ถ้าพูดถึงปัตตานี คนส่วนใหญ่นึกถึงสองที่นี้ก่อน คือมัสยิดอิฐเก่าที่ไม่มีโดมริมทางหลวง 42 กับศาลเจ้าจีนที่ชาวจีนในภาคใต้และมาเลเซียมากราบกัน สองแห่งนี้ผูกกันด้วยตำนานเดียวกัน คือเรื่องของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวที่ว่ากันว่าสาปให้มัสยิดสร้างไม่เสร็จ แต่ในความเป็นจริงมีสถานที่สามจุดที่คนมักปนกัน คือมัสยิดกรือเซะ ฮวงซุ้ยหรือสุสานที่อยู่ข้างมัสยิด และศาลเจ้าเล่งจูเกียงที่อยู่ในตัวเมืองห่างออกไปหลายกิโลเมตร หน้านี้แยกสามจุดนี้ให้ชัด บอกเวลาและเบอร์ที่หน่วยงานรัฐลงไว้ และแสดงตารางตรงที่แหล่งข้อมูลพูดไม่ตรงกันโดยไม่เฉลี่ยตัวเลข
เราไม่ได้ไปที่นั่นเอง ข้อมูลมาจากหน้าเว็บที่เปิดอ่านเมื่อ 19 ต.ค. 2569 หน้าของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานีเป็นหน้าหน่วยงานรัฐที่เปิดอ่านได้ แต่ลงวันที่ 5 ธ.ค. 2564 ซึ่งเก่ากว่าสี่ปี เวลาเปิดและเบอร์โทรอาจเปลี่ยนไปแล้ว หน้า ททท. ตอบ HTTP 403 กับเครื่องมือของเรา จึงใช้ได้เฉพาะข้อความที่ทีมเราอ่านไว้ในคู่มือจังหวัดรุ่นก่อน ภาพรวมของจังหวัดอยู่ในคู่มือเที่ยวปัตตานี ตัวเมืองและมัสยิดกลางอยู่ในหน้าตัวเมืองปัตตานี
คำแนะนำการเดินทางสำหรับปัตตานี ตรวจเมื่อ 19 ต.ค. 2569 (ฉบับสั้น อ่านฉบับเต็มที่คู่มือเที่ยวปัตตานี) สถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ตอนล่างยังดำเนินอยู่ และรัฐบาลต่างประเทศมีคำแนะนำเฉพาะปัตตานี FCDO อังกฤษ ระบุว่า "advises against all but essential travel" ไปปัตตานี ยะลา นราธิวาสและบางอำเภอของสงขลา (หน้าเขียนว่ายังใช้ได้ ณ 19 ต.ค. 2569) และเตือนว่าประกันการเดินทางอาจใช้ไม่ได้หากเดินทางขัดกับคำแนะนำ แคนาดา ระบุ "Avoid all travel" ไปปัตตานี ยะลา นราธิวาสและสงขลาตอนใต้ สหรัฐฯ ระบุ "Exercise Increased Caution" ในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส เพราะความเสี่ยงของความไม่สงบ ส่วนภาพรวมทั้งประเทศคือ Level 1 "Exercise Normal Precautions" (ประกาศ 7 ก.ค. 2569 เราอ่านเฉพาะสรุปในฟีดของกระทรวง ไม่ได้อ่านหน้าเต็ม) ออสเตรเลีย เราอ่านหน้า Smartraveller โดยตรงในเบราว์เซอร์เมื่อ 19 ต.ค. 2569 ระดับภาพรวมคือ "Exercise a high degree of caution" และสำหรับสามจังหวัดนี้คือ "Reconsider your need to travel" ไม่ได้ระบุสงขลาในคำแนะนำนี้ เราไม่มีความเห็นของเราเองและไม่ได้บอกว่าที่ใดปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย ตรวจหน้าตัวจริงของรัฐบาลประเทศคุณอีกครั้งก่อนจอง
อำเภอเมืองปัตตานี ซึ่งเป็นที่ตั้งของทุกจุดในหน้านี้ ถูกระบุอยู่ในรายการอำเภอที่ครอบคลุมโดยพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ฉบับที่ขยายครั้งที่ 85 ช่วง 20 ก.ค. ถึง 19 ต.ค. 2569 ตามข่าวไทยพีบีเอสวันที่ 14 ก.ค. 2569 สิ้นสุดวันนี้ และเรายังไม่พบข่าวการขยายรอบต่อไป

ข้อมูลที่ตรวจแล้ว และสิ่งที่ยืนยันไม่ได้
| เรื่อง | ที่เราพบ | แหล่งและสถานะ |
|---|---|---|
| ชื่อเรียก | มัสยิดกรือเซะ (มลายู Masjid Kersik) มัสยิดสุลต่านมูซัฟฟาร์ชาห์ มัสยิดปิตูกรือบัน | วิกิพีเดียไทย ไม่ใช่แหล่งทางการ |
| ที่อยู่ | บ้านกรือเซะ ต.ตันหยงลุโละ อ.เมืองปัตตานี ตามทางหลวง 42 ห่างตัวเมืองราว 7 กม. | ประชาสัมพันธ์จังหวัด หน่วยงานรัฐ ลงเว็บ 2564 |
| เวลาทำการ | 08:00-17:00 น. | ประชาสัมพันธ์จังหวัด ลงเว็บ 2564 ยังไม่ยืนยันปัจจุบัน |
