โฆษณา: บางลิงก์จองและซื้อตั๋วในเว็บนี้เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate) อาจทำให้เราได้ค่าคอมมิชชันโดยคุณไม่เสียเพิ่ม ส่วนปุ่มอื่นเป็นลิงก์ธรรมดาที่เราไม่ได้ค่าตอบแทน รายละเอียด
วัฒนธรรมวางแผน

มัสยิดกรือเซะ ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เวลา สุสาน ปัตตานี

กรือเซะและลิ้มกอเหนี่ยว ปัตตานี กรือเซะเปิด 08:00-17:00 ศาลเจ้า 08:00-20:00 ตามประชาสัมพันธ์จังหวัด เวลาแหล่งอื่นต่างกัน ตรวจ 19 ต.ค. 2569

อัปเดต 2026-10-19 · 15 นาทีอ่าน · โดยทีมบรรณาธิการ AsiaRoamer

ภาพประกอบ ปัตตานี: มัสยิดกรือเซะ ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เวลา สุสาน ปัตตานี
ภาพ: Amraam1, CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons

ถ้าพูดถึงปัตตานี คนส่วนใหญ่นึกถึงสองที่นี้ก่อน คือมัสยิดอิฐเก่าที่ไม่มีโดมริมทางหลวง 42 กับศาลเจ้าจีนที่ชาวจีนในภาคใต้และมาเลเซียมากราบกัน สองแห่งนี้ผูกกันด้วยตำนานเดียวกัน คือเรื่องของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวที่ว่ากันว่าสาปให้มัสยิดสร้างไม่เสร็จ แต่ในความเป็นจริงมีสถานที่สามจุดที่คนมักปนกัน คือมัสยิดกรือเซะ ฮวงซุ้ยหรือสุสานที่อยู่ข้างมัสยิด และศาลเจ้าเล่งจูเกียงที่อยู่ในตัวเมืองห่างออกไปหลายกิโลเมตร หน้านี้แยกสามจุดนี้ให้ชัด บอกเวลาและเบอร์ที่หน่วยงานรัฐลงไว้ และแสดงตารางตรงที่แหล่งข้อมูลพูดไม่ตรงกันโดยไม่เฉลี่ยตัวเลข

เราไม่ได้ไปที่นั่นเอง ข้อมูลมาจากหน้าเว็บที่เปิดอ่านเมื่อ 19 ต.ค. 2569 หน้าของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานีเป็นหน้าหน่วยงานรัฐที่เปิดอ่านได้ แต่ลงวันที่ 5 ธ.ค. 2564 ซึ่งเก่ากว่าสี่ปี เวลาเปิดและเบอร์โทรอาจเปลี่ยนไปแล้ว หน้า ททท. ตอบ HTTP 403 กับเครื่องมือของเรา จึงใช้ได้เฉพาะข้อความที่ทีมเราอ่านไว้ในคู่มือจังหวัดรุ่นก่อน ภาพรวมของจังหวัดอยู่ในคู่มือเที่ยวปัตตานี ตัวเมืองและมัสยิดกลางอยู่ในหน้าตัวเมืองปัตตานี

หมายเหตุ

คำแนะนำการเดินทางสำหรับปัตตานี ตรวจเมื่อ 19 ต.ค. 2569 (ฉบับสั้น อ่านฉบับเต็มที่คู่มือเที่ยวปัตตานี) สถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ตอนล่างยังดำเนินอยู่ และรัฐบาลต่างประเทศมีคำแนะนำเฉพาะปัตตานี FCDO อังกฤษ ระบุว่า "advises against all but essential travel" ไปปัตตานี ยะลา นราธิวาสและบางอำเภอของสงขลา (หน้าเขียนว่ายังใช้ได้ ณ 19 ต.ค. 2569) และเตือนว่าประกันการเดินทางอาจใช้ไม่ได้หากเดินทางขัดกับคำแนะนำ แคนาดา ระบุ "Avoid all travel" ไปปัตตานี ยะลา นราธิวาสและสงขลาตอนใต้ สหรัฐฯ ระบุ "Exercise Increased Caution" ในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส เพราะความเสี่ยงของความไม่สงบ ส่วนภาพรวมทั้งประเทศคือ Level 1 "Exercise Normal Precautions" (ประกาศ 7 ก.ค. 2569 เราอ่านเฉพาะสรุปในฟีดของกระทรวง ไม่ได้อ่านหน้าเต็ม) ออสเตรเลีย เราอ่านหน้า Smartraveller โดยตรงในเบราว์เซอร์เมื่อ 19 ต.ค. 2569 ระดับภาพรวมคือ "Exercise a high degree of caution" และสำหรับสามจังหวัดนี้คือ "Reconsider your need to travel" ไม่ได้ระบุสงขลาในคำแนะนำนี้ เราไม่มีความเห็นของเราเองและไม่ได้บอกว่าที่ใดปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย ตรวจหน้าตัวจริงของรัฐบาลประเทศคุณอีกครั้งก่อนจอง

อำเภอเมืองปัตตานี ซึ่งเป็นที่ตั้งของทุกจุดในหน้านี้ ถูกระบุอยู่ในรายการอำเภอที่ครอบคลุมโดยพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ฉบับที่ขยายครั้งที่ 85 ช่วง 20 ก.ค. ถึง 19 ต.ค. 2569 ตามข่าวไทยพีบีเอสวันที่ 14 ก.ค. 2569 สิ้นสุดวันนี้ และเรายังไม่พบข่าวการขยายรอบต่อไป

ซากอิฐของมัสยิดกรือเซะ อำเภอเมืองปัตตานี ภาพของ Amraam1 ใบอนุญาต CC BY-SA 3.0 Wikimedia Commons
ซากอิฐของมัสยิดกรือเซะ อำเภอเมืองปัตตานี ภาพของ Amraam1 ใบอนุญาต CC BY-SA 3.0 Wikimedia Commons ภาพ: Amraam1, CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons

