาและวัดสาขลา
เพราะเส้นทางไปท่าเรือผ่านบ้านสาขลา ผู้ที่ไปจึงมักแวะที่นี่ เว็บจังหวัดอธิบายว่าสาขลาเป็นชุมชนโบราณริมปากแม่น้ำเจ้าพระยา มีคลองสรรพสามิตไหลผ่านกลางหมู่บ้าน เดิมชื่อบ้านสาวกล้า ตามเรื่องเล่าสมัยสงครามเก้าทัพที่ผู้ชายถูกเกณฑ์ไปรบเหลือแต่ผู้หญิง เด็ก และผู้สูงอายุ เมื่อทหารพม่าลาดตระเวนมาพบหมู่บ้าน ผู้หญิงจึงจับสากตำข้าวและมีดพร้าขับไล่ ชื่อเพี้ยนเป็นสาขลา ชุมชนยังมีวิถีชีวิตประมงและเพาะเลี้ยงกุ้งหอยปูปลา
วัดสาขลามีพื้นที่ 27 ไร่ 2 งาน ไม่ปรากฏผู้สร้าง สันนิษฐานว่าสร้างช่วงต้นรัตนโกสินทร์ ราวปี 2325 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาปี 2375 ตามเว็บจังหวัด สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์คือพระปรางค์เอน เว็บจังหวัดเขียนว่าเดิมสร้างตรง เมื่อราวร้อยกว่าปีก่อนน้ำท่วมขังทำให้ผืนดินที่ลอยบนโคลนทรุด พระปรางค์จึงเอียงไปทางทิศตะวันตกราว 15 องศาและไม่เอียงเพิ่ม ปรางค์ประธานเป็นทรงฝักข้าวโพดแบบรัตนโกสินทร์ตอนต้น ฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ซุ้มจระนำประดิษฐานพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรสี่ด้าน ปัจจุบันเหลือเห็นสองด้าน และตั้งแต่ปี 2556 ชาวบ้านฟื้นประเพณีห่มผ้าพระปรางค์ด้วยการแห่ผ้าแดงรอบชุมชน เราไม่พบวันงานประจำปีปัจจุบัน

งบประมาณ
ไม่มีแหล่งทางการที่ลงราคาค่าเรือ ค่าเข้า หรือค่าโฮมสเตย์ที่นี่ ตารางจึงบอกว่าอะไรที่ยืนยันได้และอะไรที่ยังไม่รู้
| รายการ | จำนวน | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| เรือหางยาวจากท่าป้าลี่ถึงวัด | ไม่พบตัวเลข | ทางการลงเพียงว่าราว 10 นาที |
| เข้าวัดและพิพิธภัณฑ์ | ไม่พบตัวเลข | ไม่ทราบว่าฟรีหรือรับบริจาค |
| โฮมสเตย์ | ไม่พบตัวเลข | โทรสอบถามตามเบอร์ที่เว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ ลงไว้ |
| จักรยานในหมู่บ้าน | ไม่พบตัวเลข | หน้าทางการลงว่าปั่นต่อ 2 กม. จากท่าวัด ปี 2561 |
| เรือข้ามฟากปากน้ำ | ดูหน้าพระสมุทรเจดีย์ปากน้ำ | ราคาเป็นของเว็บท่องเที่ยวจังหวัดในหน้านั้น ไม่ใช่ของหน้านี้ |
เมื่อไม่มีราคาทางการ เราไม่เดาตัวเลข ตัวเลขเดียวที่พบเกี่ยวกับค่าเรือคือคำเล่าของครูในชุมชนในบทความปี 2566 ว่าสมัยเรียนต้องนั่งเรือของชาวบ้านรอบละราว 100 บาท ซึ่งเป็นเรื่องในอดีตและเป็นการเดินทางของชาวบ้าน ไม่ใช่อัตราของนักท่องเที่ยวปัจจุบัน
ถ้าพักค้างหรือจ้างคนในชุมชนพาเที่ยว ควรถามราคารวมและวิธีจ่ายก่อนตกลง จดชื่อผู้ติดต่อและวันที่คุยกัน เพราะเราไม่ได้ตรวจอัตราใด ๆ ของชุมชน