| โทรศัพท์ | 073-413402 และ 087-2878780 | ประชาสัมพันธ์จังหวัด ลงเว็บ 2564 ยังไม่ยืนยันปัจจุบัน |
| สถานะทางกฎหมาย | กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปี 2478 | ประชาสัมพันธ์จังหวัด ตรงกับ ททท. ที่ใช้ในคู่มือรุ่นก่อน และวิกิพีเดียอังกฤษ (ค.ศ. 1935) |
| การบูรณะ | ซ่อมแซมปี 2500 2525 และ 2547 | ประชาสัมพันธ์จังหวัด วิกิพีเดียอังกฤษให้ 1957 1982 และ 2005 |
| ขนาดอาคาร | กว้าง 15.10 เมตร ยาว 29.60 เมตร สูงจากพื้นถึงเพดาน 6.50 เมตร ไม่มีโดม | วิกิพีเดียอังกฤษ และ Wongnai ตรงกัน ไม่ใช่แหล่งทางการ |
| ค่าเข้า | ฟรี | Thai Holiday Guide เท่านั้น ยังไม่ยืนยันจากหน่วยดูแล |
| ใช้ประกอบศาสนกิจ | ยังใช้ละหมาดทุกวัน | ททท. (คู่มือรุ่นก่อน) และ Thai Holiday Guide ตรงกัน |
| ศาลเจ้าเล่งจูเกียง | 63 ถ.ปะนาเระ ต.อาเนาะรู เปิด 08:00-20:00 น. โทร 073-332851 และ 081-8979749 | ประชาสัมพันธ์จังหวัด ลงเว็บ 2564 |
| หอนิทรรศน์สานอารยธรรมฯ | ถ.อาเนาะรู โทร 073-332851 แฟกซ์ 073-311860 | ประชาสัมพันธ์จังหวัด เวลาเปิดไม่ลง ยังไม่ยืนยัน |
| ประกาศปิดหรือปรับปรุงปี 2569 | ไม่พบบนหน้าที่ตรวจ | ยังไม่ยืนยัน ไม่พบ ไม่ได้แปลว่าไม่มี เฟซบุ๊กของหน่วยงานเราไม่ได้เปิดอ่าน |
ตรงไหนที่แหล่งข้อมูลพูดไม่ตรงกัน
เวลาเปิดมัสยิดกรือเซะ
| แหล่ง | เวลา | วันที่ข้อมูล |
|---|---|---|
| ประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี (ข้อมูลของสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด) | 08:00-17:00 น. | ลงเว็บ 5 ธ.ค. 2564 |
| Thai Holiday Guide | 07:00-21:00 น. ทุกวัน | ปรับปรุง ก.ค. 2569 |
| ททท. (คู่มือรุ่นก่อน) | ไม่ลงเวลาของมัสยิด ลงเวลาของสุสานเจ้าแม่ 08:00-17:00 น. | อ่าน 16 ต.ค. 2569 |
แหล่งที่ใหม่กว่าให้ช่วงเวลากว้างกว่ามาก แต่เป็นเว็บบรรณาธิการที่ไม่ได้บอกว่าได้ข้อมูลมาจากไหน ส่วนหน้าของรัฐเก่าและแคบกว่า เรามองว่ามัสยิดเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจที่เปิดให้คนเข้าได้ในเวลากลางวัน จึงเชื่อช่วงของหน่วยงานรัฐเป็นหลักสำหรับการวางแผน (มาถึงก่อน 16:00 จะปลอดภัยกว่า) และถือว่าช่วงของเว็บบรรณาธิการเป็นเพียงข้อสังเกต ถ้าเดินทางไกลมาเพราะที่นี่ ควรโทรถามเบอร์ท้องถิ่นก่อน
อายุและผู้สร้างมัสยิด
| แหล่ง | ที่ระบุ | ลักษณะแหล่ง |
|---|---|---|
| ประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี | สร้างสมัยสุลต่านมูซัฟฟาร์ชาห์ ออกแบบโดยซัยคซอฟียุดดีน แห่งปอเนาะกรือเซะในสมัยรายาฮีเยา | หน่วยงานรัฐ ข้อความตัวเลขปีในหน้ามีส่วนที่อ่านไม่สอดคล้อง |
| วิกิพีเดียไทย | เก่าแก่กว่า 450 ปี สันนิษฐานว่าสร้างพุทธศตวรรษที่ 22 ยังเถียงกันว่าสมัยมูซัฟฟาร์ชาห์หรือรายาบีรู | ไม่ใช่แหล่งทางการ |
| วิกิพีเดียอังกฤษ | หลายสมมุติฐาน เช่น ราว ค.ศ. 1578-93 หรือ 1656-88 หรือหลัง 1785 ที่ว่ากันว่ามีการสร้างใหม่ในสมัยตวนสุหลง (ค.ศ. 1816-1832) | ไม่ใช่แหล่งทางการ |
| ททท. (คู่มือรุ่นก่อน) | อายุเกิน 200 ปี เชื่อว่าสร้างสมัยอยุธยา | ทางการ ข้อความที่อ่านไว้ก่อนหน้า |
| วิกิท่องเที่ยว | มัสยิดศตวรรษที่ 16 | ไม่ใช่แหล่งทางการ |
ไม่มีแหล่งไหนยืนยันปีสร้างที่แน่นอน และวิกิพีเดียอังกฤษเองบอกตรง ๆ ว่ายังไม่ชัดและอาจสร้างซ้ำที่เดิมหลายครั้ง สิ่งที่แหล่งส่วนใหญ่ตรงกันคือเป็นอาคารอิฐเก่ามาก มีเสากลมและช่องประตูโค้งแหลม และถูกทิ้งร้างหลังปัตตานีถูกสยามตีในปี 2329 เราจึงไม่ระบุตัวเลขอายุ และขอให้ผู้อ่านอ่านทุกตัวเลขเป็นสมมุติฐาน