ข้อมูลที่ตรวจแล้ว และสิ่งที่ยืนยันไม่ได้

เรื่องที่เราพบแหล่งและสถานะ
ชื่อเรียกมัสยิดกรือเซะ (มลายู Masjid Kersik) มัสยิดสุลต่านมูซัฟฟาร์ชาห์ มัสยิดปิตูกรือบันวิกิพีเดียไทย ไม่ใช่แหล่งทางการ
ที่อยู่บ้านกรือเซะ ต.ตันหยงลุโละ อ.เมืองปัตตานี ตามทางหลวง 42 ห่างตัวเมืองราว 7 กม.ประชาสัมพันธ์จังหวัด หน่วยงานรัฐ ลงเว็บ 2564
เวลาทำการ08:00-17:00 น.ประชาสัมพันธ์จังหวัด ลงเว็บ 2564 ยังไม่ยืนยันปัจจุบัน
โทรศัพท์073-413402 และ 087-2878780ประชาสัมพันธ์จังหวัด ลงเว็บ 2564 ยังไม่ยืนยันปัจจุบัน
สถานะทางกฎหมายกรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปี 2478ประชาสัมพันธ์จังหวัด ตรงกับ ททท. ที่ใช้ในคู่มือรุ่นก่อน และวิกิพีเดียอังกฤษ (ค.ศ. 1935)
การบูรณะซ่อมแซมปี 2500 2525 และ 2547ประชาสัมพันธ์จังหวัด วิกิพีเดียอังกฤษให้ 1957 1982 และ 2005
ขนาดอาคารกว้าง 15.10 เมตร ยาว 29.60 เมตร สูงจากพื้นถึงเพดาน 6.50 เมตร ไม่มีโดมวิกิพีเดียอังกฤษ และ Wongnai ตรงกัน ไม่ใช่แหล่งทางการ
ค่าเข้าฟรีThai Holiday Guide เท่านั้น ยังไม่ยืนยันจากหน่วยดูแล
ใช้ประกอบศาสนกิจยังใช้ละหมาดทุกวันททท. (คู่มือรุ่นก่อน) และ Thai Holiday Guide ตรงกัน
ศาลเจ้าเล่งจูเกียง63 ถ.ปะนาเระ ต.อาเนาะรู เปิด 08:00-20:00 น. โทร 073-332851 และ 081-8979749ประชาสัมพันธ์จังหวัด ลงเว็บ 2564
หอนิทรรศน์สานอารยธรรมฯถ.อาเนาะรู โทร 073-332851 แฟกซ์ 073-311860ประชาสัมพันธ์จังหวัด เวลาเปิดไม่ลง ยังไม่ยืนยัน
ประกาศปิดหรือปรับปรุงปี 2569ไม่พบบนหน้าที่ตรวจยังไม่ยืนยัน ไม่พบ ไม่ได้แปลว่าไม่มี เฟซบุ๊กของหน่วยงานเราไม่ได้เปิดอ่าน

ตรงไหนที่แหล่งข้อมูลพูดไม่ตรงกัน

เวลาเปิดมัสยิดกรือเซะ

แหล่งเวลาวันที่ข้อมูล
ประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี (ข้อมูลของสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด)08:00-17:00 น.ลงเว็บ 5 ธ.ค. 2564
Thai Holiday Guide07:00-21:00 น. ทุกวันปรับปรุง ก.ค. 2569
ททท. (คู่มือรุ่นก่อน)ไม่ลงเวลาของมัสยิด ลงเวลาของสุสานเจ้าแม่ 08:00-17:00 น.อ่าน 16 ต.ค. 2569

แหล่งที่ใหม่กว่าให้ช่วงเวลากว้างกว่ามาก แต่เป็นเว็บบรรณาธิการที่ไม่ได้บอกว่าได้ข้อมูลมาจากไหน ส่วนหน้าของรัฐเก่าและแคบกว่า เรามองว่ามัสยิดเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจที่เปิดให้คนเข้าได้ในเวลากลางวัน จึงเชื่อช่วงของหน่วยงานรัฐเป็นหลักสำหรับการวางแผน (มาถึงก่อน 16:00 จะปลอดภัยกว่า) และถือว่าช่วงของเว็บบรรณาธิการเป็นเพียงข้อสังเกต ถ้าเดินทางไกลมาเพราะที่นี่ ควรโทรถามเบอร์ท้องถิ่นก่อน

อายุและผู้สร้างมัสยิด

แหล่งที่ระบุลักษณะแหล่ง
ประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานีสร้างสมัยสุลต่านมูซัฟฟาร์ชาห์ ออกแบบโดยซัยคซอฟียุดดีน แห่งปอเนาะกรือเซะในสมัยรายาฮีเยาหน่วยงานรัฐ ข้อความตัวเลขปีในหน้ามีส่วนที่อ่านไม่สอดคล้อง
วิกิพีเดียไทยเก่าแก่กว่า 450 ปี สันนิษฐานว่าสร้างพุทธศตวรรษที่ 22 ยังเถียงกันว่าสมัยมูซัฟฟาร์ชาห์หรือรายาบีรูไม่ใช่แหล่งทางการ
วิกิพีเดียอังกฤษหลายสมมุติฐาน เช่น ราว ค.ศ. 1578-93 หรือ 1656-88 หรือหลัง 1785 ที่ว่ากันว่ามีการสร้างใหม่ในสมัยตวนสุหลง (ค.ศ. 1816-1832)ไม่ใช่แหล่งทางการ
ททท. (คู่มือรุ่นก่อน)อายุเกิน 200 ปี เชื่อว่าสร้างสมัยอยุธยาทางการ ข้อความที่อ่านไว้ก่อนหน้า
วิกิท่องเที่ยวมัสยิดศตวรรษที่ 16ไม่ใช่แหล่งทางการ

ไม่มีแหล่งไหนยืนยันปีสร้างที่แน่นอน และวิกิพีเดียอังกฤษเองบอกตรง ๆ ว่ายังไม่ชัดและอาจสร้างซ้ำที่เดิมหลายครั้ง สิ่งที่แหล่งส่วนใหญ่ตรงกันคือเป็นอาคารอิฐเก่ามาก มีเสากลมและช่องประตูโค้งแหลม และถูกทิ้งร้างหลังปัตตานีถูกสยามตีในปี 2329 เราจึงไม่ระบุตัวเลขอายุ และขอให้ผู้อ่านอ่านทุกตัวเลขเป็นสมมุติฐาน