แผนเที่ยวที่เราเสนอ
แผนต่อไปนี้เป็นข้อเสนอของเราจากตำแหน่งสถานที่ตามเว็บจังหวัด ไม่ใช่แผนทางการ และเราไม่ได้ทดสอบเวลา
| แผน | ลำดับ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ครึ่งวัน | โทรยืนยันเรือและเวลาเปิดก่อน ไปท่าป้าลี่ ชมวัดและป่าชายเลน กลับ | ราคาและเวลาเรือยังไม่ยืนยัน |
| เต็มวัน ฝั่งพระสมุทรเจดีย์ | ปากน้ำ ข้ามฟาก ป้อมพระจุลจอมเกล้า (เปิดวันจันทร์ถึงศุกร์ตามเว็บจังหวัด) บ้านสาขลา ขุนสมุทรจีน | เวลาเปิดป้อมดูหน้าพระสมุทรเจดีย์ |
| ค้างหนึ่งคืน | โฮมสเตย์ในชุมชน | ต้องโทรจองเอง ยังไม่ยืนยันว่าเปิดรับตอนนี้ |
| ผสมกับบางกระเจ้า | แยกวัน เพราะอยู่คนละฝั่งแม่น้ำ | ดู บางกระเจ้า บางน้ำผึ้ง |
| วันฝนตกหนัก | เลื่อนไป | เรือหางยาวและถนนเล็กไม่เหมาะ (คำแนะนำทั่วไปของเรา) |
ถ้ามีเวลาอีกวัน พิพิธภัณฑ์และเมืองโบราณฝั่งตะวันออกเป็นแผนอีกแบบหนึ่ง ดู เมืองโบราณ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ และ บางปูกับฟาร์มจระเข้ ที่พักในจังหวัดดูที่หน้า ที่พักสมุทรปราการ

ความปลอดภัยและข้อควรระวัง
- ที่นี่คือชุมชนที่ยังมีคนอยู่และผ่านการสูญเสียที่ดินกับบ้านมาหลายรอบ ไม่ควรถ่ายภาพคนหรือบ้านโดยไม่ขออนุญาต และไม่ควรเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัว
- วัดเป็นที่ประกอบศาสนกิจ แต่งกายสุภาพและทำตามที่พระหรือเจ้าหน้าที่วัดแจ้ง (คำแนะนำทั่วไป)
- เรือหางยาวและท่าไม้ริมทะเลอาจลื่น เราไม่ทราบว่าเรือที่นี่มีเสื้อชูชีพให้หรือไม่ ควรถามคนเรือก่อนลง
- ทะเลที่นี่ท่วมถึงรอบโบสถ์ ระดับน้ำขึ้นลงอาจมีผลต่อการเข้าถึงและเวลาเรือ เราไม่พบประกาศน้ำขึ้นน้ำลงของที่นี่ ควรถามคนในชุมชน
- บทความไทยพีบีเอสเดือน เม.ย. 2566 เล่าว่าถนนช่วงใกล้ชุมชนไม่มีร้านรวง ไม่มีบ้านเรือน ไม่มีปั๊มน้ำมัน ควรเติมน้ำมันและเตรียมน้ำดื่มก่อนเข้า
- อย่าเก็บหรือซื้อโบราณวัตถุหรือเศษถ้วยชามที่พบตามชายฝั่ง ที่เว็บทางการบอกว่ายังมีปะปนอยู่ เพราะเป็นของชุมชน (คำแนะนำทั่วไปของเรา)
- ช่วงแดดจัดบนแหลมเปิดโล่ง ควรมีหมวก ครีมกันแดด และน้ำดื่ม
ตรงไหนที่แหล่งข้อมูลพูดไม่ตรงกัน
| หัวข้อ | ค่าที่พบ | หน้านี้ใช้ |
|---|---|---|
| ชื่อวัด | ขุนสมุทราวาส (วิกิพีเดียไทย) ขุนสมุทรจีน และขุนสมุทรทราวาส (เว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ 2561) ขุนสมุทรธาวาส (เว็บเดียวกัน หัวข้อโฮมสเตย์) | ใช้ขุนสมุทราวาส เรียกขุนสมุทรจีนเมื่อพูดแบบทั่วไป |