เรื่องที่ว่ามัสยิดสร้างไม่เสร็จเพราะคำสาป
เรื่องเล่าที่ใช้ได้ทั้งในวิกิพีเดียอังกฤษและไทยบอกว่าลิ้มโต๊ะเคี่ยมพี่ชายกำลังสร้างมัสยิด น้องสาวไม่สามารถชวนกลับจีนได้จึงสาปไว้ ว่าจะสร้างไม่เสร็จ และมีฟ้าผ่าทุกครั้งที่พยายามสร้างต่อ วิกิพีเดียไทยเขียนว่าการสำรวจและบูรณะของกรมศิลปากรพบว่าโครงสร้างโดมไม่แข็งแรงและขาดสมดุลจึงพังทลาย และไม่พบร่องรอยถูกเผาหรือถูกฟ้าผ่าตามตำนาน วิกิพีเดียอังกฤษเขียนว่าไม่มีหลักฐานว่าอาคารเคยถูกฟ้าผ่า เราเล่าตำนานให้อ่านเพราะเป็นเหตุผลที่คนมาที่นี่ แต่ไม่ถือว่าเป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์
มัสยิดกรือเซะ
จากริมทางหลวง 42 ที่ผ่านบ้านกรือเซะ จะเห็นอาคารอิฐแดงเก่าหลังหนึ่งตั้งอยู่ในสนามหญ้าเขียวที่มีรั้วเตี้ยล้อม ไม่มีโดมและไม่มีหลังคาให้เห็นเป็นยอดสูง เสากลมเรียงเป็นแถว ช่องประตูและหน้าต่างเป็นโค้งแหลม ผนังเป็นอิฐ ซึ่ง Thai Holiday Guide บอกว่าเป็นอิฐเปลือยไม่ฉาบปูน ส่วน Wongnai เรียกว่าอาคารก่ออิฐถือปูน สองแหล่งนี้ขัดกันและเราไม่ยืนยันว่าปัจจุบันเห็นอิฐเปลือยหรือมีปูนฉาบ ตามที่วิกิพีเดียอังกฤษและ Wongnai ระบุ ฐานอาคารกว้าง 15.10 เมตร ยาว 29.60 เมตร และสูงจากพื้นถึงเพดาน 6.50 เมตร เรียกว่าอิฐสมัยอยุธยาตอนปลาย และที่ฐานมีอิฐรูปแบบคล้ายอิฐสมัยทวารวดีปนอยู่บ้าง ซึ่งวิกิพีเดียอังกฤษบอกว่าอาจเป็นอิฐที่เอามาจากที่อื่นและเก่ากว่าตัวมัสยิดเอง

ชื่อ "ปิตูกรือบัน" ที่วิกิพีเดียไทยให้ไว้เรียกตามรูปประตู คำว่า "ปิตู" แปลว่าประตู และ "กรือบัน" แปลว่าช่องประตูที่มีรูปโค้ง ส่วนชื่อกรือเซะ (Kerisik) เรียกตามพื้นที่บ้านกรือเซะ ซึ่งวิกิพีเดียอังกฤษระบุว่าน่าจะมาจากคำมลายู "gersek" ที่แปลว่าทรายหยาบ
เมื่อไปดูควรรู้ว่า ททท. ในข้อความที่อ่านไว้ก่อนหน้าและ Thai Holiday Guide ตรงกันว่ามัสยิดยังเป็นที่ประกอบศาสนกิจ ผู้เข้าชมจึงควรแต่งกายสุภาพ ไหล่และเข่าคลุม Thai Holiday Guide แนะนำให้พูดเบา ๆ ถ้ามีการละหมาดอยู่ วิกิท่องเที่ยวระบุว่ามัสยิดใช้ในเวลาละหมาดห้าเวลาแต่ไม่ใช้ละหมาดวันศุกร์ ข้อนี้เราไม่พบแหล่งอื่นยืนยัน ให้ถามในพื้นที่ว่าเวลาละหมาดแต่ละรอบเป็นอย่างไรและขอบเขตการถ่ายภาพ
ประวัติศาสตร์ที่มีหลักฐานเอกสาร
วิกิพีเดียอังกฤษอ้างถึงพงศาวดารปัตตานี (Hikayat Patani) ที่ว่าในสมัยสุลต่านมูซัฟฟาร์ชาห์ (สิ้นพระชนม์ค.ศ. 1564 ตามบทความ) มีการสร้างมัสยิดสองแห่ง แห่งหนึ่งอยู่นอกประตูเมือง (Pintu Gerbang) ข้างลานเมือง ซึ่งอาจเป็นที่ตั้งของมัสยิดกรือเซะปัจจุบัน และอ้างรายงานชาวดัตช์ ค.ศ. 1603 ของ Jacob van Neck ว่ามัสยิดหลักของปัตตานีสร้างด้วยอิฐแดงโดยช่างจีนอย่างประณีต อีกบันทึกของ Johan Nieuhof ในศตวรรษที่ 17 บรรยายว่าเป็นอาคารอิฐแดง ภายในปิดทอง เราไม่ทราบว่าบันทึกเหล่านี้หมายถึงอาคารที่เห็นในวันนี้หรือไม่ และบทความเองก็บอกว่ามัสยิดอาจถูกสร้างหลายครั้งที่เดิม
หลังปัตตานีถูกสยามตีเมืองในปี 2329 วิกิพีเดียอังกฤษและประชาสัมพันธ์จังหวัดตรงกันว่าเมืองเสียหาย และมัสยิดอาจถูกทิ้งร้าง วิกิพีเดียไทยเล่าว่าราชวงศ์กลันตันที่ปกครองปัตตานีถัดมาย้ายศูนย์กลางเมืองไปที่บานาและจะบังติกอ ทำให้มัสยิดกรือเซะถูกทิ้งให้โรยราไป
เหตุการณ์ 28 เมษายน 2547