เรื่องที่ว่ามัสยิดสร้างไม่เสร็จเพราะคำสาป

เรื่องเล่าที่ใช้ได้ทั้งในวิกิพีเดียอังกฤษและไทยบอกว่าลิ้มโต๊ะเคี่ยมพี่ชายกำลังสร้างมัสยิด น้องสาวไม่สามารถชวนกลับจีนได้จึงสาปไว้ ว่าจะสร้างไม่เสร็จ และมีฟ้าผ่าทุกครั้งที่พยายามสร้างต่อ วิกิพีเดียไทยเขียนว่าการสำรวจและบูรณะของกรมศิลปากรพบว่าโครงสร้างโดมไม่แข็งแรงและขาดสมดุลจึงพังทลาย และไม่พบร่องรอยถูกเผาหรือถูกฟ้าผ่าตามตำนาน วิกิพีเดียอังกฤษเขียนว่าไม่มีหลักฐานว่าอาคารเคยถูกฟ้าผ่า เราเล่าตำนานให้อ่านเพราะเป็นเหตุผลที่คนมาที่นี่ แต่ไม่ถือว่าเป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์

มัสยิดกรือเซะ

จากริมทางหลวง 42 ที่ผ่านบ้านกรือเซะ จะเห็นอาคารอิฐแดงเก่าหลังหนึ่งตั้งอยู่ในสนามหญ้าเขียวที่มีรั้วเตี้ยล้อม ไม่มีโดมและไม่มีหลังคาให้เห็นเป็นยอดสูง เสากลมเรียงเป็นแถว ช่องประตูและหน้าต่างเป็นโค้งแหลม ผนังเป็นอิฐ ซึ่ง Thai Holiday Guide บอกว่าเป็นอิฐเปลือยไม่ฉาบปูน ส่วน Wongnai เรียกว่าอาคารก่ออิฐถือปูน สองแหล่งนี้ขัดกันและเราไม่ยืนยันว่าปัจจุบันเห็นอิฐเปลือยหรือมีปูนฉาบ ตามที่วิกิพีเดียอังกฤษและ Wongnai ระบุ ฐานอาคารกว้าง 15.10 เมตร ยาว 29.60 เมตร และสูงจากพื้นถึงเพดาน 6.50 เมตร เรียกว่าอิฐสมัยอยุธยาตอนปลาย และที่ฐานมีอิฐรูปแบบคล้ายอิฐสมัยทวารวดีปนอยู่บ้าง ซึ่งวิกิพีเดียอังกฤษบอกว่าอาจเป็นอิฐที่เอามาจากที่อื่นและเก่ากว่าตัวมัสยิดเอง

มัสยิดกรือเซะมองจากสนามหญ้าฝั่งรั้ว ไฟล์ชื่อ Kresek Musjid ภาพของ Oisamu ใบอนุญาต CC BY-SA 4.0 Wikimedia Commons ไม่ระบุปีที่ถ่าย
มัสยิดกรือเซะมองจากสนามหญ้าฝั่งรั้ว ไฟล์ชื่อ Kresek Musjid ภาพของ Oisamu ใบอนุญาต CC BY-SA 4.0 Wikimedia Commons ไม่ระบุปีที่ถ่าย ภาพ: Oisamu, CC BY-SA 4.0 / Wikimedia Commons

ชื่อ "ปิตูกรือบัน" ที่วิกิพีเดียไทยให้ไว้เรียกตามรูปประตู คำว่า "ปิตู" แปลว่าประตู และ "กรือบัน" แปลว่าช่องประตูที่มีรูปโค้ง ส่วนชื่อกรือเซะ (Kerisik) เรียกตามพื้นที่บ้านกรือเซะ ซึ่งวิกิพีเดียอังกฤษระบุว่าน่าจะมาจากคำมลายู "gersek" ที่แปลว่าทรายหยาบ

เมื่อไปดูควรรู้ว่า ททท. ในข้อความที่อ่านไว้ก่อนหน้าและ Thai Holiday Guide ตรงกันว่ามัสยิดยังเป็นที่ประกอบศาสนกิจ ผู้เข้าชมจึงควรแต่งกายสุภาพ ไหล่และเข่าคลุม Thai Holiday Guide แนะนำให้พูดเบา ๆ ถ้ามีการละหมาดอยู่ วิกิท่องเที่ยวระบุว่ามัสยิดใช้ในเวลาละหมาดห้าเวลาแต่ไม่ใช้ละหมาดวันศุกร์ ข้อนี้เราไม่พบแหล่งอื่นยืนยัน ให้ถามในพื้นที่ว่าเวลาละหมาดแต่ละรอบเป็นอย่างไรและขอบเขตการถ่ายภาพ

ประวัติศาสตร์ที่มีหลักฐานเอกสาร

วิกิพีเดียอังกฤษอ้างถึงพงศาวดารปัตตานี (Hikayat Patani) ที่ว่าในสมัยสุลต่านมูซัฟฟาร์ชาห์ (สิ้นพระชนม์ค.ศ. 1564 ตามบทความ) มีการสร้างมัสยิดสองแห่ง แห่งหนึ่งอยู่นอกประตูเมือง (Pintu Gerbang) ข้างลานเมือง ซึ่งอาจเป็นที่ตั้งของมัสยิดกรือเซะปัจจุบัน และอ้างรายงานชาวดัตช์ ค.ศ. 1603 ของ Jacob van Neck ว่ามัสยิดหลักของปัตตานีสร้างด้วยอิฐแดงโดยช่างจีนอย่างประณีต อีกบันทึกของ Johan Nieuhof ในศตวรรษที่ 17 บรรยายว่าเป็นอาคารอิฐแดง ภายในปิดทอง เราไม่ทราบว่าบันทึกเหล่านี้หมายถึงอาคารที่เห็นในวันนี้หรือไม่ และบทความเองก็บอกว่ามัสยิดอาจถูกสร้างหลายครั้งที่เดิม

หลังปัตตานีถูกสยามตีเมืองในปี 2329 วิกิพีเดียอังกฤษและประชาสัมพันธ์จังหวัดตรงกันว่าเมืองเสียหาย และมัสยิดอาจถูกทิ้งร้าง วิกิพีเดียไทยเล่าว่าราชวงศ์กลันตันที่ปกครองปัตตานีถัดมาย้ายศูนย์กลางเมืองไปที่บานาและจะบังติกอ ทำให้มัสยิดกรือเซะถูกทิ้งให้โรยราไป