| พระประธาน | หลวงพ่อรุ่งสมุทรศักดิ์สิทธิ์ (วิกิพีเดียไทย) หลวงพ่อปากแดง (เว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ 2561) | ไม่ตัดสิน ยังไม่ยืนยัน |
| ชื่อท่าเรือ | ป้ารี่ และ ป้าลี่ (เว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ 2561 หน้าเดียวกัน) | ใช้ป้าลี่ |
| การเดินทางเข้าหมู่บ้าน | ต้องนั่งเรือหางยาวจากท่าป้าลี่ (2561) มีถนนสายขุนสมุทรศิริโชติวัฒน์และผู้ขับมอเตอร์ไซค์เข้าไปได้ (ไทยพีบีเอส เม.ย. และ ส.ค. 2566) | ยังไม่ยืนยันว่าตอนนี้ไปทางไหนได้ ให้โทรถามก่อน |
| ระยะจากกรุงเทพฯ | 20 กม. (เว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ 2561) | ยังไม่ยืนยัน ตัวเลขดูต่ำเกินไป |
| สาเหตุกัดเซาะ | ขุดโคลนสันดอนไปทิ้งกลางทะเล ตัดป่าชายเลน โลกร้อน (เว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ) ตะกอนที่ไหลมาปากอ่าวน้อยลง พายุ (ไทยพีบีเอส 2566) บ่อกุ้งแทนป่าชายเลน (วิกิพีเดียอังกฤษ) | เสนอทุกชุดโดยไม่ตัดสิน |
| ขนาดการสูญเสียแผ่นดิน | ยื่นไปในทะเลเดิมมากกว่าปัจจุบันกว่า 4 กม. (เว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ) ชายฝั่งจมปีละ 3 ถึง 5 เมตร รวมกว่า 4,000 ไร่ ทั้งอำเภอ (วิกิพีเดียอังกฤษ ตามบางกอกโพสต์ 2560) แผ่นดินกว่าหลายหมื่นไร่ (ไทยพีบีเอส 2566 คำของอดีตผู้ใหญ่บ้าน) | วัดคนละพื้นที่และคนละวิธี ไม่นำมาเทียบเป็นตัวเลขเดียว |
| ที่ดินวัด | 76 ไร่เหลือ 5 ไร่ (วิกิพีเดียไทย) | ยังไม่ยืนยัน |
| ปีสร้างป้อมพระจุลจอมเกล้า | ราวมีนาคม พ.ศ. 2427 (หน้า อบต.แหลมฟ้าผ่า วิกิพีเดียไทย) ค.ศ. 1819 (วิกิพีเดียอังกฤษ) | ใช้ปี 2427 เพราะชื่อป้อมตามรัชกาลที่ 5 ซึ่งไม่อาจสร้างปี 1819 ได้ ยังไม่ยืนยัน |
| เวลาเปิดวัด | วัดเปิดปิดตามเวลา (ไทยพีบีเอส 2566 ไม่ลงเวลา) | ไม่พบเวลา ยังไม่ยืนยัน |
สิ่งที่ยังไม่ยืนยัน
- ค่าเข้า ค่าเรือ ค่าโฮมสเตย์ และเวลาเปิดของวัด พิพิธภัณฑ์ และศาลเจ้า
- เส้นทางปัจจุบัน ว่าไปทางเรือจากท่าป้าลี่หรือทางถนนสายขุนสมุทรศิริโชติวัฒน์ได้ถึงหมู่บ้าน
- รถประจำทางสาย 20 และรถสองแถวหรือรถตู้ไปท่าเรือ ยังวิ่งหรือไม่
- ตำแหน่งที่ตั้งและเวลาเปิดของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น และวิธีนัดเข้าชม
- ชื่อพระประธานในโบสถ์เดิม และสถานะอาคารใหม่
- ที่ดินวัด 76 ไร่เหลือ 5 ไร่
- ตัวเลขการสูญเสียแผ่นดินและจำนวนครัวเรือนทุกชุด
- ประโยคว่าเป็นจุดกัดเซาะรุนแรงที่สุดในประเทศ
- ว่าโฮมสเตย์ยังเปิดรับแขกตอนนี้หรือไม่
- เว็บทางการของ อบต.แหลมฟ้าผ่าและผลตรวจของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเรื่องที่นี่