มัสยิดแห่งนี้เป็นที่ที่เกิดเหตุการณ์รุนแรงวันที่ 28 เมษายน 2547 ตามที่วิกิพีเดียทั้งไทยและอังกฤษเล่า วันนั้นมีการโจมตีป้อมตำรวจและจุดทหารหลายแห่งในสามจังหวัดชายแดนใต้ และกลุ่มคนจำนวนหนึ่งเข้าไปอยู่ในมัสยิด ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าปฏิบัติการจนมีผู้เสียชีวิตในมัสยิดทั้งหมด จำนวนผู้เสียชีวิตที่มัสยิดไม่ตรงกันตามแหล่ง วิกิพีเดียไทยระบุ 34 ราย วิกิพีเดียอังกฤษและวิกิท่องเที่ยวระบุ 32 ราย วิกิพีเดียไทยหน้าอำเภอเมืองปัตตานีให้รวม 34 รายเมื่อนับเจ้าหน้าที่ด้วย วิกิพีเดียอังกฤษเขียนว่ามีการสอบสวนระดับนานาชาติซึ่งสรุปว่าฝ่ายทหารใช้กำลังเกินกว่าเหตุ และวิกิพีเดียไทยเขียนว่ารายงานของคณะกรรมการที่รัฐบาลตั้งไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะ เราไม่ได้ตรวจเอกสารต้นทางของข้อสรุปเหล่านี้ จึงไม่ให้น้ำหนักสรุปใด เราเล่าเรื่องนี้ไว้เพราะเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ของที่นี่ที่ผู้เยี่ยมชมน่าจะรู้ และเพราะ Thai Holiday Guide เองก็ระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ของที่นี่ที่ไม่ได้เป็นตัวกำหนดการเยี่ยมชมในวันนี้ และเขียนว่าในปัจจุบันสถานที่ทำหน้าที่เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจและโบราณสถาน
วิกิพีเดียอังกฤษยังเล่าว่าเมื่อปี 2556 มีการทำปืนใหญ่พญาตานีจำลองไปวางหน้ามัสยิด และถูกระเบิดเสียหาย เพราะผู้ก่อเหตุมองว่าเป็นของปลอมและต้องการให้คืนปืนใหญ่ต้นฉบับซึ่งถูกนำไปกรุงเทพฯ เมื่อปี 2329 ตามแหล่งนั้น เราไม่ทราบว่าปัจจุบันมีปืนจำลองอยู่หน้ามัสยิดหรือไม่ และไม่ได้ตรวจแหล่งต้นทางของข้อความนี้
ฮวงซุ้ยเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวข้างมัสยิด
ข้างมัสยิดมีสุสานหรือฮวงซุ้ยที่เรียกว่าของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ในข้อความที่เราอ่านจาก ททท. ในคู่มือรุ่นก่อน สุสานจีนนี้เปิดทุกวัน 08:00 ถึง 17:00 น. อยู่ห่างตัวเมืองไปทางตะวันออกเล็กน้อยใกล้มัสยิดกรือเซะ และให้เบอร์สอบถาม 0 7352 2411 เบอร์นี้ ททท. ใช้กับบ้านปาเสยะวอด้วยในข้อความเดียวกัน ซึ่งทำให้เราเห็นว่าเบอร์นี้น่าจะเป็นเบอร์ของสำนักงาน ททท. มากกว่าเบอร์ของสุสาน จึงไม่นำไปใช้เป็นเบอร์โทรของที่นี่
วิกิพีเดียอังกฤษเล่าว่าศิลาหน้าหลุมของเจ้าแม่ที่ว่าพี่ชายสร้างลงปี ค.ศ. 1574 แต่อาจทำขึ้นราวต้นศตวรรษที่ 20 และเชื่อกันว่าที่ฝังศพเดิมอยู่ริมท่าเรือที่ตอนนี้ถูกทะเลท่วม จึงย้ายสุสานมาข้างมัสยิดกรือเซะราวปี ค.ศ. 1919 ประชาสัมพันธ์จังหวัดเขียนใกล้เคียงกันว่าเดิมศพฝังริมอ่าวปัตตานี ต่อมาทะเลกัดเซาะจนฮวงซุ้ยจมอยู่ในอ่าว ปัจจุบันจึงอัญเชิญมาประดิษฐานที่ฮวงซุ้ยใกล้มัสยิดกรือเซะ เรื่องปีสร้างศิลาและปีย้ายที่ ไม่มีแหล่งทางการยืนยัน
ศาลเจ้าเล่งจูเกียงในตัวเมือง
ศาลเจ้าที่คนนิยมไปไหว้เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจริง ๆ คือศาลเจ้าเล่งจูเกียง (靈慈宮) ในตัวเมืองปัตตานี ไม่ใช่ฮวงซุ้ยข้างกรือเซะ ประชาสัมพันธ์จังหวัดลงที่อยู่ 63 ถนนปะนาเระ ตำบลอาเนาะรู เปิด 08:00 ถึง 20:00 น. โทร 073-332851 และ 081-8979749 ส่วนวิกิพีเดียไทยบรรยายว่าตั้งอยู่เชิงสะพานเดชานุชิต ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดปัตตานีและใกล้เคียง ที่อยู่สองแบบนี้ไม่ได้ขัดกัน ถนนและสะพานอยู่ในย่านเดียวกัน แต่เราไม่ได้ตรวจแผนที่ให้เห็นว่าอยู่จุดเดียวกัน


ประวัติของศาล
| แหล่ง | ที่ระบุเรื่องก่อตั้งและย้ายรูป | ลักษณะ |