เหตุการณ์ 28 เมษายน 2547

มัสยิดแห่งนี้เป็นที่ที่เกิดเหตุการณ์รุนแรงวันที่ 28 เมษายน 2547 ตามที่วิกิพีเดียทั้งไทยและอังกฤษเล่า วันนั้นมีการโจมตีป้อมตำรวจและจุดทหารหลายแห่งในสามจังหวัดชายแดนใต้ และกลุ่มคนจำนวนหนึ่งเข้าไปอยู่ในมัสยิด ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าปฏิบัติการจนมีผู้เสียชีวิตในมัสยิดทั้งหมด จำนวนผู้เสียชีวิตที่มัสยิดไม่ตรงกันตามแหล่ง วิกิพีเดียไทยระบุ 34 ราย วิกิพีเดียอังกฤษและวิกิท่องเที่ยวระบุ 32 ราย วิกิพีเดียไทยหน้าอำเภอเมืองปัตตานีให้รวม 34 รายเมื่อนับเจ้าหน้าที่ด้วย วิกิพีเดียอังกฤษเขียนว่ามีการสอบสวนระดับนานาชาติซึ่งสรุปว่าฝ่ายทหารใช้กำลังเกินกว่าเหตุ และวิกิพีเดียไทยเขียนว่ารายงานของคณะกรรมการที่รัฐบาลตั้งไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะ เราไม่ได้ตรวจเอกสารต้นทางของข้อสรุปเหล่านี้ จึงไม่ให้น้ำหนักสรุปใด เราเล่าเรื่องนี้ไว้เพราะเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ของที่นี่ที่ผู้เยี่ยมชมน่าจะรู้ และเพราะ Thai Holiday Guide เองก็ระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ของที่นี่ที่ไม่ได้เป็นตัวกำหนดการเยี่ยมชมในวันนี้ และเขียนว่าในปัจจุบันสถานที่ทำหน้าที่เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจและโบราณสถาน

วิกิพีเดียอังกฤษยังเล่าว่าเมื่อปี 2556 มีการทำปืนใหญ่พญาตานีจำลองไปวางหน้ามัสยิด และถูกระเบิดเสียหาย เพราะผู้ก่อเหตุมองว่าเป็นของปลอมและต้องการให้คืนปืนใหญ่ต้นฉบับซึ่งถูกนำไปกรุงเทพฯ เมื่อปี 2329 ตามแหล่งนั้น เราไม่ทราบว่าปัจจุบันมีปืนจำลองอยู่หน้ามัสยิดหรือไม่ และไม่ได้ตรวจแหล่งต้นทางของข้อความนี้

ฮวงซุ้ยเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวข้างมัสยิด

ข้างมัสยิดมีสุสานหรือฮวงซุ้ยที่เรียกว่าของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ในข้อความที่เราอ่านจาก ททท. ในคู่มือรุ่นก่อน สุสานจีนนี้เปิดทุกวัน 08:00 ถึง 17:00 น. อยู่ห่างตัวเมืองไปทางตะวันออกเล็กน้อยใกล้มัสยิดกรือเซะ และให้เบอร์สอบถาม 0 7352 2411 เบอร์นี้ ททท. ใช้กับบ้านปาเสยะวอด้วยในข้อความเดียวกัน ซึ่งทำให้เราเห็นว่าเบอร์นี้น่าจะเป็นเบอร์ของสำนักงาน ททท. มากกว่าเบอร์ของสุสาน จึงไม่นำไปใช้เป็นเบอร์โทรของที่นี่

วิกิพีเดียอังกฤษเล่าว่าศิลาหน้าหลุมของเจ้าแม่ที่ว่าพี่ชายสร้างลงปี ค.ศ. 1574 แต่อาจทำขึ้นราวต้นศตวรรษที่ 20 และเชื่อกันว่าที่ฝังศพเดิมอยู่ริมท่าเรือที่ตอนนี้ถูกทะเลท่วม จึงย้ายสุสานมาข้างมัสยิดกรือเซะราวปี ค.ศ. 1919 ประชาสัมพันธ์จังหวัดเขียนใกล้เคียงกันว่าเดิมศพฝังริมอ่าวปัตตานี ต่อมาทะเลกัดเซาะจนฮวงซุ้ยจมอยู่ในอ่าว ปัจจุบันจึงอัญเชิญมาประดิษฐานที่ฮวงซุ้ยใกล้มัสยิดกรือเซะ เรื่องปีสร้างศิลาและปีย้ายที่ ไม่มีแหล่งทางการยืนยัน

ศาลเจ้าเล่งจูเกียงในตัวเมือง

ศาลเจ้าที่คนนิยมไปไหว้เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจริง ๆ คือศาลเจ้าเล่งจูเกียง (靈慈宮) ในตัวเมืองปัตตานี ไม่ใช่ฮวงซุ้ยข้างกรือเซะ ประชาสัมพันธ์จังหวัดลงที่อยู่ 63 ถนนปะนาเระ ตำบลอาเนาะรู เปิด 08:00 ถึง 20:00 น. โทร 073-332851 และ 081-8979749 ส่วนวิกิพีเดียไทยบรรยายว่าตั้งอยู่เชิงสะพานเดชานุชิต ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดปัตตานีและใกล้เคียง ที่อยู่สองแบบนี้ไม่ได้ขัดกัน ถนนและสะพานอยู่ในย่านเดียวกัน แต่เราไม่ได้ตรวจแผนที่ให้เห็นว่าอยู่จุดเดียวกัน

ศาลเจ้าเล่งจูเกียงในช่วงเตรียมงานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ตกแต่งด้วยโคมแดง ภาพของ กิตติ เลขะกุล ใบอนุญาต CC BY 3.0 Wikimedia Commons ถ่ายปี 2555
ศาลเจ้าเล่งจูเกียงในช่วงเตรียมงานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ตกแต่งด้วยโคมแดง ภาพของ กิตติ เลขะกุล ใบอนุญาต CC BY 3.0 Wikimedia Commons ถ่ายปี 2555 ภาพ: กิตติ เลขะกุล, CC BY 3.0 / Wikimedia Commons
ด้านหน้าศาลเจ้าเล่งจูเกียง ตัวเมืองปัตตานี ภาพของ Piyawat Chongkaichak ใบอนุญาต CC BY-SA 4.0 Wikimedia Commons ไม่ระบุปีที่ถ่าย
ด้านหน้าศาลเจ้าเล่งจูเกียง ตัวเมืองปัตตานี ภาพของ Piyawat Chongkaichak ใบอนุญาต CC BY-SA 4.0 Wikimedia Commons ไม่ระบุปีที่ถ่าย ภาพ: Piyawat Chongkaichak, CC BY-SA 4.0 / Wikimedia Commons