ลิงก์ที่หน้านี้ใช้ และรายได้ของเรา
กล่องจองท้ายหน้านี้ (Klook, KKday ถ้ามี) เป็นลิงก์พันธมิตร ถ้าคุณจองหลังกดเข้าไป เราอาจได้ค่าคอมมิชชันโดยราคาที่คุณจ่ายไม่เพิ่ม ข้อมูลเวลา เส้นทาง และกฎในหน้านี้มาจากแหล่งที่ระบุ ไม่ได้มาจากผู้ขายตั๋ว ราคาเปลี่ยนตามวัน ควรเช็กในหน้าจริงก่อนจ่าย กล่องอาจแสดงทัวร์หรือกิจกรรมในสมุทรปราการหรือกรุงเทพที่ไม่ได้ไปบ้านขุนสมุทรจีน เราไม่พบทัวร์ที่ขายเฉพาะที่นี่ที่ตรวจแล้ว และเราไม่ได้ตรวจรายการในกล่องทีละรายการ
จองที่ไหนดี
เทียบตั๋วและกิจกรรมในสมุทรปราการจากเว็บเหล่านี้ ดูหน้าทางการของผู้ให้บริการด้วย และยืนยันราคาตามวันที่ไปก่อนจ่าย
เปิดเผยข้อมูลพันธมิตร: ลิงก์เหล่านี้อาจทำให้เราได้ค่าคอมมิชชันเมื่อคุณจอง โดยคุณไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม และไม่เปลี่ยนสิ่งที่เราเขียน
คำถามที่พบบ่อย
บ้านขุนสมุทรจีนอยู่ที่ไหน
อยู่ที่หมู่ที่ 9 ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ตามเว็บจังหวัด เว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ และวิกิพีเดียไทยที่ตรงกัน เป็นหมู่บ้านบนแหลมริมทะเลปากอ่าวไทย ติดป่าชายเลน
วัดขุนสมุทรจีนคือวัดอะไร และทำไมเรียกวัดกลางทะเล
คือวัดขุนสมุทราวาส วัดราษฎร์ มหานิกาย สร้างเมื่อ 17 กรกฎาคม 2510 ตามวิกิพีเดียไทยและเว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ ที่เรียกวัดกลางทะเลเพราะพื้นดินรอบวัดถูกน้ำทะเลกัดเซาะจนหายไป ทำให้ล้อมรอบด้วยน้ำ และต้องยกพื้นโบสถ์กับกุฏิให้สูงขึ้น
ไปวัดขุนสมุทรจีนต้องนั่งเรือไหม
เว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ ปี 2561 เขียนว่าต้องนั่งเรือหางยาวจากท่าเรือป้าลี่ราว 10 นาที แต่บทความไทยพีบีเอสปี 2566 เล่าถึงถนนที่ขับมอเตอร์ไซค์เข้าไปได้ เรายังไม่ยืนยันว่าตอนนี้ไปได้ทางไหน ควรโทรถามชุมชนก่อน
ค่าเข้าและค่าเรือเท่าไร
ไม่พบตัวเลขจากแหล่งทางการที่ลงวันที่ เราจึงไม่เดาราคา ควรถามที่โฮมสเตย์หรือชุมชนก่อน และจดราคารวมไว้ก่อนตกลง
เปิดวัดกี่โมง มีวันหยุดไหม
ไม่พบเวลาและวันหยุดจากแหล่งทางการ บทความไทยพีบีเอสปี 2566 เขียนเพียงว่าวัดเปิดปิดตามเวลา เราไม่ทราบเวลา ยังไม่ยืนยัน
มีพิพิธภัณฑ์ให้ดูอะไร
เว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ ลงว่าจัดแสดงเครื่องถ้วยชามจีน 24 ลาย ไหจากแหล่งเตาสิงห์บุรี เครื่องประดับ เหรียญ เครื่องชั่งจีน เรือพาย และแผนที่การเดินทางของบรรพบุรุษ ตำแหน่งและเวลาเปิดยังไม่ยืนยัน และบางชิ้นเก็บที่บ้านผู้ใหญ่