|---|---|---|
| วิกิพีเดียไทย | ก่อตั้งโดยชาวจีนปี 2117 เดิมชื่อศาลเจ้าซูก๋ง มีโจ๊วซูก๋ง (พระหมอ) เป็นเทพหลัก บูรณะและจัดสมโภชปี 2407 แล้วพระจีนคณานุรักษ์อัญเชิญเจ้าแม่จากกรือเซะมาประดิษฐานและเรียกชื่อศาลใหม่ | ไม่ใช่แหล่งทางการ |
| วิกิพีเดียอังกฤษ | มีบันทึกว่ามีศาลที่กัวลาเบอกะห์ ปี ค.ศ. 1547 เป็นศาลของโจ๊วซูก๋งที่เก่าที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่รู้จัก และผู้นำชาวจีนชื่อหลวงจีนคณานุรักษ์ซ่อมศาลและย้ายรูปมาในปี ค.ศ. 1879 บูรณะบางส่วนปี 1912 และ 1969 | ไม่ใช่แหล่งทางการ |
สองแหล่งตรงกันที่ตัวละครหลักคือศาลเดิมของโจ๊วซูก๋ง และผู้นำชาวจีนชื่อคณานุรักษ์ที่ย้ายรูปแกะสลักของเจ้าแม่มาประดิษฐาน (วิกิพีเดียไทยเรียกว่าพระจีนคณานุรักษ์) แต่ปีไม่ตรงกัน วิกิพีเดียไทยให้ปีก่อตั้ง พ.ศ. 2117 (ค.ศ. 1574) ซึ่งเป็นปีเดียวกับปีที่ศิลาของเจ้าแม่ลงไว้ตามวิกิพีเดียอังกฤษ ปีย้ายรูปมีทั้ง 2407 (ค.ศ. 1864) ของวิกิพีเดียไทยที่เป็นปีบูรณะและสมโภช กับ 1879 ของวิกิพีเดียอังกฤษ ข้อนี้เราจึงไม่ฟันธง วิกิพีเดียไทยเรียกว่าศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในไทยในปัจจุบัน ซึ่งเป็นข้อความที่เราไม่พบแหล่งทางการยืนยัน
เทพที่ไหว้ในศาล
ประชาสัมพันธ์จังหวัดบอกว่าศาลเป็นที่ประดิษฐานรูปแกะสลักของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว พระหมอเจ้าแม่ทับทิม และพระอื่นอีกหลายองค์ ผู้ศรัทธามาจากทั้งในท้องถิ่น จีน มาเลเซียและสิงคโปร์ วิกิพีเดียอังกฤษเพิ่มว่ามีหม่าจู่ (เจ้าแม่ทับทิม) และพระฝูเต๋อเจิ้งเสินด้วย และรูปเจ้าแม่ตกแต่งด้วยสร้อยไข่มุก ผู้ศรัทธาบางคนก็สวมสร้อยไข่มุกด้วย รูปภาพของพระหมอและรูปเจ้าแม่ที่เผยแพร่บนคอมมอนส์ความละเอียดต่ำเกินไปสำหรับการใช้งานของเรา จึงไม่มีรูปเหล่านี้ในหน้านี้
Wongnai (รีวิวผู้ใช้) เล่าว่าการไหว้มีหลายจุดที่มีเลขกำกับและมีผู้ใหญ่คอยแนะนำ เราไม่ได้ตรวจเรื่องนี้ ถ้าไปควรดูป้ายและถามผู้ดูแล
พิธีและเทศกาล
ตารางด้านล่างแสดงสิ่งที่แหล่งต่าง ๆ เล่าเรื่องงานสมโภชประจำปี
| แหล่ง | วันจัดงาน | พิธี |
|---|---|---|
| วิกิท่องเที่ยว | ทุกปีหลังตรุษจีน 15 วัน | แห่รูปแกะสลัก เดินลุยไฟ ผู้เข้าร่วมงดเนื้อสัตว์ 7 วันก่อน |
| วิกิพีเดียอังกฤษ | เริ่มวันที่ 14 ของตรุษจีน วันที่ 15 แห่รูปเจ้าแม่กับรูปเทพอื่น 17 องค์ | แห่ข้ามแม่น้ำปัตตานีไปอาบน้ำที่สะพานเดชานุชิต และเดินลุยไฟที่ลานหน้าศาล |
| วิกิพีเดียไทย | "พิธีแห่เจ้าแม่เดือนสาม" | ชาวมุสลิมเชื้อสายจีนบางส่วนก็ไปชมขบวนเพื่อระลึกถึง |
| ประชาสัมพันธ์จังหวัด | ไม่ลงวัน บอกว่าจัดพิธีแห่เจ้าแม่ลุยน้ำทุกปีเพื่อรำลึกการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลของเจ้าแม่ และพิธีลุยไฟ | ศาลจัดอาคารที่พักค้างคืนและอัฒจันทร์ให้ชมพิธีลุยไฟ |
สองแหล่งแรกพูดคล้ายกันว่าเป็นช่วงสองสัปดาห์หลังตรุษจีน แต่ไม่ตรงกันเป๊ะ (15 วันหลังตรุษจีนกับวันที่ 14 และ 15) และวิกิพีเดียไทยเรียกว่าเดือนสาม ซึ่งอาจหมายถึงเดือนสามของปฏิทินจีนหรือของปฏิทินไทย เราไม่ได้ตรวจประกาศของศาลหรือจังหวัดสำหรับปี 2570 เมื่อสอบถามโดยตรงกับศาลที่เบอร์ 073-332851 จะได้วันจริง ตามที่เราคำนวณเอง ตรุษจีนปี 2570 ตรงกับ 6 ก.พ. 2570 ดังนั้นวันที่ 14 และ 15 ของเดือนหนึ่งจะอยู่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2570 แต่เป็นการคำนวณของเราเอง ยังไม่ได้ยืนยัน