ประวัติของศาล

แหล่งที่ระบุเรื่องก่อตั้งและย้ายรูปลักษณะ
วิกิพีเดียไทยก่อตั้งโดยชาวจีนปี 2117 เดิมชื่อศาลเจ้าซูก๋ง มีโจ๊วซูก๋ง (พระหมอ) เป็นเทพหลัก บูรณะและจัดสมโภชปี 2407 แล้วพระจีนคณานุรักษ์อัญเชิญเจ้าแม่จากกรือเซะมาประดิษฐานและเรียกชื่อศาลใหม่ไม่ใช่แหล่งทางการ
วิกิพีเดียอังกฤษมีบันทึกว่ามีศาลที่กัวลาเบอกะห์ ปี ค.ศ. 1547 เป็นศาลของโจ๊วซูก๋งที่เก่าที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่รู้จัก และผู้นำชาวจีนชื่อหลวงจีนคณานุรักษ์ซ่อมศาลและย้ายรูปมาในปี ค.ศ. 1879 บูรณะบางส่วนปี 1912 และ 1969ไม่ใช่แหล่งทางการ

สองแหล่งตรงกันที่ตัวละครหลักคือศาลเดิมของโจ๊วซูก๋ง และผู้นำชาวจีนชื่อคณานุรักษ์ที่ย้ายรูปแกะสลักของเจ้าแม่มาประดิษฐาน (วิกิพีเดียไทยเรียกว่าพระจีนคณานุรักษ์) แต่ปีไม่ตรงกัน วิกิพีเดียไทยให้ปีก่อตั้ง พ.ศ. 2117 (ค.ศ. 1574) ซึ่งเป็นปีเดียวกับปีที่ศิลาของเจ้าแม่ลงไว้ตามวิกิพีเดียอังกฤษ ปีย้ายรูปมีทั้ง 2407 (ค.ศ. 1864) ของวิกิพีเดียไทยที่เป็นปีบูรณะและสมโภช กับ 1879 ของวิกิพีเดียอังกฤษ ข้อนี้เราจึงไม่ฟันธง วิกิพีเดียไทยเรียกว่าศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในไทยในปัจจุบัน ซึ่งเป็นข้อความที่เราไม่พบแหล่งทางการยืนยัน

เทพที่ไหว้ในศาล

ประชาสัมพันธ์จังหวัดบอกว่าศาลเป็นที่ประดิษฐานรูปแกะสลักของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว พระหมอเจ้าแม่ทับทิม และพระอื่นอีกหลายองค์ ผู้ศรัทธามาจากทั้งในท้องถิ่น จีน มาเลเซียและสิงคโปร์ วิกิพีเดียอังกฤษเพิ่มว่ามีหม่าจู่ (เจ้าแม่ทับทิม) และพระฝูเต๋อเจิ้งเสินด้วย และรูปเจ้าแม่ตกแต่งด้วยสร้อยไข่มุก ผู้ศรัทธาบางคนก็สวมสร้อยไข่มุกด้วย รูปภาพของพระหมอและรูปเจ้าแม่ที่เผยแพร่บนคอมมอนส์ความละเอียดต่ำเกินไปสำหรับการใช้งานของเรา จึงไม่มีรูปเหล่านี้ในหน้านี้

Wongnai (รีวิวผู้ใช้) เล่าว่าการไหว้มีหลายจุดที่มีเลขกำกับและมีผู้ใหญ่คอยแนะนำ เราไม่ได้ตรวจเรื่องนี้ ถ้าไปควรดูป้ายและถามผู้ดูแล

พิธีและเทศกาล

ตารางด้านล่างแสดงสิ่งที่แหล่งต่าง ๆ เล่าเรื่องงานสมโภชประจำปี

แหล่งวันจัดงานพิธี
วิกิท่องเที่ยวทุกปีหลังตรุษจีน 15 วันแห่รูปแกะสลัก เดินลุยไฟ ผู้เข้าร่วมงดเนื้อสัตว์ 7 วันก่อน
วิกิพีเดียอังกฤษเริ่มวันที่ 14 ของตรุษจีน วันที่ 15 แห่รูปเจ้าแม่กับรูปเทพอื่น 17 องค์แห่ข้ามแม่น้ำปัตตานีไปอาบน้ำที่สะพานเดชานุชิต และเดินลุยไฟที่ลานหน้าศาล
วิกิพีเดียไทย"พิธีแห่เจ้าแม่เดือนสาม"ชาวมุสลิมเชื้อสายจีนบางส่วนก็ไปชมขบวนเพื่อระลึกถึง
ประชาสัมพันธ์จังหวัดไม่ลงวัน บอกว่าจัดพิธีแห่เจ้าแม่ลุยน้ำทุกปีเพื่อรำลึกการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลของเจ้าแม่ และพิธีลุยไฟศาลจัดอาคารที่พักค้างคืนและอัฒจันทร์ให้ชมพิธีลุยไฟ

สองแหล่งแรกพูดคล้ายกันว่าเป็นช่วงสองสัปดาห์หลังตรุษจีน แต่ไม่ตรงกันเป๊ะ (15 วันหลังตรุษจีนกับวันที่ 14 และ 15) และวิกิพีเดียไทยเรียกว่าเดือนสาม ซึ่งอาจหมายถึงเดือนสามของปฏิทินจีนหรือของปฏิทินไทย เราไม่ได้ตรวจประกาศของศาลหรือจังหวัดสำหรับปี 2570 เมื่อสอบถามโดยตรงกับศาลที่เบอร์ 073-332851 จะได้วันจริง ตามที่เราคำนวณเอง ตรุษจีนปี 2570 ตรงกับ 6 ก.พ. 2570 ดังนั้นวันที่ 14 และ 15 ของเดือนหนึ่งจะอยู่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2570 แต่เป็นการคำนวณของเราเอง ยังไม่ได้ยืนยัน