ที่นี่เหมาะกับถ่ายรูปไหม
ภาพวัดที่ทะเลล้อมเป็นเหตุผลที่คนมา แต่ขอให้ถ่ายด้วยความเคารพ ขออนุญาตก่อนถ่ายคนหรือบ้าน และไม่เข้าพื้นที่ส่วนตัว ที่นี่เป็นบ้านของคนที่กำลังเผชิญทะเลกัดเซาะ
พักค้างที่นี่ได้ไหม
เว็บสำนักงานการท่องเที่ยวฯ ปี 2561 ลงโฮมสเตย์ในชุมชนพร้อมเบอร์ผู้ติดต่อ และอดีตผู้ใหญ่บ้านให้สัมภาษณ์ปี 2566 ว่าโฮมสเตย์ไม่แน่นอน บางเสาร์อาทิตย์ไม่มีแขกเลย ควรโทรยืนยันก่อน ดูตัวเลือกที่พักในจังหวัดที่หน้า ที่พักสมุทรปราการ
ไปบ้านขุนสมุทรจีนพร้อมที่เที่ยวอื่นได้ไหม
ทำได้ในวันเดียวถ้าเริ่มเช้า เช่นข้ามจากปากน้ำไปป้อมพระจุลจอมเกล้า บ้านสาขลา แล้วไปท่าเรือป้าลี่ แต่เป็นแผนที่เราเสนอเอง และเรายังไม่ยืนยันเวลาเรือกับเวลาเปิดสถานที่ ถ้าอยากต่อวันอื่นดู เมืองโบราณ
แหล่งข้อมูลทางการและอ่านเพิ่มเติม
- จังหวัดสมุทรปราการ หน้าบ้านขุนสมุทรจีน (เว็บทางการ samutprakan.go.th ไม่ระบุวันที่ในหน้า ตรวจ 23 ต.ค. 2569)
- สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรปราการ ชุมชนบ้านขุนสมุทรจีน (เว็บทางการ samutprakan.mots.go.th เผยแพร่ 24 พ.ค. 2561 ตรวจ 23 ต.ค. 2569)
- จังหวัดสมุทรปราการ หน้าวัดสาขลา (เว็บทางการ ไม่ระบุวันที่ในหน้า ตรวจ 23 ต.ค. 2569)
- จังหวัดสมุทรปราการ หน้าบ้านสาขลา (เว็บทางการ ไม่ระบุวันที่ในหน้า ตรวจ 23 ต.ค. 2569)
- วัดขุนสมุทราวาส (วิกิพีเดียภาษาไทย ไม่ใช่แหล่งทางการ แก้ไขล่าสุด 24 ก.ค. 2569 ตรวจ 23 ต.ค. 2569)
- องค์การบริหารส่วนตำบลแหลมฟ้าผ่า (วิกิพีเดียภาษาไทย ไม่ใช่แหล่งทางการ ตรวจ 23 ต.ค. 2569)
- Phra Samut Chedi district (วิกิพีเดียภาษาอังกฤษ ไม่ใช่แหล่งทางการ ส่วนสิ่งแวดล้อมอ้างบางกอกโพสต์ปี 2560 ตรวจ 23 ต.ค. 2569)
- ไทยพีบีเอส Decode: รร.บ้านขุนสมุทรจีน ปราการสุดท้ายของการจมหาย (บทความนักศึกษาฝึกงาน 10 ส.ค. 2566 ไม่ใช่แหล่งทางการ ตรวจ 23 ต.ค. 2569)
- ไทยพีบีเอส Decode: Flatland ในทุ่งฝุ่น (บทความ 13 เม.ย. 2566 ไม่ใช่แหล่งทางการ ตรวจ 23 ต.ค. 2569)
- ไทยพีบีเอส The Active: คณะสังคมสงเคราะห์ฯ มธ. เตรียมแผนเชิงรุก (ข่าว 11 ส.ค. 2567 ไม่ใช่แหล่งทางการ ตรวจ 23 ต.ค. 2569)
- กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (หน้าแรก dmcr.go.th เปิดได้แต่เป็นหน้าเข้าเว็บ ไม่พบข้อมูลการกัดเซาะเฉพาะบ้านขุนสมุทรจีน ตรวจ 23 ต.ค. 2569)
ราคา ตารางเวลา และกฎการเข้าเมืองเปลี่ยนได้ ตัวเลขในหน้านี้เป็นค่าประมาณ ณ ปี 2569 (2026) โปรดยืนยันกับหน้าทางการหรือผู้ให้บริการก่อนจอง พบข้อมูลล้าสมัยหรือไม่? แจ้งเรา.