หอนิทรรศน์สานอารยธรรมจังหวัดปัตตานี
ประชาสัมพันธ์จังหวัดแนะนำพิพิธภัณฑ์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ซึ่งดูแลโดยมูลนิธิเทพปูชนียสถาน (เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว) ปัตตานี ตั้งที่ถนนอาเนาะรู ตำบลอาเนาะรู โทร 073-332851 แฟกซ์ 073-311860 อาคารด้านหน้า 1 ชั้นและอาคารด้านหลัง 2 ชั้น แบ่งการจัดแสดงเป็น 9 จุด เริ่มจากประวัติปัตตานีและชุมชนจีน เรื่องพระหมอเชงจุ้ยโจวซือกงที่มีรูปปั้นแกะสลักบนหินแกรนิตสีเขียวจากจีน โมเดลชุมชนจีนฮกเกี้ยนและการเดินทางทางทะเล ประวัติเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวและป้ายฮวงซุ้ยที่นำมาจากสุสาน จุดที่ห้าคือเกี้ยวและเครื่องประกอบพิธีลุยน้ำและลุยไฟ ถัดไปห้องมัลติมีเดีย จากนั้นชั้นบนเป็นห้องคนรักปัตตานี ห้องรำลึกมหาราชที่แสดงภาพการเสด็จของพระมหากษัตริย์และเจ้านาย และห้องตลาดจีนเมืองปัตตานี เวลาเปิดและค่าเข้าไม่ลงในหน้านั้น จึงยังไม่ยืนยัน และควรโทรถาม
วิกิพีเดียไทยเล่าว่ามีพระมหากษัตริย์ไทยเสด็จมาที่ศาลสามพระองค์ คือรัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 9 ซึ่งตรงกับสิ่งที่ประชาสัมพันธ์จังหวัดบอกว่าห้องรำลึกมหาราชจัดแสดงภาพการเสด็จ
ตำนานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว
ตำนานเล่าต่างกันเล็กน้อยตามแหล่ง ในฉบับที่ ททท. เล่า (คู่มือรุ่นก่อน) ลิ้มกอเหนี่ยวเป็นหญิงสาวชาวจีนที่เดินทางมาด้วยเรือเพื่อตามหาพี่ชาย ผู้แต่งงานกับธิดาเจ้าเมืองปัตตานีและเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม เมื่อตามหาไม่สำเร็จจึงผูกคอตายบนต้นมะม่วงหิมพานต์ ชาวปัตตานีจึงสร้างศาลเพื่อรำลึกและแกะต้นไม้นั้นเป็นรูปของนาง วิกิพีเดียไทยเล่าว่าเธอไปตามหาเพราะมารดาคิดถึงลูกชาย และพี่ชายปฏิเสธเพราะกำลังสร้างมัสยิดกรือเซะ วิกิพีเดียอังกฤษเล่าว่าเธอสาบานจะไม่กลับจนกว่าจะพาพี่ชายกลับ แต่เขาไม่ยอม และเล่าอีกเรื่องหนึ่งว่าเธอเสียชีวิตหลังรบเคียงข้างพี่ชายต่อต้านกบฏในปัตตานี วิกิพีเดียอังกฤษและวิกิพีเดียไทยหน้าลิ้มกอเหนี่ยวยังบอกด้วยว่าไม่มีใครรู้ว่านางมีตัวตนจริงหรือไม่ และชื่อของนางไม่ชัด (คำว่า "กอเหนี่ยว" แปลว่าพรหมจารีหรือหญิงสาว) และชื่อของพี่ชายก็มีเรื่องเล่าว่าเป็นพ่อค้าหรือโจรสลัดจีนในสมัยหมิง
ข้อสังเกตของเราคือ ตำนานนี้ยังมีชีวิตอยู่ในการไหว้และการแห่ของชุมชน และวิกิพีเดียไทยเล่าว่าชาวไทยเชื้อสายจีนบางส่วนที่เปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลามและใช้ภาษามลายูแล้วก็ยังมีผู้ไปขอพรหรือบนบานกับเจ้าแม่ และในวันฮารีรายอจะมีการเซ่นสรวง การเล่าเรื่องนี้ในที่สาธารณะควรใช้ถ้อยคำที่ไม่ตัดสินใครว่าเรื่องใดจริงหรือเท็จ เพราะวิกิพีเดียไทยเองก็เขียนว่าตำนานที่ผูกกับคำสาปเคยเป็นปัญหากินแหนงแคลงใจระหว่างชาวไทยเชื้อสายมลายูและชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่
เดินทางไปกรือเซะและศาลเจ้า
วิกิท่องเที่ยวระบุว่ากรือเซะอยู่นอกตัวเมืองราว 5 กม. และไปได้ด้วยรถสองแถวสีเขียวเข้มสายยะริ่ง ขึ้นที่ถนนฤาดี แล้วบอกคนขับให้ลงที่กรือเซะ ประชาสัมพันธ์จังหวัดระบุ 7 กม. จากตัวเมือง ทั้งสองระยะต่างกันเพราะวัดจากจุดต่างกัน ข้อมูลรถสองแถวของวิกิท่องเที่ยวเป็นข้อมูลเก่าที่เราไม่ได้ตรวจกับปัจจุบัน ถ้าเดินทางจากโรงแรมในตัวเมือง การเรียกรถแท็กซี่ท้องถิ่นหรือจ้างมอเตอร์ไซค์ไปกลับเป็นวิธีที่เราคิดว่าง่ายที่สุด ซึ่งเป็นข้อเสนอของเรา ไม่ใช่ข้อมูลทางการ