ศาลเจ้าเล่งจูเกียงตอนกลางคืน ภาพของ กิตติ เลขะกุล ใบอนุญาต CC BY 3.0 Wikimedia Commons ถ่ายปี 2555
ศาลเจ้าเล่งจูเกียงตอนกลางคืน ภาพของ กิตติ เลขะกุล ใบอนุญาต CC BY 3.0 Wikimedia Commons ถ่ายปี 2555 ภาพ: กิตติ เลขะกุล, CC BY 3.0 / Wikimedia Commons

หอนิทรรศน์สานอารยธรรมจังหวัดปัตตานี

ประชาสัมพันธ์จังหวัดแนะนำพิพิธภัณฑ์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ซึ่งดูแลโดยมูลนิธิเทพปูชนียสถาน (เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว) ปัตตานี ตั้งที่ถนนอาเนาะรู ตำบลอาเนาะรู โทร 073-332851 แฟกซ์ 073-311860 อาคารด้านหน้า 1 ชั้นและอาคารด้านหลัง 2 ชั้น แบ่งการจัดแสดงเป็น 9 จุด เริ่มจากประวัติปัตตานีและชุมชนจีน เรื่องพระหมอเชงจุ้ยโจวซือกงที่มีรูปปั้นแกะสลักบนหินแกรนิตสีเขียวจากจีน โมเดลชุมชนจีนฮกเกี้ยนและการเดินทางทางทะเล ประวัติเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวและป้ายฮวงซุ้ยที่นำมาจากสุสาน จุดที่ห้าคือเกี้ยวและเครื่องประกอบพิธีลุยน้ำและลุยไฟ ถัดไปห้องมัลติมีเดีย จากนั้นชั้นบนเป็นห้องคนรักปัตตานี ห้องรำลึกมหาราชที่แสดงภาพการเสด็จของพระมหากษัตริย์และเจ้านาย และห้องตลาดจีนเมืองปัตตานี เวลาเปิดและค่าเข้าไม่ลงในหน้านั้น จึงยังไม่ยืนยัน และควรโทรถาม

วิกิพีเดียไทยเล่าว่ามีพระมหากษัตริย์ไทยเสด็จมาที่ศาลสามพระองค์ คือรัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 9 ซึ่งตรงกับสิ่งที่ประชาสัมพันธ์จังหวัดบอกว่าห้องรำลึกมหาราชจัดแสดงภาพการเสด็จ

ตำนานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

ตำนานเล่าต่างกันเล็กน้อยตามแหล่ง ในฉบับที่ ททท. เล่า (คู่มือรุ่นก่อน) ลิ้มกอเหนี่ยวเป็นหญิงสาวชาวจีนที่เดินทางมาด้วยเรือเพื่อตามหาพี่ชาย ผู้แต่งงานกับธิดาเจ้าเมืองปัตตานีและเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม เมื่อตามหาไม่สำเร็จจึงผูกคอตายบนต้นมะม่วงหิมพานต์ ชาวปัตตานีจึงสร้างศาลเพื่อรำลึกและแกะต้นไม้นั้นเป็นรูปของนาง วิกิพีเดียไทยเล่าว่าเธอไปตามหาเพราะมารดาคิดถึงลูกชาย และพี่ชายปฏิเสธเพราะกำลังสร้างมัสยิดกรือเซะ วิกิพีเดียอังกฤษเล่าว่าเธอสาบานจะไม่กลับจนกว่าจะพาพี่ชายกลับ แต่เขาไม่ยอม และเล่าอีกเรื่องหนึ่งว่าเธอเสียชีวิตหลังรบเคียงข้างพี่ชายต่อต้านกบฏในปัตตานี วิกิพีเดียอังกฤษและวิกิพีเดียไทยหน้าลิ้มกอเหนี่ยวยังบอกด้วยว่าไม่มีใครรู้ว่านางมีตัวตนจริงหรือไม่ และชื่อของนางไม่ชัด (คำว่า "กอเหนี่ยว" แปลว่าพรหมจารีหรือหญิงสาว) และชื่อของพี่ชายก็มีเรื่องเล่าว่าเป็นพ่อค้าหรือโจรสลัดจีนในสมัยหมิง

ข้อสังเกตของเราคือ ตำนานนี้ยังมีชีวิตอยู่ในการไหว้และการแห่ของชุมชน และวิกิพีเดียไทยเล่าว่าชาวไทยเชื้อสายจีนบางส่วนที่เปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลามและใช้ภาษามลายูแล้วก็ยังมีผู้ไปขอพรหรือบนบานกับเจ้าแม่ และในวันฮารีรายอจะมีการเซ่นสรวง การเล่าเรื่องนี้ในที่สาธารณะควรใช้ถ้อยคำที่ไม่ตัดสินใครว่าเรื่องใดจริงหรือเท็จ เพราะวิกิพีเดียไทยเองก็เขียนว่าตำนานที่ผูกกับคำสาปเคยเป็นปัญหากินแหนงแคลงใจระหว่างชาวไทยเชื้อสายมลายูและชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่

เดินทางไปกรือเซะและศาลเจ้า

วิกิท่องเที่ยวระบุว่ากรือเซะอยู่นอกตัวเมืองราว 5 กม. และไปได้ด้วยรถสองแถวสีเขียวเข้มสายยะริ่ง ขึ้นที่ถนนฤาดี แล้วบอกคนขับให้ลงที่กรือเซะ ประชาสัมพันธ์จังหวัดระบุ 7 กม. จากตัวเมือง ทั้งสองระยะต่างกันเพราะวัดจากจุดต่างกัน ข้อมูลรถสองแถวของวิกิท่องเที่ยวเป็นข้อมูลเก่าที่เราไม่ได้ตรวจกับปัจจุบัน ถ้าเดินทางจากโรงแรมในตัวเมือง การเรียกรถแท็กซี่ท้องถิ่นหรือจ้างมอเตอร์ไซค์ไปกลับเป็นวิธีที่เราคิดว่าง่ายที่สุด ซึ่งเป็นข้อเสนอของเรา ไม่ใช่ข้อมูลทางการ