ศาลเจ้าเล่งจูเกียงและหอนิทรรศน์อยู่ในย่านเมืองเก่าฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ เดินเที่ยวต่อไปยังตลาดจีนเก่าได้ตามที่เล่าในหน้าตัวเมืองปัตตานี ส่วนการไปถึงปัตตานีและแผนหนึ่งถึงสองวันอยู่ในหน้าเดินทางและแผนเที่ยว ถ้าสนใจวัดที่เล่าถึงตำนานเมืองเดียวกัน ดูวัดช้างให้และเมืองโบราณยะรัง
ช่วงเวลาที่น่าไป
เรายังไม่พบข้อมูลทางการเรื่องช่วงเวลาที่ดีที่สุด ข้อมูลที่พอใช้ได้คืองานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวหลังตรุษจีน ซึ่งเป็นเวลาที่ศาลคนมากที่สุด และศาลจัดอัฒจันทร์กับที่พักค้างคืนไว้สำหรับงานนี้ตามประชาสัมพันธ์จังหวัด ถ้าไม่ชอบที่แออัดให้เลี่ยงวันงาน
ที่เที่ยวอื่นในปัตตานี
ตัวเมืองและมัสยิดกลางอยู่ในตัวเมืองปัตตานี มัสยิดกลาง และเมืองเก่า เรื่องเมืองเก่าของรัฐสุลต่านอยู่ในวัดช้างให้และเมืองโบราณยะรัง ชายฝั่งอยู่ในชายหาดและหมู่บ้านประมง อุทยานแห่งชาติอยู่ในน้ำตกทรายขาวและอุทยานแห่งชาติ และที่พักอยู่ในที่พักปัตตานี
เคล็ดลับที่เป็นข้อเสนอของเรา
ข้อเสนอต่อไปนี้เป็นความเห็นของเราเอง ไม่ใช่ข้อมูลทางการ ไปมัสยิดกรือเซะก่อนเที่ยงเพื่อให้กลับทันก่อนสิบหกนาฬิกาตามเวลาที่หน่วยงานรัฐลงไว้ ถ้ามีการละหมาดให้รอนอกอาคารและไม่เดินผ่านแถวผู้ละหมาด ถ่ายภาพจากด้านนอกรั้วหรือมุมที่ไม่รบกวน และอย่าปีนกำแพงอิฐซึ่งเป็นโบราณสถาน สวมกางเกงหรือกระโปรงยาวเกินเข่าและเสื้อคลุมไหล่ พกเงินสดสำหรับธูปเทียนที่ศาลเจ้า เพราะเราไม่พบข้อมูลทางการว่ารับชำระวิธีอื่นหรือไม่ ถามผู้ดูแลก่อนถ่ายรูปรูปเคารพภายในศาล โทรถามเวลาเปิดและงานพิเศษกับศาลที่ 073-332851 ก่อนไปไกล และตรวจคำแนะนำของรัฐบาลประเทศของคุณในกล่องข้างบนอีกครั้งวันเดินทาง
สิ่งที่ยังยืนยันไม่ได้
| เรื่อง | สถานะ |
|---|---|
| เวลาเปิดมัสยิดกรือเซะปัจจุบัน (08:00-17:00 หรือ 07:00-21:00) | ยังไม่ยืนยัน ต้องถามท้องถิ่น |
| ค่าเข้ามัสยิด | ยังไม่ยืนยัน มีเว็บบรรณาธิการเว็บเดียวว่าฟรี |
| เบอร์โทรปัจจุบันของมัสยิดและศาล | ยังไม่ยืนยัน ลงเว็บปี 2564 |
| ปีสร้างมัสยิดและปีสร้างศาล | ยังไม่ยืนยัน แหล่งต่างกัน |
| วันจัดงานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวปี 2570 | ยังไม่ยืนยัน |
| เวลาเปิดและค่าเข้าหอนิทรรศน์ | ไม่พบข้อมูล |
| มีปืนใหญ่จำลองหน้ามัสยิดหรือไม่ | ยังไม่ยืนยัน มีเฉพาะวิกิพีเดียอังกฤษ |
| ประกาศปิดหรือปรับปรุงปี 2569 | ยังไม่ยืนยัน ไม่พบ ไม่ได้แปลว่าไม่มี |
| วิธีเดินทางด้วยรถสองแถวตามวิกิท่องเที่ยว | ข้อมูลเก่า ยังไม่ยืนยัน |
คำถามที่พบบ่อย
มัสยิดกรือเซะเปิดกี่โมง
ประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานีลงว่า 08:00-17:00 น. ตามข้อมูลลงเว็บ 5 ธ.ค. 2564 ส่วน Thai Holiday Guide ลง 07:00-21:00 น. ทุกวัน เป็นสองช่วงที่ต่างกันมาก เราเลือกช่วงของหน่วยงานรัฐเป็นหลักและแนะนำให้ไปถึงก่อนบ่ายสี่ ถ้าต้องการความแน่ใจให้โทร 073-413402
มัสยิดกรือเซะเสียค่าเข้าเท่าไร
เราไม่พบค่าเข้าในหน้าของหน่วยงานรัฐ Thai Holiday Guide ซึ่งไม่ใช่แหล่งทางการลงว่าเข้าฟรี จึงยังไม่ยืนยัน พกเงินสดเล็กน้อยไว้สำหรับบริจาคหรือที่จอดรถเผื่อไว้
ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวกับฮวงซุ้ยข้างกรือเซะเป็นที่เดียวกันไหม
ไม่ใช่ ศาลเจ้าเล่งจูเกียงอยู่ในตัวเมืองปัตตานีที่ถนนปะนาเระ ส่วนฮวงซุ้ยหรือสุสานอยู่ข้างมัสยิดกรือเซะ ประชาสัมพันธ์จังหวัดบอกว่าเดิมศพของเจ้าแม่ฝังอยู่ริมอ่าวปัตตานีแล้วย้ายมาที่ฮวงซุ้ยใกล้กรือเซะ และรูปแกะสลักประดิษฐานที่ศาลเจ้าในเมือง
คำสาปที่ทำให้มัสยิดสร้างไม่เสร็จเป็นเรื่องจริงไหม
เป็นตำนาน วิกิพีเดียไทยเขียนว่าการสำรวจของกรมศิลปากรพบว่าโดมพังเพราะโครงสร้างไม่แข็งแรง และไม่พบร่องรอยถูกเผาหรือฟ้าผ่า วิกิพีเดียอังกฤษเขียนว่าไม่มีหลักฐานว่าเคยถูกฟ้าผ่า เราเล่าตำนานเพราะเป็นเหตุผลที่คนมาที่นี่ และไม่ได้ถือว่าเป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์
งานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจัดเมื่อไร
แหล่งต่าง ๆ บอกว่าอยู่ในช่วงสองสัปดาห์หลังตรุษจีน วิกิท่องเที่ยวว่าหลังตรุษจีน 15 วัน วิกิพีเดียอังกฤษว่าเริ่มวันที่ 14 และแห่ในวันที่ 15 ตรุษจีนปี 2570 ตรงกับ 6 ก.พ. 2570 ตามที่เราคำนวณเอง จึงน่าจะอยู่ปลายกุมภาพันธ์ แต่ต้องถามศาลเจ้าหรือจังหวัดเพื่อวันที่จริง
เข้ามัสยิดกรือเซะต้องแต่งตัวอย่างไร
ททท. ในข้อความที่เราอ่านไว้ก่อนหน้าแนะนำให้แต่งกายสุภาพ Thai Holiday Guide ระบุให้คลุมไหล่และเข่าและพูดเบา ๆ ถ้ามีการละหมาด เป็นมัสยิดที่ยังใช้งานอยู่ ควรปฏิบัติแบบเดียวกับมัสยิดทั่วไป
เที่ยวกรือเซะปลอดภัยไหม
เราไม่ตัดสินแทนรัฐบาลและไม่มีความเห็นของเราเอง FCDO อังกฤษและรัฐบาลแคนาดามีคำแนะนำที่ระบุปัตตานีทั้งจังหวัด และสหรัฐฯ ระบุ "Exercise Increased Caution" สำหรับปัตตานี ยะลา นราธิวาส อ่านกล่องคำแนะนำด้านบนและหน้าตัวจริงของรัฐบาลประเทศคุณก่อนตัดสินใจ
แหล่งข้อมูลทางการและอ่านเพิ่มเติม
- สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี มัสยิดกรือเซะ (หน่วยงานรัฐ ข้อมูลจากสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ลงเว็บ 5 ธ.ค. 2564 อ่านตรง 19 ต.ค. 2569)
- สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว (หน่วยงานรัฐ ลงเว็บ 5 ธ.ค. 2564 อ่านตรง 19 ต.ค. 2569)
- สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี หอนิทรรศน์สานอารยธรรมจังหวัดปัตตานี (พิพิธภัณฑ์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว) (หน่วยงานรัฐ ลงเว็บ 5 ธ.ค. 2564 อ่านตรง 19 ต.ค. 2569)
- ททท. มัสยิดกรือเซะและสุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว (ทางการ ตอบ 403 กับเครื่องมือของเรา ใช้ข้อความที่อ่านไว้ในคู่มือรุ่นก่อน 16 ต.ค. 2569)
- Thai Holiday Guide Krue Se Mosque (ไม่ใช่แหล่งทางการ ปรับปรุง ก.ค. 2569 อ่าน 19 ต.ค. 2569)
- วิกิพีเดียภาษาไทย มัสยิดกรือเซะ (ไม่ใช่แหล่งทางการ อ่าน 19 ต.ค. 2569)
- วิกิพีเดียอังกฤษ Krue Se Mosque (ไม่ใช่แหล่งทางการ อ่าน 19 ต.ค. 2569)
- วิกิพีเดียภาษาไทย ศาลเจ้าเล่งจูเกียง (ไม่ใช่แหล่งทางการ อ่าน 19 ต.ค. 2569)
- วิกิพีเดียอังกฤษ Lim Ko Niao (ไม่ใช่แหล่งทางการ อ่าน 19 ต.ค. 2569)
- วิกิท่องเที่ยว Pattani (ไม่ใช่แหล่งทางการ อ่าน 19 ต.ค. 2569)
- FCDO อังกฤษ Thailand warnings and insurance (ทางการ อ่านตรง 19 ต.ค. 2569)
- รัฐบาลแคนาดา Thailand travel advice (ทางการ อ่านตรง 19 ต.ค. 2569)
ราคา ตารางเวลา และกฎการเข้าเมืองเปลี่ยนได้ ตัวเลขในหน้านี้เป็นค่าประมาณ ณ ปี 2569 (2026) โปรดยืนยันกับหน้าทางการหรือผู้ให้บริการก่อนจอง พบข้อมูลล้าสมัยหรือไม่? แจ้งเรา.