ศาลเจ้าเล่งจูเกียงและหอนิทรรศน์อยู่ในย่านเมืองเก่าฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ เดินเที่ยวต่อไปยังตลาดจีนเก่าได้ตามที่เล่าในหน้าตัวเมืองปัตตานี ส่วนการไปถึงปัตตานีและแผนหนึ่งถึงสองวันอยู่ในหน้าเดินทางและแผนเที่ยว ถ้าสนใจวัดที่เล่าถึงตำนานเมืองเดียวกัน ดูวัดช้างให้และเมืองโบราณยะรัง

ช่วงเวลาที่น่าไป

เรายังไม่พบข้อมูลทางการเรื่องช่วงเวลาที่ดีที่สุด ข้อมูลที่พอใช้ได้คืองานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวหลังตรุษจีน ซึ่งเป็นเวลาที่ศาลคนมากที่สุด และศาลจัดอัฒจันทร์กับที่พักค้างคืนไว้สำหรับงานนี้ตามประชาสัมพันธ์จังหวัด ถ้าไม่ชอบที่แออัดให้เลี่ยงวันงาน

ที่เที่ยวอื่นในปัตตานี

ตัวเมืองและมัสยิดกลางอยู่ในตัวเมืองปัตตานี มัสยิดกลาง และเมืองเก่า เรื่องเมืองเก่าของรัฐสุลต่านอยู่ในวัดช้างให้และเมืองโบราณยะรัง ชายฝั่งอยู่ในชายหาดและหมู่บ้านประมง อุทยานแห่งชาติอยู่ในน้ำตกทรายขาวและอุทยานแห่งชาติ และที่พักอยู่ในที่พักปัตตานี

เคล็ดลับที่เป็นข้อเสนอของเรา

ข้อเสนอต่อไปนี้เป็นความเห็นของเราเอง ไม่ใช่ข้อมูลทางการ ไปมัสยิดกรือเซะก่อนเที่ยงเพื่อให้กลับทันก่อนสิบหกนาฬิกาตามเวลาที่หน่วยงานรัฐลงไว้ ถ้ามีการละหมาดให้รอนอกอาคารและไม่เดินผ่านแถวผู้ละหมาด ถ่ายภาพจากด้านนอกรั้วหรือมุมที่ไม่รบกวน และอย่าปีนกำแพงอิฐซึ่งเป็นโบราณสถาน สวมกางเกงหรือกระโปรงยาวเกินเข่าและเสื้อคลุมไหล่ พกเงินสดสำหรับธูปเทียนที่ศาลเจ้า เพราะเราไม่พบข้อมูลทางการว่ารับชำระวิธีอื่นหรือไม่ ถามผู้ดูแลก่อนถ่ายรูปรูปเคารพภายในศาล โทรถามเวลาเปิดและงานพิเศษกับศาลที่ 073-332851 ก่อนไปไกล และตรวจคำแนะนำของรัฐบาลประเทศของคุณในกล่องข้างบนอีกครั้งวันเดินทาง

สิ่งที่ยังยืนยันไม่ได้

เรื่องสถานะ
เวลาเปิดมัสยิดกรือเซะปัจจุบัน (08:00-17:00 หรือ 07:00-21:00)ยังไม่ยืนยัน ต้องถามท้องถิ่น
ค่าเข้ามัสยิดยังไม่ยืนยัน มีเว็บบรรณาธิการเว็บเดียวว่าฟรี
เบอร์โทรปัจจุบันของมัสยิดและศาลยังไม่ยืนยัน ลงเว็บปี 2564
ปีสร้างมัสยิดและปีสร้างศาลยังไม่ยืนยัน แหล่งต่างกัน
วันจัดงานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวปี 2570ยังไม่ยืนยัน
เวลาเปิดและค่าเข้าหอนิทรรศน์ไม่พบข้อมูล
มีปืนใหญ่จำลองหน้ามัสยิดหรือไม่ยังไม่ยืนยัน มีเฉพาะวิกิพีเดียอังกฤษ
ประกาศปิดหรือปรับปรุงปี 2569ยังไม่ยืนยัน ไม่พบ ไม่ได้แปลว่าไม่มี
วิธีเดินทางด้วยรถสองแถวตามวิกิท่องเที่ยวข้อมูลเก่า ยังไม่ยืนยัน

คำถามที่พบบ่อย

มัสยิดกรือเซะเปิดกี่โมง

ประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานีลงว่า 08:00-17:00 น. ตามข้อมูลลงเว็บ 5 ธ.ค. 2564 ส่วน Thai Holiday Guide ลง 07:00-21:00 น. ทุกวัน เป็นสองช่วงที่ต่างกันมาก เราเลือกช่วงของหน่วยงานรัฐเป็นหลักและแนะนำให้ไปถึงก่อนบ่ายสี่ ถ้าต้องการความแน่ใจให้โทร 073-413402

มัสยิดกรือเซะเสียค่าเข้าเท่าไร

เราไม่พบค่าเข้าในหน้าของหน่วยงานรัฐ Thai Holiday Guide ซึ่งไม่ใช่แหล่งทางการลงว่าเข้าฟรี จึงยังไม่ยืนยัน พกเงินสดเล็กน้อยไว้สำหรับบริจาคหรือที่จอดรถเผื่อไว้

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวกับฮวงซุ้ยข้างกรือเซะเป็นที่เดียวกันไหม

ไม่ใช่ ศาลเจ้าเล่งจูเกียงอยู่ในตัวเมืองปัตตานีที่ถนนปะนาเระ ส่วนฮวงซุ้ยหรือสุสานอยู่ข้างมัสยิดกรือเซะ ประชาสัมพันธ์จังหวัดบอกว่าเดิมศพของเจ้าแม่ฝังอยู่ริมอ่าวปัตตานีแล้วย้ายมาที่ฮวงซุ้ยใกล้กรือเซะ และรูปแกะสลักประดิษฐานที่ศาลเจ้าในเมือง

คำสาปที่ทำให้มัสยิดสร้างไม่เสร็จเป็นเรื่องจริงไหม

เป็นตำนาน วิกิพีเดียไทยเขียนว่าการสำรวจของกรมศิลปากรพบว่าโดมพังเพราะโครงสร้างไม่แข็งแรง และไม่พบร่องรอยถูกเผาหรือฟ้าผ่า วิกิพีเดียอังกฤษเขียนว่าไม่มีหลักฐานว่าเคยถูกฟ้าผ่า เราเล่าตำนานเพราะเป็นเหตุผลที่คนมาที่นี่ และไม่ได้ถือว่าเป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์

งานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจัดเมื่อไร

แหล่งต่าง ๆ บอกว่าอยู่ในช่วงสองสัปดาห์หลังตรุษจีน วิกิท่องเที่ยวว่าหลังตรุษจีน 15 วัน วิกิพีเดียอังกฤษว่าเริ่มวันที่ 14 และแห่ในวันที่ 15 ตรุษจีนปี 2570 ตรงกับ 6 ก.พ. 2570 ตามที่เราคำนวณเอง จึงน่าจะอยู่ปลายกุมภาพันธ์ แต่ต้องถามศาลเจ้าหรือจังหวัดเพื่อวันที่จริง

เข้ามัสยิดกรือเซะต้องแต่งตัวอย่างไร

ททท. ในข้อความที่เราอ่านไว้ก่อนหน้าแนะนำให้แต่งกายสุภาพ Thai Holiday Guide ระบุให้คลุมไหล่และเข่าและพูดเบา ๆ ถ้ามีการละหมาด เป็นมัสยิดที่ยังใช้งานอยู่ ควรปฏิบัติแบบเดียวกับมัสยิดทั่วไป

เที่ยวกรือเซะปลอดภัยไหม

เราไม่ตัดสินแทนรัฐบาลและไม่มีความเห็นของเราเอง FCDO อังกฤษและรัฐบาลแคนาดามีคำแนะนำที่ระบุปัตตานีทั้งจังหวัด และสหรัฐฯ ระบุ "Exercise Increased Caution" สำหรับปัตตานี ยะลา นราธิวาส อ่านกล่องคำแนะนำด้านบนและหน้าตัวจริงของรัฐบาลประเทศคุณก่อนตัดสินใจ

แหล่งข้อมูลทางการและอ่านเพิ่มเติม

ราคา ตารางเวลา และกฎการเข้าเมืองเปลี่ยนได้ ตัวเลขในหน้านี้เป็นค่าประมาณ ณ ปี 2569 (2026) โปรดยืนยันกับหน้าทางการหรือผู้ให้บริการก่อนจอง พบข้อมูลล้าสมัยหรือไม่? แจ้งเรา.

คู่มือที่เกี่ยวข้อง

ภาพปัตตานี: ตัวเมืองปัตตานี มัสยิดกลาง เมืองเก่ากือดาจีนอ หอนาฬิกา
วัฒนธรรม

ตัวเมืองปัตตานี มัสยิดกลาง เมืองเก่ากือดาจีนอ หอนาฬิกา

เที่ยวตัวเมืองปัตตานี มัสยิดกลางเปิด 08:00-17:00 ตามประชาสัมพันธ์จังหวัด ปีเปิดไม่ตรงกัน 2506 หรือ 2537 เมืองเก่า หอนาฬิกา ตรวจ 19 ต.ค. 2569

ภาพปัตตานี: วัดช้างให้ หลวงปู่ทวด เมืองโบราณยะรัง วัดมุจลินท์ ปัตตานี
วัฒนธรรม

วัดช้างให้ หลวงปู่ทวด เมืองโบราณยะรัง วัดมุจลินท์ ปัตตานี

วัดช้างให้ (โคกโพธิ์) เปิด 08:00-17:00 โทร 073-358586 เมืองโบราณยะรัง ลังกาสุกะ ขนาดเมือง 9 หรือ 0.9 ตร.กม. แหล่งไม่ตรงกัน ตรวจ 19 ต.ค. 2569

ภาพปัตตานี: หาดตะโละกาโปร์ แฆแฆ วาสุกรี เรือกอและ สายบุรี ปัตตานี
วัฒนธรรม

หาดตะโละกาโปร์ แฆแฆ วาสุกรี เรือกอและ สายบุรี ปัตตานี

ชายหาดปัตตานี ตะโละกาโปร์ ห่างเมือง 18 กม. แฆแฆ 43 กม. วาสุกรี 52 กม. ตามประชาสัมพันธ์จังหวัด เรือกอและ สายบุรี ปาเสยะวอ ตรวจ 19 ต.ค. 2569

ภาพปัตตานี: ไปปัตตานี รถไฟ รถทัวร์ หาดใหญ่ แผนเที่ยว 1-2 วัน
เดินทางและซิม

ไปปัตตานี รถไฟ รถทัวร์ หาดใหญ่ แผนเที่ยว 1-2 วัน

วิธีไปปัตตานีจากกรุงเทพฯ และหาดใหญ่ ไม่มีเที่ยวบินปกติ รถไฟลงโคกโพธิ์ 12Go เทียบ 12 เที่ยว 16 ต.ค. 2569 และแผนเที่ยว 1-2 วัน ตรวจ 19 ต.ค. 2569

ภาพปัตตานี: น้ำตกทรายขาว อุทยานแห่งชาติ ปัตตานี ค่าเข้า ติดต่อ ที่พัก
วางแผน

น้ำตกทรายขาว อุทยานแห่งชาติ ปัตตานี ค่าเข้า ติดต่อ ที่พัก

อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว โคกโพธิ์ ปัตตานี DNP ระบุ 43,482 ไร่ (69.57 ตร.กม.) ค่าเข้า เวลา เบอร์โทรแหล่งไม่ตรงกัน ที่พักจองผ่าน DNP ตรวจ 19 ต.ค. 2569

ภาพปัตตานี: ที่พักปัตตานี: 2 โรงแรมในตัวเมือง รูสะมิแล
ที่พัก

ที่พักปัตตานี: 2 โรงแรมในตัวเมือง รูสะมิแล

ที่พักปัตตานี 2 โรงแรมที่ตรวจข้อมูลกับเว็บไซต์ทางการ อยู่ย่านรูสะมิแลในตัวเมือง พร้อมคำแนะนำของรัฐบาลและข้อจำกัดที่บอกตรง ๆ ว่ายังไม่ครบทุกแห่ง

คู่มืออื่นที่เกี่ยวข้อง